งานแต่งพี่สาว แต่...ฉันกลับเป็นเจ้าสาว ซะงั้น !? - บทที่ 61 อดีตคู่สมรสของนาย
บทที่ 61 อดีตคู่สมรสของนาย
เพียงแต่ตอนนี้ที่เธอจะต้องทำก็คือ ไม่ให้โล่เฟยเอ๋อได้เจอกับคุณซู
เธอไม่ได้ลืมว่า ไม่รู้เพราะสาเหตุอะไรโทรศัพท์ของโล่เฟยเอ๋อถึงได้ปิดเครื่องอยู่ตลอด และคุณซูไม่รู้ที่อยู่ของหล่อน และติดต่อหล่อนไม่ได้ ดังนั้น เธอจึงห้ามให้สองคนนี้เจอกันที่ห้องอาหารแห่งนี้
ในดวงตาของโล่หยิวชิวเปล่งประกายแสงน่ากลัวขึ้น และได้หายไปอย่างรวดเร็ว เธอยิ้มอ่อนให้โล่ชิงไป๋และพูดขึ้นมา: “ พ่อคะ ตอนนี้ ประธานอัน ยังไม่กลับมาเลย หนูขอลงไปเซ็นชื่อให้เฟยเอ๋อก่อนได้ไหมคะ? ”
โล่ชิงไป๋ชะงักไปเล็กน้อย หลังจากนั้นก็พยักหน้าขึ้นลง “ ไปเถอะ ”
“ ขอบคุณค่ะพ่อ ” โล่หยิวชิวเขย่งปลายเท้าหอมแก้มโล่ชิงไป๋หลังจากนั้นค่อยหมุนตัวเดินจากไป
ตอนที่เธอมาถึงห้องอาหารที่อยู่ชั้นหนึ่งโล่เฟยเอ๋อกับหซิวหชูเฉียวก็กินอาหารกันจนใกล้จะเสร็จแล้ว
“ เฟยเอ๋อพวกเธอกินเสร็จกันแล้วหรอ? พ่อให้ฉันมาเซ็นชื่อน่ะ ” โล่หยิวชิวพูดถามขึ้นยิ้มๆ
โล่เฟยเอ๋อพยักหน้า “ เสร็จแล้ว ”
โล่หยิวชิวส่งเสียงอือออกมา หลังจากนั้นก็เรียกพนักงานมาคิดเงินไปด้วย และพูดถามโล่เฟยเอ๋อไปด้วย “ เฟยเอ๋อทำไมโทรศัพท์ของเธอถึงปิดเครื่องตลอดเลยละ? ”
“ เรื่องนั้นเองหรอ…… ” โล่เฟยเอ๋อเงยหน้าขึ้นมา: “ กระเป๋าของฉันถูกขโมยไปเมื่อวันก่อน โทรศัพท์ก็ด้วย ยังหาไม่เจอเลย ”
ถูกขโมย? ขโมยได้ดี! โล่หยิวชิวแอบดีใจอยู่ลึกๆในใจ ภายนอกกลับถามด้วยความเป็นห่วง “ ทำไมถึงได้โดนขโมยละ? เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ”
“ ฉันไม่เป็นไร ” โล่เฟยเอ๋อส่ายหน้า
“ ก็ดีแล้ว ” โล่หยิวชิวเพ่งไปที่ลิฟท์ และตอนนี้ โทรศัพท์ของหซิวหชูเฉียวก็ได้ดังขึ้น
หซิวหชูเฉียวหยิบโทรศัพท์ออกมาจากในกระเป๋า และรับสายตรงนั้น
ไม่รู้ว่าคุยอะไรกัน หซิวหชูเฉียวถึงได้ร้องออกมาอย่างตกใจ: “ จริงหรอคะ? ”
โล่เฟยเอ๋อมองหซิวหชูเฉียวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย มีอะไรหรอ?
