จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 616 กระแสวิพากษ์วิจารณ์
สหายมักจะทําให้ผู้คนรู้สึกอบอุ่น หลี่มู่ก็มีสหายมากมาย ยกตัวอย่างเช่นกัวอวี่ชิง คืนนั้นกัวอวี่ชิงและจั่วชิงชิงทั้งสองคนก็มาถึงยังโรงเตี๊ยมหอเซียน ตามคาดของหลี่มู่ “พี่ใหญ่” หลี่มู่เห็นกัวอวี่ชิงไม่เป็นอะไร ในที่สุดก็ถอนหายใจโล่ง กัวอวี่ชิงหัวเราะร่า กอดกับหลี่มู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “เอาชนะขั้นขุนพลได้ เจ้าทําได้อย่างไรน่ะ” ถึงแม้ตลอดมาจะได้เห็นปาฏิหารย์ที่เกี่ยวกับหลี่มู่มากมาย แต่ครั้ง นี้เขาตื่นตะลึงสุดฤทธิ์เข้าจริงๆ ระดับขุนพลในสายตาของกัวอวี่ชิงแทบจะเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่อาจ เอาชนะได้เลย วิชาที่เขาฝึกฝนมีความพิเศษ ดังนั้น แม้จะเป็นขั้นแมลงแต่ก็มีพลัง ที่จะสู้กับขั้นสามัญทั่วไปได้ แต่หากสู้กับขั้นนักรบล่ะก็ เช่นนั้นก็ตาย อย่างแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงขั้นขุนพลแล้ว อีกทั้งเวลาสั้นๆ ไม่ถึงสอง
เดือน หลี่มู่กลับสามารถต้านทานขั้นขุนพลได้ นี่มันช่างไม่อาจเข้าใจได้ เหลือเชื่อยิ่งนัก
จั่วชิงชิงที่อยู่ข้างๆ ก็อยู่ในสภาวะตื่นตะลึงชื่นชมบูชาหลี่มู่เป็น อย่างมากทันทีในเสี้ยวพริบตาที่ได้พบหลี่มู่
วันนี้ตอนบ่าย บนกระดานสนทนา ‘เหตุการณ์เทพวีรชน’ ก็เริ่มมี คนลงภาพการต่อสู้ที่หลี่มู่สังหารสี่ผู้คุมกฎวังประสานฟ้า อัดสุนัขโล กันต์สามหัวจนเผ่นหนี เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในชั่วพริบตาทันที กระแสวิพากษ์วิจารณ์ผันเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง คนที่แต่เดิมเยาะเย้ย เสียด สีและท้าทายหลี่มู่มากมายตะลึงตาค้างไปในทันที
โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่นักกระบี่ผมขาวหลินอวี่หานสลายบุญคุณ ความแค้นกับหลี่มู่ ยิ่งทําให้นักฝึกฝนผู้ยิ่งใหญ่มากมายทั้งหลายที่แต่ เดิมดีใจกระโดดโลดเต้น ตกใจกลัวจนโง่งมไปในทันใด
หลังจากได้รู้ผลศึกเหนือท้องฟ้าเมืองพายุดารา จั่วชิงชิงดีใจเป็น อย่างยิ่ง จึงรีบบอกข่าวกับกัวอวี่ชิง
จากนั้นกัวอวี่ชิงก็ตัดสินใจออกมาจากโกดังลับ มารวมตัวกับหลี่มู่ที่ โรงเตี๊ยมหอเซียนเอง
แต่เดิมจั่วชิงชิงและเสี่ยวหลิวยังค่อนข้างกังวลว่าวังประสานฟ้าจะ ไล่ล่าสังหารพวกตนต่อไป แต่จนถึงสุดท้าย ลูกศิษย์วังประสานฟ้า
เหล่านั้นได้ยินว่าเป็นสหายของหลี่มู่ ก็ตกใจขวัญหนีทันที ต้อนรับอย่าง กระตือรือร้นเป็นที่สุด และนําพวกเขามายังลานเล็กๆ
คืนนั้น สุราและอาหารเลิศรสตั้งเต็มโต๊ะ
กัวอวี่ชิงชอบดื่มสุรา ทุกครั้งที่เจอเรื่องดีๆ ก็มักจะกระปี้ กระเปร่า อยากจะดื่มให้หนําใจ
หลี่มู่ก็นั่งดื่มเป็นเพื่อน
ร�าสุราฟังบทเพลงขับขาน ชีวิตคนยาวนานเท่าใดกัน?
