คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 84 รอให้อาจารย์ของข้าตายก่อน
หลังจากผ่านเรื่องของเซี่ยฉี่คังมาได้แล้ว เฉินผีรู้สึกได้อย่าง
ชัดเจนว่าองครักษ์ในขบวนของฉีเชียนนั้นมีความเคารพยำเกรงและ
ศรัทธาต่อฉินหลิวซีขึ้นมาก กระทั่งอาจเหนือไปกว่าเจ้านายของพวก
เขาแล้วด้วยซ ้า อย่างเช่นในตอนนี้
“ท่านหมอฉิน นี่เป็นสาลี่ฤดูสารทที่ข้าน้อยเก็บมาจากต้นสาลี่ใน
ป่าทางด้านโน้น ข้าลองชิมดูแล้วหวานมาก ล้างมาให้แล้วด้วย”
องครักษ์ที่ชื่ออิงเป่ยผลักน้องชายของตนออกไป แล้วยื่นสาลี่ลูกหนึ่ง
ให้ฉินหลินซีด้วยรอยยิ้มประจบประแจง
อิงหนานโกรธจนควันออกหู พี่ใหญ่รู้หรือไม่ว่าใครเป็นนาย ไม่
เห็นหรือว่านายท่านไม่พอใจสีหน้างอง ้าอยู่นั่น
แต่ตอนที่เขามองไปที่ฉินหลิวซี เขาก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาสัก
คำ คนผู้นี้ไม่ว่าจะเป็นเทพพยากรณ์หรือไม่ ปากของอีกฝ่ายก็ราวกับ
ผ่านการปลุกเสกมาแล้ว เอ่ยอะไรออกมาก็กลายเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น
ดูอย่างเซี่ยฉี่คังนั่นสิ เฮ้อ บอกว่าเขาอยู่ได้ไม่พ้นสามวันก็ยังมาก
ไป วันเดียวก็ตายเสียแล้ว
ปากศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ ใครจะไปกล้าทำให้ไม่พอใจ กลัวจะ
‘ทำนาย’ แม่นขึ้นมาน่ะสิ
ฉินหลิวซีรับสาลี่ลูกนั้นมาตอบรับไมตรีที่เขาหยิบยื่นให้ เอ่ยด้วย
รอยยิ้ม “พี่อิงเป็นคนดีจริงๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่ช่วงนี้จะมีโชคลาภ”
อิงเป่ยตาเป็นประกายทันที เขารู้สึกตื่นเต้นมากจนพูดไม่เป็นคำ
แล้ว เอ่ยตะกุกตะกัก “จริง จริงหรือ”
“จงทำความดีโดยไม่หวังผล จำไว้ให้ขึ้นใจก็พอ”
“ขอรับ ข้าจำได้” อิงเป่ยคารวะอย่างตื่นเต้นแล้วจากไป พอเขา
กลับไปอยู่ท่ามกลางเหล่าองครักษ์ก็ถูกรายล้อมและถามไถ่ทันที แต่
ละคนแสดงความอิจฉาออกมา พวกเขาก็ต้องการให้ท่านหมอฉิน
ทำนายให้บ้างเหมือนกัน
ฉีเชียนกวาดตามองพวกไม่ได้เรื่องในขบวนแล้วก็ต้องแค่นเสียง
หยันออกมา
เกรงว่าถ้าเขาสั่งให้พวกเขาติดตามฉินหลิวซีในตอนนี้ ก็คงจะ
พากันเก็บของไปทันทีโดยไม่เอ่ยอะไรสักคำ
ฉินหลิวซีเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของฉีเชียนแล้วจึงเลิกคิ้วถาม