หซิวหชูเฉียวทำมือ ‘รอสักครู่’ ให้กับเธอ หลังจากนั้นก็พูดกับโทรศัพท์ต่อ: “ ใช่ค่ะ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ…… ขอบคุณมากนะคะ……ใช่ค่ะ ฉันไปกับเธอ ”
พูดประโยคสุดท้ายเสร็จ หซิวหชูเฉียวก็วางสาย
โล่เฟยเอ๋อถามขึ้นทันที “ มีอะไรหรอ? ”
“ ตำรวจบอกว่า จับคนที่ขโมยกระเป๋าของเธอได้แล้ว ” หซิวหชูเฉียวตอบอย่างยิ้มๆ
ตาของโล่เฟยเอ๋อเป็นประกายขึ้นมาทันที “ จริงหรอ? ”
“ อือ ใช่ ได้ของหายกลับมาพอสมควร ให้เธอไปดูที่สถานีตำรวจ ดูว่ามีของเธอไหม ” หซิวหชูเฉียว พยักหน้า
“ งั้นเราไปกันตอนนี้เลย ” โล่เฟยเอ๋อพูดและดึง หซิวหชูเฉียวให้ลุกขึ้น หลังจากที่ลุกขึ้นแล้ว อยู่ๆเธอก็เหมือนนึกอะไรออกและชะงักไปเล็กน้อย หลังจากนั้นก็หมุนตัวกลับมาพูดกับโล่หยิวชิว: “ พี่ ฉันกับเฉียวเฉียวไปที่สถานีตำรวจก่อนนะ ”
โล่หยิวชิวได้ยินว่าโล่เฟยเอ๋อจะไปตอนนี้เลย ก็รู้สึกดีใจมาก แต่ปากกลับพูดออกไปอย่างนุ่มนวล: “ รีบขนาดนั้นเลยหรอ? ”
“ ตอนบ่ายยังมีงานอีกเยอะ อยากกลับไปจัดการให้เสร็จเร็วๆน่ะ ” โล่เฟยเอ๋อพูดเสร็จก็โบกมือให้โล่หยิวชิวลวกๆ หลังจากนั้นก็เดินออกไปพร้อมกับหซิวหชูเฉียว
หลังจากที่มองตามหลังโล่เฟยเอ๋อกับหซิวหชูเฉียวไป โล่หยิวชิวก็เก็บรอยยิ้มบนใบหน้าลง เตรียมจะขึ้นลิฟท์ไปข้างบน
และได้เจอกับพวกซูซีมู่ที่เดินออกมาจากในลิฟท์พอดี
ดีที่โล่เฟยเอ๋อไปแล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงได้เจอกันจริงๆ ในตาของโล่หยิวชิวเปล่งประกายแสงพึงพอใจขึ้น หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปหาซูซีมู่ยิ้มๆ
“ คุณซูบังเอิญจัง เราเจอกันอีกแล้วนะ ”
ซูซีมู่ไม่เพียงแต่ไม่มองการมีตัวตนของโล่หยิวชิว ถึงขนาดได้ก้าวถอยหลังไปสองก้าว ราวกับเธอเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจอย่างนั้นแหละ
แน่นอน ถ้าไม่ใช่เพราะว่าโล่หยิวชิวกำลังยืนปิดทางหน้าลิฟท์อยู่ เกรงว่าซูซีมู่คงจะเดินอ้อมเธอไปไกลแล้ว
ลู่ยู่กับเหซิงโม่ไม่รู้สึกแปลกต่อท่าทีของซูซีมู่เลยสักนิดเดียว
ในภาพความทรงจำของพวกเขา ผู้หญิงที่ซูซีมู่รังเกียจมีน้อยมาก เพราะเขากับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าผู้หญิงได้ถูกแยกออกเป็นสองส่วน ส่วนผู้หญิงที่สามารถครอบครองใบหน้าที่ดีของเขาได้ ก็มีแค่โล่เฟยเอ๋อคนเดียวเท่านั้น
