คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 73 งานมาแล้ว
ฮูหยินชรามีท่าทีอยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง ทว่าฉีเชียนไม่ได้
แนะนำฉินหลิวซีแก่นาง เพียงแต่พูดว่าเป็นแขกคนสำคัญของเชียน
เท่านั้น แล้วก็ยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ
ฮูหยินติงผู้เฒ่าได้ยินคำว่าแขกคนสำคัญและเห็นเขายกถ้วยชา
ขึ้นมาก็ย่อกายลงคารวะอย่างคนรู้ความ จึงได้นำหลานสาวจากไป
แต่ก่อนจะจากไปยังก็เหลือบมองฉินหลิวซีสักพัก
“ท่านดูเหมือนไม่ค่อยชอบฮูหยินผู้เฒ่าท่านนี้นัก”
ฉีเชียนรอจนเงาของฮูหยินผู้เฒ่าลับสายตาไปแล้วจึงหันไปเอ่ย
กับฉินหลิวซี
ฉินหลิวซีเอ่ย “ท่านเป็นโรคตาหรือ มองอย่างไรว่าข้าไม่ชอบ
นาง”
“สัญชาตญาณ” ฉีเชียนสะกดจิตตัวเองในใจ อย่าเถียงกับอีก
ฝ่าย นี่คือบรรพชนของเขา ต้องยกไว้บนหิ้ง
ฉินหลิวซีแค่นเสียงเฮอะ “ถ้าอย่างนั้นสัญชาตญาณของท่านก็
ผิด ข้าแค่คิดว่ามนุษย์มีสัญชาตญาณตามธรรมชาติในการแสวงหา
โชคลาภและหลีกเลี่ยงโชคร้าย ในช่วงเวลาสำคัญมันก็ใช้การได้ดี”
ฉีเชียนนิ่วหน้า
“ให้เขาเอาอาหารมาให้หน่อยเถิด ข้าหิวแล้ว” ฉินหลิวซีเปลี่ยน
ทันควัน ไม่มีสิ่งใดที่ต้องเอ่ยอีก ฮูหยินติงผู้เฒ่าผู้นั้นก็แค่คนแปลก
หน้าสำหรับนาง
ส่วนเรื่องที่นางฉินผู้เฒ่าจะต้องการใช้เส้นสายของทางจวน
ตระกูลติงเพื่อดูแลญาติๆ ที่ถูกเนรเทศไปหรือไม่ นางก็ไม่สนใจ แต่ก็
เห็นได้ชัดแล้วว่าฮูหยินฉินผู้เฒ่าก็ไม่ได้ทำ
ตกกลางคืน สถานีพักม้าสว่างไสว ฉินหลิวซีกินอิ่มแล้วก็โบกมือ
ให้ฉีเชียนเตรียมจะขึ้นไปข้างบน แต่กลับได้ยินเสียงดังมาจากเรือน
แยกส่วนตัว
“เกิดอันใดขึ้นทางด้านโน้น” มีคนลุกยืนขึ้นทันที ต้องการจะ
ออกไปดู
ฉินหลิวซีกลับไม่มีความคิดจะไปร่วมความครึกครื้น นางก้าวขึ้น
ชั้นบนทันที
แต่กลับมีคนจากเรือนด้านหลังวิ่งมาที่โถงใหญ่ ถามอย่างเร่ง
ร้อนว่ามีหมอบ้างหรือไม่ นายท่านของเขาเป็นลมหมดสติไป ต้องการ
หมอ
พวกฉีเชียนรีบหันไปมองฉินหลิวซี งานมาแล้ว
ฉินหลิวซีที่กำลังก้าวขาขึ้นบันไดไม้ไปยังชั้นบน “!”
