จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 609 ทุบอย่างบ้าคลั่ง
บ้าไปแล้วบ้าไปแล้ว!
ศิษย์พี่สองเมื่อเห็นเหตุการณ์ก็แทบจะร้องไห้ไม่มีนำตาออกมา
นี่มันเวลาไหนแล้วกัน? รักษาตัวเองให้รอดก่อนดีไหมเล่า การสู้รบ ของพวกขั้นขุนพลก็ปล่อยให้พวกเขาจัดการกันเอง ทําไมจะต้อง รนหาที่ตายด้วยนะ เจ้ามันเป็นคนอายุยืนกินสารหนู…ไม่เสียดายชีวิต จริงๆ
แต่ว่า ขณะที่ร่างหลี่มู่เพิ่งจะแฉลบไป จิตสังหารไม่คาดคิดได้พุ่ง เข้ามา
ลําแสงสีเงินเส้นละเอียดหลายเส้น พุ่งออกมากะทันหันจากกลุ่ม คนที่อยู่ห่างออกไปอย่างไร้ซุ่มเสียง
หลี่มู่ในตอนแรกไม่ทันสัมผัสถึง
ลําแสงสีเงินละเอียดเหล่านั้นเหมือนกับคมเข็ม คล้ายกับใยแมงมุม ทว่าเมื่อปะทะกับร่างกาย กลับมีพลังทําลายล้างมหาศาล ดีดร่างของห ลี่มู่ลอยกระเด็นกลางอากาศจนไปกระแทกกับตึกสูงที่อยู่ห่างออกไป ทะลุเป็นรูรูปร่างคนไม่รู้กี่ตึกต่อกี่ตึก ฝุ่นคลุ้งตลบอบอวล
เสียงตกตะลึงแฝงนัยยะที่แตกต่างกันดังขึ้น
ชายแปลกหน้าหน้าเหลี่ยมผอมสูงคนหนึ่งบินทะยานขึ้นมา พุ่งตรง ไปยังทิศทางที่หลี่มู่กระเด็นออกไป หัวเราะร่าขึ้น
“ฮ่าๆ โดนแล้ว โดนเข็มเทพสังหารของข้าไป ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ ยังรอดยาก…เงินรางวัลก้อนนี้ ข้า ‘ดาราฟ้าสังหาร’ ฉือเฟยขอรับไป ล่ะ”
นี่คือนักล่าเงินรางวัลทางข้างเผือกคนหนึ่ง
เขาหลบอยู่ในฝูงคน เก็บซ่อนกลิ่นอายเอาไว้ ในช่วงท้ายสุดได้ปะทุ พลังเข้าโจมตีหลี่มู่กะทันหัน
แทบจะในเวลาเดียวกัน ได้มีเงาอีกนับสิบพุ่งเป็นลําแสงไปยัง ทิศทางที่หลี่มู่ถูกดีดกระเด็นไปอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่าๆๆ คิดว่าจัดการได้แล้วหรือ? ยังไม่แน่หรอก” “ใครบั่นศีรษะหลี่มู่ได้ก่อน เงินรางวัลก็เป็นของคนนั้น” “อาศัยฝีมือ ใครไวใครได้” เหล่านี้ล้วนเป็นนักล่าเงินรางวัลแห่งดวงดาว
เมื่อเห็นโอกาสที่พันปีจะมีสักครั้ง คนเหล่านี้ก็ล้วนตาเป็นมัน ไม่ ยอมที่จะชักช้าแม้แต่น้อย
ใครก็ล้วนคิดไม่ถึงว่าหลี่มู่ที่ไล่สังหารไปทั่วสารทิศ จู่ๆ จะถูกคน เช่นนี้ลอบโจมตีสําเร็จอย่างกะทันหัน
วิธีการของนักล่าแห่งดวงดาว ช่างโหดเหี้ยมใจเสือเสียจริง
แต่ก็ไม่ได้เกินจากที่คาดการณ์ไว้
