คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 61 เลือกที่รักมักที่ชัง
ฉีเชียนมองดูเฉินผีถือเสื้อผ้าเข้าไป ก่อนจะหันไปมองฉินหลิวซี
ที่กำลังดื่มชาอย่างสงบ ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าตนเองมองเด็กคนนี้ไม่
ออก
ถ้าจะบอกว่าโลภ เขาก็ไม่ได้เรียกร้องเงินทองของมีค่าอะไรจากสี
เจิงเลยด้วยซ ้า เพียงแค่อีกฝ่ายรับปากว่าจะมอบชีวิตให้นาง นางก็
มอบยาล ้าค่าใช้วิชาแพทย์เข้าช่วยเหลือเด็กคนนั้นแล้ว
แต่ถ้าจะบอกว่าไม่โลภ เขากลับต้องใช้ทองถึงหนึ่งหมื่นตำลึงจึง
สามารถเชิญตัวอีกฝ่ายไปรักษาคนได้
“เลือกที่รักมักที่ชัง!” ฉีเชียนพึมพำออกมาหนึ่งประโยคด้วย
น ้าเสียงไม่พอใจเล็กน้อย
“หืม?” ฉินหลิวซีเหลือบตามองมา
ฉีเชียนเอ่ย “ข้าว่าท่านหมอฉินไม่ยุติธรรม ท่านปฏิบัติต่อสีเจิงผู้
นั้นอย่างใจกว้างและมีเมตตา หรือว่าเพราะนางเป็นสตรีใช่หรือไม่”
“ก็ใช่น่ะสิ” ฉินหลิวซีโน้มตัวเข้าไปใกล้และขยิบตาอย่างเจ้าเล่ห์
“ถ้าคุณชายฉีเป็นหญิงสาวและน่าเวทนาเช่นนี้ ข้าก็จะใจกว้างและมี
เมตตาต่อท่านเหมือนกัน”
ฉีเชียนผงะถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว เขาเบนสายตาไปทางอื่น ใบหู
แดงก ่า เอ่ยถาม “ยาที่ท่านหมอฉินป้อนให้เด็กคนนั้นมีชื่อว่าอะไร
หรือ ไม่ทราบว่าท่านหมอพอจะตัดใจให้ข้าได้บ้างหรือไม่ ท่านไม่ต้อง
เป็นห่วง เรื่องเงินเราสามารถตกลงกันได้”
ฉินหลิวซีวางถ้วยชาลงก่อนจะส่งเสียงอ้อราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ “นี่
ก็ดึกแล้วสมควรพักผ่อนได้แล้ว คุณชายฉี ข้าอายุยังน้อย ร่างกายก็
อ่อนแอ คงจะไม่อดนอนเป็นเพื่อนท่านแล้ว”
บังเอิญเห็นเฉินผีออกมาพอดี จึงได้เรียกเขาแล้วเดินเข้าห้องที่
เจ้าบ้านจัดเตรียมไว้ให้นานแล้ว
ฉีเชียน “…”
หั่วหลางที่เห็นสองคนสนทนากันโดยไม่กล้าส่งเสียงใดๆ อยากจะ
ยิ้มแต่ก็ไม่กล้า เขาจึงได้แต่ต้องอดกลั้นไว้
ฉีเชียนราวกับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง เหลือบมองมา “จัดการ
คนเรียบร้อยแล้วหรือ”
หั่วหลางรีบยืนขึ้นทันที เขาประสานมือตอบ” นายท่านวางใจได้
ข้าจัดการวางคนไว้แล้ว ทุกคนจะผลัดเวรกันเฝ้ายามขอรับ”
ฉีเชียนพยักหน้าก่อนจะเอ่ย “ระแวดระวังหน่อย ไม่แน่พวกเขา
อาจจะชักนำความวุ่นวายมาก็ได้”
“ไม่ต้องห่วงขอรับ”
สีเจิงเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเรียบร้อยและเดินออกมาได้ยินคำนั้น
นางชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อยพลางเม้มปากมองไป
ฉีเชียนมองนางด้วยสีหน้าเย็นชาและไร้น ้าใจ เอ่ย “หากเป็น
เช่นนั้นจริง ข้าจะโยนพวกเจ้าออกไป”
เขาไม่ได้มีเมตตาเหมือนฉินหลิวซีสักหน่อย
สีเจิงกำหมัดแน่น โค้งคำนับพลางเอ่ย “หลังจากข้าคุยกับ
คุณชายแล้ว ข้าจะให้บ่าวรับใช้ของข้าพาน้องชายข้าไป”
เฉินผีเดินออกมา จากนั้นก็เอ่ยว่า “คุณชายหลับแล้วและบอกว่า
แม่นางสีไม่ต้องเข้าไป ให้พักผ่อนเสีย”
สีเจิงตะลึงไปทันทีและหันไปมองห้องที่อยู่ด้านหลังเขา ก่อนจะ
คารวะและหมุนกายกลับไป
เฉินผีเดินออกไปข้างนอกอีกครั้ง อิงหนานที่ได้รับสัญญาณจาก
เจ้านายของตนจึงเดินตามออกไป “เฉินผีน้อย ดึกแล้วเจ้าจะไปไหน
หรือ”
“ไปขออะไรจากท่านลุงชาวนาหน่อยน่ะ”
“พี่ว่าง พี่ไปเป็นเพื่อนเจ้า”
เฉินผียิ้ม “คุณชายบอกข้าไว้ว่าถ้าท่านว่างพอดี ข้ามีเรื่องให้
ท่านช่วย!”
เปลือกตาของอิงหนานเขม่นเล็กน้อย เขารู้สึกได้ถึงลางไม่ดี
เขาตามเฉินผีไปหาลุงชาวนาที่กำลังพักผ่อน ทั้งยังไปเคาะบ้าน
ชาวนาหลังอื่นด้วยเพื่อหาของบางอย่าง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วย
ความตงิดใจ
เขากลับมาอยู่ข้างกายเจ้านายตนด้วยท่าทางขวัญเสียเล็กน้อย
แม้แต่ตอนที่ฉีเชียนเอ่ยถามเขาก็ยังต้องถามถึงสองครั้ง อิงหนานจึง
จะได้สติ
“เกิดอะไรขึ้น”
อิงหนานอ้าปากแล้วกลืนน ้าลายอีกครั้งก่อนจะเอ่ย “นายท่าน
ท่านรู้หรือไม่ว่าเฉินผีออกไปข้างนอกเพื่อหาสิ่งใด”
ฉีเชียนไม่ถาม เขาเพียงแต่รอให้อิงหนานเอ่ยออกมาเอง
สีหน้าของอิงหนานดูโศกเศร้า “เป็นของสำหรับเซ่นไหว้
บวงสรวงจำพวกกระดาษสีเหลืองพวกนั้น!”
สวรรค์ ตอนที่เขาเห็นว่าเฉินผีต้องการของพวกนี้ ความรู้สึกแรก
ของเขาคือมันผิดปกติแล้ว ทำไมเขาต้องมาทำอะไรอัปมงคลในตอน
กลางคืนดึกดื่นแบบนี้ด้วย
ฉีเชียนประหลาดใจ กระดาษสีเหลืองหรือ