และผู้หญิงที่ขวางทางพวกเขา นึกไม่ถึงว่าจะถูกซูซีมู่รังเกียจเอาได้
ลู่ยู่พูดขึ้นด้วยใบหน้าเหยเห “ สาวสวย คุณรู้จักเขาหรอ? ”
โล่หยิวชิวมองลู่ยู่กับเหซิงโม่ และได้ยิ้มออกมาแบบที่ตัวเองคิดว่าสมบูรณ์แบบที่สุด “ รู้จักสิ ฉันกับคุณซู เราสนิทกันมากเลยนะ คุณคนหล่อทั้งสองคนเป็นเพื่อนของคุณซูหรอคะ? ”
โล่หยิวชิวได้สัมผัสกับซูซีมู่มาสองครั้ง ก็รู้แล้วว่าซูซีมู่คบคนยาก ผู้ชายที่หน้าตาดีและบุคลิกต่างกันสองคนนี้ มากินข้าวกับเขาที่ห้องอาหารแห่งนี้ อีกทั้งเดินเข้าออกด้วยกัน ความสัมพันธ์ของพวกเขากับซูซีมู่ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เธอจึงต้องเหลือความทรงจำที่ดีไว้เป็นธรรมดา
เหซิงโม่ไม่ได้ตอบสนองอะไรกลับ ในแววตาปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยนอะไรบางอย่าง
แต่ไอ้สินค้ามือสองอย่างลู่ยู่ ปฏิบัติต่อสาวสวยอย่างสนิทสนมมาโดยตลอด ดูคำตอบของเขาก็รู้แล้ว
“ ใช่ เราเป็นเพื่อนซี้ของเขา ”
เพื่อนซี้? นั้นก็แสดงว่าเป็นเพื่อนที่สนิทมากๆ! ตาของโล่หยิวชิวเป็นประกาย หลังจากนั้นก็ยิ้มอ่อนให้ลู่ยู่ และยื่นมือออกมา “ สวัสดี ฉันชื่อโล่หยิวชิว ”
ได้ยินคำว่าโล่หยิวชิว ลู่ยู่ก็มีใบหน้าที่ตกใจทันที “ คุณคือโล่หยิวชิว? ” พูดเสร็จลู่ยู่ก็มองซูซีมู่อย่างตกใจ และพูดขึ้นมา: “ เธอไม่ใช่เป็น…… ” อดีตคู่สมรสของนายหรอ? ประโยคหลังลู่ยู่ยังไม่ทันได้พูด ซูซีมู่ก็พูดขัดจังหวะเขาเสียก่อน
“ หุบปาก ”
น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกของซูซีมู่ทำให้ลู่ยู่ตัวสั่น หลังจากนั้นเขาจึงปิดปากอย่างรวดเร็ว
ซูซีมู่ไม่ได้มองเขา สายตาร้อนระอุของเขาไปอยู่บนตัวของโล่หยิวชิว ดวงตาสงบนั้น เป็นความหนาวเย็นที่ทำให้คนคาดเดาไม่ได้ และทำให้ตัวของโล่หยิวชิวสั่นอย่างไม่รู้ตัว จนทำให้ต้องก้าวถอยหลังไปสองก้าว
ซูซีมู่เก็บสายตานิ่งๆ หลังจากนั้นก็ออกแรงดึงคอเสื้อลู่ยู่ ให้ลู่ยู่มาบังระหว่างเขากับโล่หยิวชิวไว้ หลังจากนั้นเขาก็รีบก้าวเท้ายาวๆ และเดินออกไปในที่สุด
ลู่ยู่ผู้น่าสงสารได้ถูกซูซีมู่คิดว่าเป็น ‘ ความบาดหมาง ’ เสียแล้ว แม้แต่โอกาสจะยื่นอุทธรณ์ก็ยังไม่มี ใครใช้ให้เขาปากมาก แหย่ซูซีมู่จนหงุดหงิดละ? ”
