คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 41 ดูว่าข้ายอมหรือไม่
ตอนที่ฉินหลิวซีออกไปจากจวนแทบจะเรียกได้ว่าไปมือเปล่า แต่
ตอนที่นางกลับมากลับมีกล่องใบใหญ่กลับมาด้วยจำนวนหนึ่ง ใบ
หนึ่งคือกล่องที่บรรจุทองคำสำหรับค่าปรึกษา อีกใบคือกล่องหยกที่
บรรจุดอกอวี้จีที่นำกลับมาจากตำหนักอายุวัฒนะ และอีกใบที่บรรจุ
ดอกเฟิงหลิงมา
พอฉีหวงเห็นนางกลับมาก็ก้าวเข้าไปต้อนรับทันที เอ่ยด้วย
รอยยิ้มว่า “คุณหนูออกไปข้างนอกคราวนี้เหมือนจะมีเรื่องดีๆ นะเจ้า
คะ”
ฉินหลิวซียิ้มทันที “ดูออกหรือ”
“แน่นอนสิเจ้าคะ คุณหนูยิ้มจนมุมปากจะถึงใบหูอยู่แล้วเจ้าค่ะ” ฉี
หวงหัวเราะ
ฉินหลิวซีเข้าไปในห้องแล้วจึงเอ่ย “ตระกูลเฉียนไม่เลวเลย ข้าได้
บุญมาจากพวกเขาสองคนด้วย เฉียนหยวนไว่เองก็ใจกว้าง บอกว่า
จะให้ค่าคำปรึกษาสองพันตำลึงก็ให้มาเลย”
ฉีหวงรินน ้าพลางเอ่ยขึ้น “หากจะให้ข้าพูด คุณหนูยอมลงมือ
สองพันตำลึงก็ยังน้อยไปนะเจ้าคะ”
ได้บุญมาแล้วยังจะบ่นว่าน้อยได้อีกหรือ
ฉินหลิวซีรับน ้าชามาจากนางพลางมองเฉินผีวางของลงบนโต๊ะ
จากนั้นจึงเอ่ย “ค่าคำปรึกษานี้ให้แบ่งออกมาครึ่งหนึ่งแล้วให้ใครเอา
ไปมอบให้ที่อารามหน่อย”
“โอ้ ครั้งนี้คุณหนูคิดได้เอง เจ้าอาวาสน่าจะดีใจมากนะเจ้าคะ”
ฉินหลิวซีลูบกล่องใบนั้นแล้วถอนหายใจ “ข้าไม่คิดได้เองได้หรือ
ห้าโทษสามวิบัติมีอยู่ หากข้าละเลยไม่สนใจเพียงนิด ข้าคงต้อง
ประสบพบกับมันเร็วกว่าใคร ทำไมข้าจะต้องถูกลงโทษเช่นนั้นด้วย”
นางสงสัยด้วยซ ้าว่าสวรรค์จะจงใจลงโทษนางเป็นพิเศษ ไม่ใช่ว่า
บนโลกใบนี้จะไม่มีคนที่บำเพ็ญคนอื่นเสียหน่อย ใครๆ ก็ฝึกฝน
บำเพ็ญตนกันทั้งนั้น ไยจึงต้องเข้มงวดแต่กับนางด้วย หรือเพราะนาง
ไม่อยากก้าวหน้าอย่างนั้นหรือ
ฉีหวงแบ่งเงินออกมาพลางเอ่ย “เหตุผลเป็นเช่นนั้น เงินทองพวก
นี้ ขอเพียงท่านไม่ขี้เกียจ ท่านอยากจะได้เท่าใดทำไมจะหาไม่ได้”
“อืม” ฉินหลิวซีมองเงินเหล่านั้นก่อนจะเอ่ย “ที่เหลือก็เก็บไว้ก่อน
ค่อยให้ลุงหลี่ไปเบิกเงินจากเจ้าไปจัดการซื้อหาของใช้สำหรับหน้า
หนาวมาไว้ ทั้งอาหารเสื้อผ้าและยา โอ้ ยังมีถ่านเงินด้วย ตอนนี้ไม่
เหมือนเมื่อก่อน บ้านเรามีคนเพิ่มเข้ามามาก จะต้องเตรียมไว้ให้มาก
หน่อย”
“คุณหนู ฮูหยินใหญ่เป็นคนดูแลบ้านไม่ใช่หรือเจ้าคะ ไปเอาเงิน
จากทางนั้นดีหรือไม่เจ้าคะ” ฉีหวงเอ่ย
ฉินหลิวซีเอ่ย “นางมีเงินไม่มากหรอก ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องใช้
เงินทั้งนั้น คงจะไม่เพียงพอ ฤดูใบไม้ร่วงในเมืองหลีนั้นสั้น หน้าหนาว
คิดจะมาก็มา พวกเรามีกันมากคนเช่นนี้ หากไม่เตรียมการเรื่อง
เสื้อผ้ากันหนาวไว้แต่เนิ่นๆ แล้วพากันล้มป่วยเพราะความหนาวก็จะ
ยิ่งวุ่นวายไปใหญ่”
“กลัวก็แต่ว่าพวกเขาได้คืบจะเอาศอกน่ะสิเจ้าคะ”
ฉินหลิวซีแค่นเสียงเยาะ “หากเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ต้องดูด้วยว่า
ข้ายอมให้พวกเขามีโอกาสหรือไม่ ยอมที่จะให้เงินพวกนี้หรือไม่”
ฉีหวงคิดในใจ ที่นางพูดก็จริง ความคิดของเจ้านายนางชัดเจน
ตรงไปตรงมาเสมอ
หากนางเต็มใจให้ นางก็จะไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แต่หากนางไม่
ยอม นางก็ยอมจะโยนทิ้งลงน ้าดีกว่าจะให้ไป
“ตระกูลเฉียนหยวนไว่ทำการค้าและมีร้านค้าของตัวเองด้วย ร้าน
เฉียนจี้บนถนนตงผิงเป็นของพวกเขา ให้ลุงหลี่ไปซื้อผ้าที่ร้านนั้น
น่าจะได้ของที่ใช้งานได้จริงมา ข้าได้พูดคุยเอาไว้แล้ว” ฉินหลิวซีสั่ง
การ
ฉีหวงได้ยินแล้วก็รู้สึกผิดปกติ “คุณหนู ท่านสั่งเป็นชุดราวกับ
กำลังจะเดินทางไกลไปไหนนะเจ้าคะ”
ฉินหลิวซียิ้ม “ปิดบังอะไรเจ้าไม่ได้เลยจริงๆ”
“จะไปไหน กี่วันหรือเจ้าคะ ข้าจะได้เก็บของ”
“จวนหนิงโจว” ฉินหลิวซีเอ่ย “จะไปกี่วันก็ยังไม่แน่นอน เจ้าก็รู้
ว่าหนิงโจวอยู่ไกล จัดเตรียมเสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยนสักสองชุดก็
พอแล้ว อย่างอื่นไม่จำเป็น”
นางมักจะเดินทางด้วยสัมภาระเล็กน้อยเรียบง่าย ฉีหวงเองก็รู้จึง
ตอบรับคำของนาง
“อีกอย่าง ครั้งนี้เจ้าไม่ต้องติดตามข้าไป ให้เฉินผีไปกับข้าก็พอ”
ฉีหวงนิ่วหน้า “จะได้อย่างไรเจ้าคะ เฉินผีไม่รอบคอบ จะดูแลท่าน
ให้ดีได้อย่างไร ข้าจะต้องไปด้วย”