ในทางช้างเผือกนี้ เมื่อถูกนักล่าเงินรางวัลแห่งดวงดาวจับจ้อง เหมือนกับตั๊กแตนเช่นนี้ ต่อให้พลังจะสูงส่งเพียงไหน บางครั้งก็ยังยาก ที่จะป้องกันการไล่ล่าสังหารติดๆ กันหรือวิชาการลอบสังหารเช่นนี้ได้ ไม่มีใครสามารถที่จะพร้อมป้องกันอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่ไม่ระวัง ขึ้นมาก็สามารถดับสูญได้เสมอ
ก่อนหน้านี้ ผู้แข็งแกร่งที่พลังสูงกว่าหลี่มู่ เบื้องหลังน่ากลัวกว่าห ลี่มู่ พลังยิ่งใหญ่กว่าหลี่มู่ ต้องมาตายด้วยนำมือของนักล่าเงินรางวัล แห่งดวงดาวก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี
“ให้ตายเถอะ ข้าลงมือก่อนนะ ใครกล้ามาแย่งข้า มันผู้นั้นต้อง ตาย”
‘ดาราฟ้าสังหาร’ ฉือเฟยเดือดดาลขึ้น
ในรายชื่อของนักล่าเงินรางวัลแห่งทางช้างเผือก หลี่มู่ถือเป็นหนึ่ง ในเป้าหมายที่ร้อนแรงที่สุด ไม่เพียงแต่พลังตำ ไม่มีเบื้องหลัง ยิ่งไปกว่า นั้นค่าหัวยังสูง จัดอยู่ในพวกที่ไม่ได้มีความเสี่ยงแต่กําไรสูง ดังนั้นจึงมี คนมากมายหลั่งไหลเข้ามา
เงาคนไหววูบ
กลุ่มนักล่าเงินรางวัลล้วนคลั่งกันขึ้นมา
ภายใต้การผลักดันของกําไรอันมหาศาล ต่อให้เห็นหลี่มู่ซัดผู้ แข็งแกร่งขั้นนักรบร่วงในหนึ่งหมัดก่อนหน้า พวกเขาก็ยังล้วนลงมือ อย่างไม่กลัวตาย ยิ่งไปกว่านั้น หลี่มู่เวลานี้ยังถูกเข็มเทพสังหรณ์ของ ‘ดาราฟ้าสังหาร’ ฉือเฟยไปอีก
ตูม!
จู่ๆ สิ่งปลูกสร้างด้านหน้าได้ระเบิดขึ้น
“แค่แมลงฝูงหนึ่ง”
ฝุ่นควันตลบฟ้า ร่างของหลี่มู่ปรากฏขึ้น ทั่วตัวบนล่างไม่มีแม้แต่ริ้ว รอย
เขาต่อยออกไปหนึ่งหมัด ซัดนักล่าเงินรางวัลแห่งดวงดาวระดับต้น ขั้นนักรบที่พุ่งเข้ามาไวที่สุดคนหนึ่ง ระเบิดกระจายเป็นเศษเนื้อที่ ระยะห่างออกไปหกจั้ง สลายหายไปกลางอากาศ
“อะไรกัน?”
‘ดาราฟ้าสังหาร’ ฉือเฟยไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง
“เจ้าโดนเข็มเทพสังหารของข้าไปแล้วนี่ ต่อให้เป็นระดับสูงขั้น นักรบ พอโดนเข็มเทพสังหารไปก็จะต้อง…” เขาจ้องไปที่หลี่มู่ คิดจะ ค้นหาสัญญาณบางอย่างของธนูแผ่วปลาย
“วิชาเด็กเล่น” หลี่มู่ยกมือขึ้นเอ่ยต่อว่า “เอาคืนไป”
แสงเงินหลายสายพุ่งออกมาจากมือของเขา
ฉึกๆ!
บนตัวของ ‘ดาราฟ้าสังหาร’ ฉือเฟยปะทุแสงเลือดขึ้นเป็นกลุ่มๆ
จากนั้นทั่วตัวเขาเผยให้เห็นร่างจริง ซึ่งเป็นตัวต่อขนาดยักษ์ตัว หนึ่ง จากนั้นได้เปลี่ยนสภาพไปเป็นเลือดสีดํากลุ่มหนึ่ง
พลานุภาพของเข็มเทพสังหาร น่ากลัวจนถึงที่สุดจริงๆ
นักล่าเงินรางวัลทางช้างเผือกคนอื่นๆ เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ล้วนตกตะลึงไปในทันที
“แย่ล่ะ!”