ฉีเชียนมองออกว่าฉินหลิวซีไม่ค่อยจะยินดีนัก “หากท่านหมอ
ฉินยังเหนื่อยก็ไปพักก่อนเถิด”
เสียงเรียกท่านหมอฉินเท่ากับเป็นการเปิดเผยตัวตนของฉินหลิว
ซีทันที สายตาหลายคู่จ้องมองไปที่นางด้วยความประหลาดใจ สงสัย
และเหลือเชื่อ
หนุ่มน้อยคนนี้เป็นหมออย่างนั้นหรือ
บ่าวรับใช้ที่พุ่งออกมาไม่สนใจว่าฉินหลิวซีจะเป็นหมอจริงหรือไม่
ราวกับคว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ “คุณชาย หากท่านรู้วิชาแพทย์ก็ช่วย
ไปดูอาการนายท่านให้หน่อยเถิด ช่วยชีวิตหนึ่งคนดีกว่าสร้างเจดีย์
เจ็ดชั้นนะ!”
ฉินหลิวซี ข้านับถือเต๋า จะมาสร้างเจดีย์อะไร!
“กินอิ่มๆ ก็ไม่เหมาะที่จะนอน เดินเล่นหน่อยก็ดีเหมือนกัน” ฉิน
หลิวซีหยุดฝีเท้าพลางเหลือบมองฉีเชียนเล็กน้อย
ต้องขอบคุณท่านนะที่หางานให้ข้า!
คนทั้งกลุ่มเดินไปที่เรือนพักส่วนตัว ด้านหน้าอาคารเล็กๆ หลัง
หนึ่งมีสตรีในอาภรณ์หรูหราผู้หนึ่งใบหน้าซีดเซียวเต็มไปด้วยความ
วิตกกังวล นางมองเข้าไปข้างในเป็นระยะๆ ด้านข้างนางเป็นเด็กสาว
คนหนึ่งที่กำลังปลอบโยนนางเบาๆ เมื่อมองดูเสื้อผ้าของเด็กสาวแล้ว
ก็น่าจะเป็นเด็กสาวที่อยู่ข้างกายฮูหยินติงผู้เฒ่าผู้นั้น ฮูหยินติงผู้เฒ่า
เองก็อยู่เยื้องไปทางด้านหลังพวกนางทั้งสองสองก้าว
เมื่อเห็นพวกของฉีเชียนเข้ามา คุณหนูติงก็ปล่อยสตรีผู้นั้นและ
ก้าวเข้ามาทักทายคารวะฉีเชียน นางเอ่ยขึ้นด้วยน ้าเสียงหวานหู
“คุณชายฉี สามีของพี่หญิงโจวเจ็บป่วยกะทันหันและหมดสติไป ไม่
ทราบว่าท่านมีใครที่รู้วิชาแพทย์พอจะช่วยนางได้บ้างหรือไม่ หากมีก็
ขอรบกวนคุณชายฉียื่นมือช่วยเหลือแก้ปัญหาเร่งด่วนนี้ของพี่หญิง
โจวด้วยเถิด”
ฉินหลิวซีอดใจผิวปากไว้ได้ ใครบอกว่ากุลสตรีในห้องหอเขิน
อายเกินกว่าที่จะพบปะพูดคุยกับบุรุษนอกบ้าน ดูคุณหนูติงผู้นี้สิ นาง
แสดงออกอย่างกล้าหาญมาก
คุณชายเห็นหรือไม่ว่าข้างดงามใจดี กระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ
คนอื่น ข้าเป็นห่วงเป็นใยเรื่องร้อนใจของคนอื่น ช่างเป็นสาวงามที่
เหมาะจะสร้างครอบครัวจริงๆ!
ฮูหยินติงผู้เฒ่าก็ก้าวเข้ามาสบทบกับสตรีผู้นั้นด้วย “เรามีบ่าวที่
พอรู้วิชาแพทย์บ้าง แต่ก็ดูไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรไป”
“คุณชาย ท่านมีหมอที่สามารถตรวจชีพจรให้สามีของข้ามา
ด้วยหรือไม่” สตรีแซ่โจวผู้นั้นเห็นกลิ่นอายความสูงส่งของฉีเชียน
แล้วก็อดมีความหวังไม่ได้