คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 82 ตายไปโดยไม่สามารถพิสูจน์ได้
กรี๊ดดด เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังก้องฟ้าจนทำให้นกที่อยู่ในป่า
ตกใจบินหนี
บนถนนหลัก คนแรกที่หยุดการเดินทางลงคือพวกของฮูหยินติง
ผู้เฒ่า พวกเขาต่างสั่นสะท้านเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากที่
ห่างไกล
“มีอันใดหรือ” ฮูหยินติงผู้เฒ่าขมวดคิ้ว สีหน้าเต็มไปด้วยความ
เหนื่อยล้า มือลูบลูกประคำไปพลาง
สาวใช้คนหนึ่งออกไปถาม พ่อบ้านใหญ่ตระกูลติงจึงเข้ามาตอบ
ว่า “คนที่ติดตามเรามาด้านหลังคือขบวนของเซี่ยซิ่วไฉเมื่อวานนี้
เสียงร้องนี้คงมาจากพวกเขา ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านว่าอย่างไร”
ฮูหยินติงผู้เฒ่าเม้มริมฝีปาก “ส่งคนไปดูหน่อยว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
พวกเราเดินทางกันต่อ”
“ขอรับ”
ติงซู่ม่านหันไปมองท่านย่าของตน “ท่านย่า พวกเราไม่หยุดสัก
หน่อยหรือเจ้าคะ เผื่อว่าพวกเขาจะต้องการความช่วยเหลือ”
ฮูหยินติงผู้เฒ่าเหลือบมองนาง “เราไม่มีหมอมาด้วย แล้วจะช่วย
อันใดได้ ไปกันเถิด”
ก็แค่บัณฑิตซิ่วไฉคนหนึ่งกับบุตรสาวพ่อค้า หากเมื่อวานฉีเชียน
ไม่ได้อยู่ที่โรงพักม้าด้วย นางคงไม่ออกไปพูดคุยทำความรู้จักกับ
พวกเขาเลย พวกเขายังไม่คู่ควร
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการพูดคุยแล้ว แทนที่จะทิ้งความ
ประทับใจดีๆ ให้ฉีเชียน แต่กลับทำให้เขาใช้คำพูดต่อว่าพวกนาง
เสียหายไปเลย
สรุปคือขโมยไก่ไม่สำเร็จ แล้วยังต้องเสียข้าวไปอีก ขาดทุนเสีย
แล้ว
สีหน้าฮูหยินติงผู้เฒ่าเป็นกังวล นางหลับตาสวดมนต์นับ
ลูกประคำอย่างรวดเร็ว ติงซู่ม่านเห็นเช่นนั้นก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก ได้
แต่มองกลับไปด้านหลัง
อย่างไรก็ตาม ด้านสะใภ้โจว นางเห็นเซี่ยฉี่คังล้มลงและขาดใจ
ไปต่อหน้าต่อตาจึงกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว กลิ้งลงจาก
รถม้าและร้องขอความช่วยเหลือ
ขบวนเดินทางของตระกูลโจวตกอยู่ในความโกลาหลทันที
ฉีเชียนและคณะผู้ติดตามของเขาเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ สะใภ้โจว
ได้รับแจ้งเช่นนั้นจึงรีบหันไปทางฉีเชียน โซซัดโซตรงไปยังพวกเขา
ทันที นางคุกเข่าลงตรงหน้าขบวนเดินทาง ตะโกนขอความช่วยเหลือ
จากท่านหมอหนุ่มน้อย
ฉินหลิวซียกม่านขึ้นแล้วมองออกไป
สายตาของนางดีมาก นางเห็นแล้วว่าโหงวเฮ้งบนใบหน้าของ
สะใภ้โจวเปลี่ยนไป ที่บ้านจะมีงานศพเกิดขึ้น แล้วนางก็หันไปมองรถ
ม้าของพวกเขาจากระยะไกล หลิงหรงยืนอุ้มบุตรชายอยู่ที่นั่น กำลัง
จ้องมองเข้าไปในรถม้า ฉินหลิวซีเข้าใจได้ในทันที
“เซี่ยฉี่คังตายแล้ว เขามีคดีติดตัวที่ต้องได้รับการสอบสวน แต่นี่
เขามาตายไปโดยที่ไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้แล้ว” ฉินหลิวซีพูดกับฉี
เชียนด้วยน ้าเสียงยินดีในความทุกข์ของผู้อื่นเล็กน้อย
สีหน้าฉีเชียนดูย ่าแย่
ฉินหลิวซีลงจากรถม้าแล้วยกมือขึ้น หั่วหลางและคนอื่นๆ จึง
หยุดการเดินทาง จากนั้นสะใภ้โจวก็ลุกขึ้นจากพื้นแล้วรีบวิ่งเข้ามา
“ท่านหมอ ช่วยด้วย สามีของข้า…”
“หมอช่วยได้แค่คนเป็นเท่านั้น ช่วยคนตายไม่ได้ เขาตายไป
แล้ว” ฉินหลิวซีเอ่ยเรียบๆ
ร่างกายของสะใภ้โจวแข็งทื่อไปทันที ริมฝีปากสั่นระริก
ก่อนที่นางจะได้เอ่ยอะไร ก็มีเสียงกีบเท้าม้าที่กำลังเร่งฝีเท้าดังขึ้น
อีกครั้ง มีม้าเร็วหลายตัววิ่งเข้ามา เจ้าหน้าที่ทางการสวมชุด
ข้าราชการสีดำเข็ดขัดแดงตรงเข้ามาประสานมือให้หั่วหลางก่อน
แล้วจึงมองตามนิ้วที่ชี้ไปยังพวกสะใภ้โจว
“เซี่ยฉี่คังจากอำเภอฮุยอยู่ที่ไหน เราได้รับรายงานและสงสัย
ว่าเซี่ยฉี่คังมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีฆาตกรรมหลายชีวิต เขาต้อง
กลับไปกับเราเพื่อรับการสอบสวน”
ราวกับมีดอกไม้ไฟระเบิดในสมองของสะใภ้โจว นางหันไปมอง
รถม้าของตนโดยสัญชาตญาณ
ประตูรถม้าเปิดอยู่ เซี่ยฉี่คังล้มลงตะแคงข้างโดยหันหน้าไปทาง
ประตูและทุกคน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ตายตา
ไม่หลับ
ฉีเชียนมองไปยังฉินหลิวซี แววตาของเขาลึกซึ้งคาดเดาไม่ได้
องครักษ์ที่ตระกูลติงส่งมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นก็กลืน
น ้าลาย แล้วจากไปอย่างเงียบๆ หลังจากตามทันขบวนรถม้าแล้ว เขา
ก็รายงานเรื่องราวทั้งหมดอย่างละเอียด
ฮูหยินติงผู้เฒ่าได้ยินเช่นนั้นก็เผลอใช้แรงดึงลูกประคำขาด
กระจัดกระจายอยู่ในรถม้า แววตาของนางตกใจเล็กน้อย อยู่ อยู่ได้
ไม่พ้นสามวันจริงๆ?
ติงซู่ม่านก็หน้าซีดเช่นกัน นางเอ่ยเสียงสั่น “ท่าน ท่านย่า…”
เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มผู้นั้นไม่ได้ตรวจชีพจรด้วยซ ้า แต่ก็ฟันธง
ผลลัพธ์ออกมาได้ นี่มันหมายว่าอย่างไร
หมอเทวดากลับชาติมาเกิดน่ะสิ!
ไม่ นี่มันเทพพยากรณ์!