มีคนหมุนตัวคิดหนี
สําหรับนักล่าเงินรางวัลทางช้างเผือกแล้ว เมื่อโจมตีในทีแรกไม่ เป็นผล การหนีไปให้ห่างถึงจะเป็นหนทางในการรักษาชีวิตที่แท้จริง
ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่มู่ที่ไอสังหารคุกรุ่น พวกเขาหรือจะหนีพ้น?
“วันนี้ พวกเจ้าต้องตาย”
หลี่มู่ใช้วิชา ‘หมัดเทวะร้อยย่างก้าว’ เป็นวิชาพื้นฐานของสํานักขุน คีรีบนแผ่นดินใหญ่เสินโจว ทว่าเมื่ออยู่ในมือของขั้นบําเพ็ญเช่นนี้ อย่างหลี่มู่ เทียบเท่าได้กับวิชาลับพลังเทพของขั้นนักรบได้เลย
หนึ่งหมัดระเบิดออก
หลี่มู่ปลดปล่อยศีลฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
พายุหมัดประทับแหวกอากาศ
เพียงพริบตา นักล่าเงินรางวัลทางช้างเผือกสี่ห้าคนถูกพายุหมัด พลังบริสุทธิ์เช่นนี้ซัดจนสลายกลายเป็นฝุ่น
“แลกกับเขาไปเลย”
เมื่อเห็นว่าไม่มีทางหนี นักล่าครึ่งขั้นนักรบที่มีศีรษะเป็นสัตว์คน หนึ่งได้ร้อนรนขึ้น พุ่งทะลวงเข้าไปหาหลี่มู่อย่างบ้าคลั่ง ไพ่ตายและวิชา ต่างๆ งัดออกมาจนหมด ทั่วร่างไหลเวียนด้วยอักขระสีแดงทอง และมี เกราะเทพคุ้มกายเป็นชั้นๆ นำเสียงอาจหาญห้าวหาญ
“ตาย”
หลี่มุ่ซัดออกไปตรงๆ หนึ่งหมัด
นักล่าครึ่งขั้นนักรบคนนี้ ได้ถูกตีลอยออกไปเหมือนก้อนเต้าหู้ อย่างไรอย่างนั้น
ทานไม่ได้แม้แต่หมัดเดียว
ตูมๆๆ!
หนึ่งคนหนึ่งหมัด ไม่ว่าจะเป็นระดับสูงสุดขั้นสามัญหรือว่าขั้น นักรบ ต่อหน้า ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่ก็เป็นเหมือนกับหุ่นปั้ นดินเหนียว ทั้งหมดล้วนแตกกระจายสลายไป ไม่ได้เป็นคู่มือเลยแม้แต่น้อย ไม่มีใคร สามารถต้านทานหมัดของหลี่มู่ได้
กําปั้ นนี้ช่างน่ากลัวนัก
คนบางส่วนคิดอย่างตัวสั่นขึ้นในใจ นี่มันเรียกว่า ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่ เสียที่ไหน ไม่ได้ออกดาบเลยสักดาบเดียว เรียกว่าหมัดเทพ หมัดเหล็ก อะไรแบบนั้นยังเหมาะเสียกว่า
“อ๊า…” นักล่าเงินรางวัลทางช้างเผือกขั้นนักรบคนสุดท้าย หนี ออกไปกว่าสองลี้ก็ยังถูกหลี่มู่ซัดหมัดจนระเบิดไป
“ยังมีใครกล้าจะมาสังหารข้าเพื่อรับเงินค่าหัวอีก? รีบออกมาเสีย”
หลี่มู่ยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ จ้องมองลงมารอบๆ
ผู้ฝึกฝนทั้งหมดในพริบตานี้ล้วนก้มหน้าก้มตาไม่กล้าจะสบตา
“ข้ารู้ ยังมีเจ้าพวกแมลงที่ใช้ชีวิตเป็นนักล่ารางวัลทางช้างเผือก หลบอยู่ในกลุ่มคน” หลี่มู่ยิ้มเย็นชา เอ่ยต่อว่า “ไม่เป็นไร เมื่อไรที่พวก เจ้าคิดว่าสามารถจะเอาชีวิตข้าได้ เชิญลงมือได้ทุกเมื่อ แล้วมาดูกันว่า เจ้าจะตายหรือข้าจะดับสูญ”
เหล่าผู้ฝึกตนส่งเสียงอื้ออึง
คําพูดนี้มันช่างอวดดีเกินไปแล้ว
เดิมทีไม่มีใครที่จะกล้าพูดคําพูดเช่นนี้ต่อหน้ากลุ่มเดนตายอันบ้า คลั่งอย่างนักล่าเงินรางวัลแห่งทางช้างเผือก
ศิษย์พี่สองก็ฟังจนตาถลึงลิ้นพันกัน
ยกตนข่มท่านไปไหม?