“คุณชายฉีมองอะไร อยากได้สาลี่ของข้าหรือ คุณชายฉีอบรมฝึกฝน
ลูกน้องได้ดีมาก ใช้ได้ดีทีเดียว”
ฉีเชียนเอ่ยลองเชิงอย่างไม่จริงจัง “ข้าก็แค่สงสัยว่าครอบครัว
ของท่านหมอฉินแต่เดิมเป็นอย่างไร ถึงได้สามารถเลี้ยงดูคนที่หล่อ
เหลาและสง่างามอย่างท่านหมอฉินออกมาได้”
ฉินหลิวซีเป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่นและทำตัวสบายๆ มาก ดู
จากพฤติกรรมของเขาแล้ว ดูเป็นคนรักอิสระ เรียบง่าย และใจกว้าง
แต่บางครั้งก็เป็นคนคิดเล็กคิดน้อย จึงอยากรู้จริงๆ ว่าเขามาจากไหน
ในต้าเฟิงมีคนแซ่ฉินไม่น้อย ท่าทางของนางไม่เหมือนคนใน
ตระกูลเล็กๆ แต่ก็ดูเหมือนไม่ได้เรียนรู้กฎเกณฑ์มารยาทใดๆ เป็น
ทางการ ช่างขัดแย้งจริงๆ
“คุณชายฉีสายตาไม่ดี ความจำก็ไม่ดีด้วยหรือ ข้าเติบโตมา
ลำพังในอารามเต๋าตั้งแต่ยังเด็ก ย่อมได้รับการศึกษาจากอาจารย์”
ฉินหลิวซียิ้มเยาะ อยากจะสอดแนมนางอย่างนั้นหรือ
หลายปีที่ผ่านมาตระกูลฉินยังส่งเงินเลี้ยงดูมาให้นาง แต่ถ้าจะให้
พูดถึงเรื่องการอบรมสั่งสอนแล้ว มีเพียงนักพรตเฒ่าชื่อหยวนเท่านั้น
ที่สั่งสอนนาง
ฉีเชียนเอ่ย “แต่ท่านไม่ได้อาศัยอยู่ในอารามเต๋า”
“มันจะมีอะไร รอให้อาจารย์ของข้าตายไปเสียก่อน อารามก็จะ
เป็นของข้าไม่ช้าก็เร็ว ข้าอยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน!”
พรืด!
ฉีเชียนพ่นน ้าออกมาทันที เขามองอีกฝ่ายปากอ้าตาค้าง ริม
ฝีปากสั่น “ท่าน ท่านเนรคุณไร้คุณธรรมเช่นนี้ อาจารย์ของท่านรู้
หรือไม่”
ศิษย์เนรคุณไร้คุณธรรมเช่นนี้ เจ้าอาวาสอารามชิงผิงปล่อยเขา
ไว้นานเพียงนี้ได้อย่างไร
ขณะที่ฉินหลิวซีคนไร้ยางอายกำลังกัดสาลี่และเคี้ยวหมับๆ อยู่
นั้น “เขาอยากให้ข้าสืบทอดอารามเต๋าเร็วๆ จะแย่อยู่แล้ว!”
นักพรตเฒ่าอยากเดินทางพเนจร ถุย อายุปูนนี้แล้วก็ควรอยู่ใน
อารามอย่างสงบไปสิ เรื่องออกเดินทางต้องให้คนวัยหนุ่มสาวอย่าง
นางทำ!
ในเวลานั้นนักพรตเฒ่าชื่อหยวนที่กำลังจุดธูปบูชาอาจารย์ปู่ก็
เห็นว่าอาจารย์ปู่ดูท่าทางโกรธเกรี้ยวเล็กน้อย “เกรงว่าศิษย์ชั่วนั่นจะ
ทรยศอีกแล้วหรือ เราทนหน่อยเถิด นางอยากจะทรยศอาจารย์ออก
จากสำนักตั้งนานแล้ว!”
ทรยศสำนักแล้วจะหาผู้สืบทอดมาจากไหน
อาจารย์ปู่ : ทำตัวให้ชิน ไม่ช้าก็เร็วบรรพชนตัวน้อยก็จะขึ้นมาขี่
หัวข่มเหงข้าแล้ว!