ทิวทัศน์ในโรงเตี๊ยมหอเซียนงดงามเป็นอย่างยิ่ง สามารถชม พระจันทร์กลางฟ้าได้
“ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาสามแม่ลูกอยู่ที่แผ่นดินใหญ่เสินโจวจะเป็น อย่างไรบ้าง”
ดื่มสุราเซียน กัวอวี่ชิงเมามายคลุมเครือ มองพระจันทร์คิดถึง ภรรยาและลูกสาวลูกชายที่ดาวเสินโจว
หลี่มู่รู้สึกว่าทั่วร่างเบาหวิว สุราเซียนที่ผู้ฝึกฝนกลั่น ดื่มแล้ว ร้อนแรงนัก และก็ทําให้เมามายด้วยเช่นกัน หลี่มู่เมามาย เอ่ยเสียงดัง “พี่ใหญ่วางใจ รอเมื่อพวกเรายืนในห้วงดาราแห่งนี้ได้มั่น ข้าจะไปรับ
พี่สะใภ้ หลานสาวและหลานชายมาที่ห้วงดาราสมุทร ให้พวกท่านได้อยู่ พร้อมหน้าพร้อมตา”
กัวอวี่ชิงพยักหน้าอย่างจริงจัง
เดินออกมาจากดาวแม่ ถึงจะนับว่าก้าวเข้าสู่เส้นทางฝึกฝนอย่าง แท้จริง
ตอนนี้หันกลับไปมอง บุญคุณความแค้นบนแผ่นดินทวีปเสินโจว มันช่างเล็กยิ่งนัก
หลี่มู่และกัวอวี่ชิงทั้งสองคน คืนนี้ดื่มสุราไปมากมาย
“ผู้คนต่างบอกว่าเทพเซียนนั้นดี บนถนนชีวิตอันยาวไกลหัวเราะ ผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์…” กัวอวี่ชิงถอนหายใจยาว
ท่ามกลางความสะลึมสะลือหลี่มู่รู้สึกว่าฉากนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก
บนโลกหลายคนดิ้นรนพยายามอยู่ข้างนอก ก็เพื่อให้พ่อแม่ลูกเมีย ที่บ้านเกิดในหุบเขาลึกได้มีชีวิตที่ดี รับพวกเขาจากหมู่บ้านในภูเขามา ในเมือง ได้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม และก็มีคนพยายามซื้อห้องในเขตโรงเรียน สุดชีวิต เพื่อให้บุตรหญิงชายได้รับการศึกษาที่ดีกว่าเดิม เมื่อเทียบกับ ห้วงดาราสมุทรของอารยธรรมวิถียุทธ์ที่นี่แล้ว ทุกอย่างคล้ายกันนัก
นักฝึกฝนมากมายหลังจากทะลวงสวรรค์ก้าวเข้ามาในห้วงดารา สมุทรแล้ว ก็ไม่ได้ลืมเลือนความรู้สึกจริงๆ แต่กลับยังคงห่วงหาอาทร คนในครอบครัว
หลังจากที่ได้เห็นความเจริญเฟื่ องฟูไร้ขีดจํากัดในห้วงดาราสมุทร แล้ว พวกเขาคิดอยากจะรับคนในครอบครัวที่มีชีวิตอยู่ในโลกใบเล็กๆ ไม่เข้าขั้นดวงนั้นออกมาดู ออกมาเห็น ได้รับอารยธรรมการฝึกฝนใน ห้วงดาราสมุทร ก้าวสู่เส้นทางการฝึกฝนที่แท้จริง