แต่ว่ามันเหมือนชาติที่แล้วจริงๆ ยิ่งเหมือนคนๆ นั้นในความทรง จําของเขาจริงๆ ครั้งนั้นก็มีคนๆ หนึ่งที่สยบหมื่นบรรพชน หนึ่งกระบวน บดขยี้ฟ้าดิน หนึ่งประโยคแบ่งเขตดินแดน หนึ่งคําพูดกลายเป็นกฎ เหล็ก…น่าเสียดาย เคราะห์กรรม สุดท้ายก็ยังหนีไม่พ้นชะตากรรมความ เป็นความตายอยู่ดี
บนโลกนี้ ผู้ลำเลิศมีมายมายเสียเหลือเกิน
มีคนที่เจิดจ้าเปล่งประกาย มีคนฝีมือยอดลำ มีคนสยบทาง ช้างเผือกเพียงลําพัง แต่ท้ายสุดก็ล้วนหนีไม่พ้นการไหลอันมืดมนแห่ง กาลเวลา ฝุ่นละอองแห่งประวัติศาสตร์ การบุกรุกของชะตากรรม…จะ เป็นเทพยดาหรือจักรพรรดิ หากไม่ฝืนทนต่อการคงอยู่ ก็ล้วนเป็นฝุ่นผง ธุลีทั้งนั้น
มองไปบนฟากฟ้าจ้องมองร่างของหลี่มู่ ศิษย์พี่สองเหม่อลอยคิด ขึ้นมา
ท้ายสุดก็ไม่มีใครคนไหน ที่จะกล้าลงมือกับหลี่มู่อีก
กลัวกันหมดเสียแล้ว
มุมปากหลี่มู่ยกเป็นเส้นโค้ง ร่างกายลอยขึ้นไปบนอากาศ พุ่งตรง ไปยังวงล้อมศึกใหญ่ของสามยอดขั้นขุนพล
“เอ๋ เจ้าเด็กน้อย ยังไม่ต้องการความช่วยเหลือของเจ้า”
‘เทพเจ้า’ ที่อยู่ในกลุ่มปราณบริสุทธิ์เอ่ยขึ้นอย่างตกใจ จากนั้นจึง เตือนให้หลี่มูกลับไป กังวลว่าเขาจะบาดเจ็บอย่างชัดเจน
เขากังวลในตัวหลี่มู่อย่างมาก
ร่างจําแลงธรรมลักษณ์ของทาสเหมืองแร่ใบหน้าปรากฏจิตสังหาร
ส่วนสุนัขนรกสามหัวก็พลิกตัวกลับพุ่งเข้าหาหลี่มู่ตรงๆ “เจ้าขั้น สามัญตัวจ้อย ไม่รู้จักตายเสียแล้ว…แค่จะยัดร่องฟันข้าก็ยังไม่พอเลย” เขาคํารามขึ้น ศีรษะด้านซ้ายอ้าปากอันใหญ่โต พุ่งเข้ามาหมายจะกลืน กินหลี่มู่
หลี่มู่สัมผัสได้ถึงพลังพัวพัน ราวกับถูกดึงดูดด้วยกฎแห่งการจองจํา ดูดเอาตนเองให้พุ่งไปยังปากอันมโหฬารนั่น
“แหลก”
หลี่มู่คํารามขึ้น พลังในร่างระเบิดออก อากาศรอบๆ ในรัศมี สามสิบจั้งระเบิดสั่นสะเทือนกลายเป็นสุญญากาศ ทําลายพลังพัวพัน เหล่านั้นจนสลายหายไป
เขาซัดออกไปหนึ่งหมัด
หมัดประทับอากาศนับหลายลี้ ราวกับกระจกใสแจ๋ว อัดกระแทก อย่างหนักไปที่ศีรษะด้านซ้ายของสุนัขนรกสามหัว
“อั่ก!”