รอจนเดินอ้อม โล่หยิวชิวเสร็จแล้ว ซูซีมู่ถึงได้ปล่อยคอเสื้อลู่ยู่ออก ราวกับเตรียมป้องกันเชื้อไวรัสอย่างนั้นแหละ
“ โถ่ ซูซีมู่ นายอย่าเป็นแบบนี้สิ ” ลู่ยู่ทำหน้าได้รับบาดเจ็บ
ซูซีมู่ไม้พูดอะไร ก้าวยาวๆเดินไปทางประตูใหญ่
มองแผ่นหลังของซูซีมู่ที่เดินจากไป เหซิงโม่ขมวดคิ้วและพูดถามลู่ยู่ “ เกิดอะไรขึ้นกันแน่? แล้วผู้หญิงเมื่อสักครู่เป็นใคร? ”
ลู่ยู่มองไปรอบๆ หลังจากนั้นก็พูดกับเหซิงโม่เสียงเบา: “ ฉันเคยบอกนายว่าคุณท่านซูได้กำหนดงานแต่งงานให้ซูซีมู่แล้วใช่ไหม? ”
“ อือ รู้แล้ว เดิมทีฉันตั้งใจว่าจะกลับประเทศ เพราะมีบางอย่างที่ล่าช้า ” ชะงักไปเล็กน้อย เหซิงโม่ถึงได้พูดถามขึ้น “ ไม่ใช่นายบอกว่าไม่มีงานแต่งแล้วหรอ? ”
“ ใช่ ไม่มีแล้ว เพราะเจ้าสาวกับเจ้าบ่าว ได้หนีงานแต่งไปหมดแล้วไง ” ลู่ยู่ยักไหล่ตอบ
เหซิงโม่พูดถามด้วยความตกใจ “ เจ้าสาวกับเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง? บังเอิญจัง? นัดกันแล้วหรือเปล่า? ”
“ ฉันจะไปรู้ได้ไงละ ไม่งั้นนายก็ไปถามคู่กรณีสะเลยสิ? ” ลู่ยู่มีสีหน้าหวาดกลัว เมื่อสักครู่ เขาได้ประสบกับพิธีล้างบาปของซูซีมู่แล้ว
นึกถึงที่ลู่ยู่เพิ่งประสบมา ใบหน้าหล่อที่อ่อนโยนมาตลอดของเหซิงโม่ ก็ได้เกิดรอยแตกขึ้น “ ไม่ดีกว่า ”
“ อือ ชิ ” ลู่ยู่มีสีหน้าที่บอกว่า ‘ ฉันรู้อยู่แล้ว ’
ใบหน้าหล่อที่อ่อนโยนของเหซิงโม่ปรากฏความเก้อเขินขึ้นมา “ นายว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องอะไรกับผู้หญิงเมื่อสักครู่? ”
ลู่ยู่ตอบ “ ผู้หญิงเมื่อสักครู่ก็คือเจ้าสาวที่หนีงานแต่งคนนั้นไง ”
ได้ฟังคำตอบของลู่ยู่ ใบหน้าที่มีรอยยิ้มอบอุ่นมาตลอดของเหซิงโม่ ก็ได้แสดงอารมณ์ตกตะลึงต่างๆออกมา
ผ่านไปสักพัก เขาถึงค่อยพูดถาม “ ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นกลับใจมาหาซูซีมู่อย่างนั้นหรอ? ”
“ แน่นอน ไม่อย่างนั้นซูซีมู่จะรังเกียจผู้หญิงคนนั้นทำไมกันละ? ” ลู่ยู่แบมือตอบ
“ อือ ” เหซิงโม่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย หลังจากนั้นก็ได้พูดเตือนลู่ยู่ “ ต่อไปนายก็ไม่ต้องพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเขาแล้ว ”
“ แน่นอนอยู่แล้ว…