ดวงดาวบรรรพกาลที่ไม่เข้าขั้นมากมายก็เหมือนชนบทเล็กๆ บน โลก ส่วนดาวที่เข้าขั้นในห้วงดาราสมุทร และยังมีเมืองใหญ่ในดวงดารา มากมาย ก็เทียบได้กับเมืองใหญ่ๆ บนโลก มีกฎจักรวาลที่ยิ่งชัดเจน พลังฟ้าดินที่มหาศาลมากยิ่งขึ้น มีทรัพยากรฝึกฝนมากมาย มีมรดกที่ดี ยิ่งกว่า สํานัก…ขอแค่เข้าไปในห้วงดาราสมุทรได้ ถึงจะผสานไปในอารย ธรรมวิถียุทธ์ได้อย่างแท้จริง ถึงจะก้าวสู่เส้นทางฝึกฝนได้อย่างแท้จริง
ยกตัวอย่างเช่นชายตกอับที่ขาขวาพิการ ณ ตําบลฉาบทองวันนั้น
เขาเดินออกมาจากดาวหิ่งห้อยรกร้าง ต่อสู้ดิ้นรนอย่างเหนื่อยยาก ตรากตรําอย่างยากลําบาก ก็เพื่อให้ลูกเมียมีชีวิตที่ดี
บางที ก่อนหน้าที่จะก้าวเข้ามาในห้วงดาราสมุทร ตอนนั้นที่ดาว หิ่งห้อย เขาก็เป็นผู้ยิ่งใหญ่สะเทือนไปทั่ว ไร้ศัตรูทั่วหล้า เจิดจัสเป็น
อย่างยิ่ง แต่เมื่อทะลวงสวรรค์ก้าวไปในห้วงดาราสมุทรแล้วกลับมีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ไม่ดี เสียทีพิการ ไม่อาจหาผลึกเซียนได้มากเพียงพอ รับ ภรรยาและบุตรสาวออกมาไม่ได้ ดังนั้นเมื่อหลี่มู่สกัดผลึกเซียนสีทองมา จากหินต้นกําเนิดได้ เขาซาบซึ้งจนไม่อาจควบคุมได้จนหลั่งน�าตา เสีย กิริยาต่อหน้าคนทั้งหลาย
เหล่าอัจฉริยะที่เดินออกมาจากดวงดาวดั้งเดิมแทบจะทั้งหมดล้วน มีความคิดนี้เช่นกัน
เหมือนเหล่านักศึกษาบนโลกที่พยายามสอบจากการตั้งใจเรียนได้ คะแนน 985 และ 211 คะแนน ยังมีคนหนุ่มสาวที่จบมัธยมต้นก็เข้า เมืองมาดิ้นรนต่อสู้ในเมืองใหญ่ พวกเขาต่างเป็นบุคคลโดดเด่นจากที่ ต่างๆ เมื่อก้าวเข้าไปในเมืองหลวงแล้วถึงจะได้เข้าใจว่าฟ้าดินกว้างใหญ่ เพียงใด โลกนี้มีสีสันมากเพียงใด…อีกทั้ง โลกใบนี้มีทรัพยากรและ ทรัพย์สมบัติมากเพียงใด ที่พื้นที่เล็กๆ ไม่อาจสร้างและได้รับมัน
ดังนั้น พวกเขาจึงพยายามสุดชีวิตเพื่อที่จะอยู่ในเมืองใหญ่
ก็เหมือนกับเหล่าวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในโลกดั้งเดิมที่ทะลวงสวรรค์ก้าว เข้าไปในขั้นแมลง หลังจากเข้าห้วงดาราสมุทรคิดหาวิธียืนอยู่ในห้วง ดาราสมุทร รับคนในครอบครัว ผู้สืบทอดและคนในสํานักของตนมาใน ห้วงดาราสมุทร ก้าวสู่อารยธรรมวิถียุทธ์สังคมหลักที่อย่างแท้จริง
นี่ยากมาก