สุนักสามหัวร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด
พลังของหมัดนี้ไม่เบาเลย ศีรษะด้านซ้ายของมันถูกซัดขึ้นจนหน้า หงาย เปลวไฟสีดํากับลาวาสีเหลือง ราวกับเป็นเลือดที่กระอักพ่น ออกมาอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อเห็นฉากนี้ ดวงตาของผู้ฝึกตนรอบด้านแทบจะถลนกันออกมา
ไม่ใช่แล้ว?
กระทั่งตัวตนอย่างขั้นขุนพบก็ยังถูกหลี่มู่ชกหงายหรือ?
พอกลับมาคิดถึงพวกตนเอง ก่อนหน้านี้ยังประกาศเกรียวกราวว่า จะล้อมโจมตีหลี่มู่ ตอนนี้พอมาดูก็รู้สึกเหมือนกับเรื่องตลกอันน่าขัน เหมือนกับเรื่องตลกของมดไม่กี่ตัวที่ประกาศว่าจะสังหารมังกรอย่างไร อย่างนั้น
มีบางคนตระหนักได้ว่า ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ หลังจากวันนี้ไป หลี่มุ่สองคํานี้น่ากลัวว่าจะสร้างคลื่นมโหฬารให้แก่เขตดาราเทพวีรชน นับจากนี้เมื่อพูดถึงสองคํานี้ออกมา จะต้องทําให้คนมากมายหวาดกลัว เป็นแน่
ขอแค่วันนี้เขารอดชีวิตไป ตํานานบทใหม่ก็จะเริ่มขึ้นมา
“เจ้าแมลง เจ้ามันสมควรตาย”
สุนัขนรกสามหัวเดือดดาลถึงขีดสุด
มันคิดไม่ถึงเลย ว่าหลี่มู่ที่เหมือนกับหมัดแมลงในสายตาตนเอง จะ ทําให้มันบาดเจ็บได้
“ฮูม!”
ศีรษะด้านขวาอ้าปาก ปราณพิษสีหมึกเขียวประดุจเสาแสงพุ่งเข้า หาหลี่มู่
ขี่เมฆาเหินฟ้า!
หลี่มู่ร่างไหววูบหลบฉากออกไป
“อ๊า…”
“ช่วยข้าด้วย!”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากจุดที่ห่างออกไป
เสาแสงปราณพิษสีหมึกเขียวพุ่งตรงออกไปไกลหลายลี้ ผู้ฝึกตน บางส่วนที่หลบไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็นขั้นบําเพ็ญไหน ก็เหมือนแท่งเทียนที่ ถูกเผาไหม้ลงในพริบตา ทั่วร่างละลายในทันที
เหล่าผู้ฝึกตนกรีดร้องดิ้นรน
จากนั้นเสื้อเผ้าชุดเกราะบนล่าง หมวกบนศีรษะ อุปกรณ์มิติเก็บ ของ เครื่องป้องกัน รวมไปถึงโครงกระดูก…ทั้งหมดทั้งมวลล้วนละลาย กลายเป็นของเหลวสีหมึกเขียวด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ร่วง หล่นลงมาจากฟากฟ้า กัดเซาะผืนดิน ละลายจนเกิดหลุมไร้ก้นสีดํา ขนาดใหญ่
น่ากลัว!
ผู้ฝึกตนรอบๆ ถอยกรูดออกไปนับร้อยลี้ราวกับกระแสนำลง อย่างไรอย่างนั้น
หลี่มู่กลับสีหน้าไม่เปลี่ยน ใช้วิชาขี่เมฆาเหินฟ้า กระโดดขึ้นไปอยู่ บนศีรษะด้านซ้ายของสุนัขนรกสามหัวตนนี้ คว้าเอาขนแผงคอแล้ว กระหนำทุบอย่างบ้าคลั่งขึ้นมา
……………………………………….