อย่างไรเสียก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะหาผลึกเซียนได้มากมายขนาดนั้น ทันทีเหมือนหลี่มู่
ท่ามกลางความมึนเมา หลี่มู่สัมผัสได้ถึงความคิดเช่นนี้ของกัวอวี่ ชิง
ส่วนตัวเขาทําไมจะไม่มีความคิดเช่นนี้
เขาก็อยากรับคนในครอบครัวและสหายที่แผ่นดินใหญ่เสินโจว และเหล่าผู้กล้าเลือดร้อนบนโลกเหล่านั้นมายังห้วงดาราสมุทร
ทิศทางการพัฒนาของอารยธรรมไม่เหมือนกัน
แต่ยุทธจักรก็ยังเป็นยุทธจักร
เรื่องในยุทธจักรก็ยังคงคล้ายกัน
หลี่มู่นอนเงยหน้าอยู่บนเตียงหินในลาน มองพระจันทร์กลาง ท้องฟ้า เสียงกรนเบาๆ ของกัวอวี่ชิงหลังจากเมาหลับไปแล้วดังลอยเข้า มาที่ข้างหู
นี่เป็นการผ่อนคลายครั้งแรกหลังจากศึกตึงเครียดที่ดําเนิน ติดต่อกันหลายวัน โยนการฝึกฝนและการต่อสู้ทิ้งไป หลี่มู่เริ่มคิดถึง เรื่องอื่น
วันที่สองตอนบ่าย
‘โอสถคืนวิญญาณสมบูรณ์’ ที่ ‘ซื้อออนไลน์’ ในที่สุดก็มาถึงแล้ว
หลังจากติงอี้กินมันลงไป ไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็ฟื้ นตื่นขึ้นมา
โอสถระดับลูกกลอนวิญญาณเห็นผลในทันทีจริงๆ
โคจรพลังธาตุไฟเล็กน้อย ติงอี้ก็สามารถลงเดินได้ ฟื้ นฟูได้อย่าง รวดเร็ว
ส่วนหลี่มู่ก็เข้าไปในเครือข่ายเซียน หลังจากซื้อของบน อินเตอร์เน็ตอีกรอบ สุดท้ายก็เข้าไปในกระดานสนทนา ‘เหตุการณ์เทพ วีรชน’
จากนั้นเขาก็ได้เห็นบนกระทู้บนสุดของกระดานสนทนา มีกระทู้ สิบกว่ากระทู้ที่เป็นกระทู้ร้อนมียอดการกดดูและอ่านกว่าหลายล้านครั้ง เป็นกระทู้ที่แค่อ่านก็รู้เนื้อหาในนั้นประเภทนั้น ยกตัวอย่างเช่น——
“หมัดหนึ่งซัดขั้นขุนพลหมอบคนหนึ่ง ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่สังหารสี่ผู้ อาวุโสวังประสานฟ้าเรียบ”
“ศึกเมืองพายุดารา ขั้นขุนพลปรากฏกายขึ้น”
“พลังของหลี่มู่แข็งแกร่งเพียงใด? สุนัขโลกันต์สามหัวถูกอัดหนีหัว ซุกหัวซุน”
“จับมือประสานมิตร? นักกระบี่ผมขาวหลินอวี่หานปรากฏตัวขึ้น บุญคุณความแค้นหายกัน”
“วังประสานฟ้าอ่อนข้อให้ ศึกใหญ่ครั้งที่หนึ่งปิดฉากลง”
“ดาบคลั่งหลี่มู่ ตํานานเทพนิยายแห่งสงครามคนใหม่ค่อยๆ ลอย เด่นขึ้น”
“ผู้แข็งแกร่งขั้นขุนพลลึกลับไขรหัสที่นี่ที่เดียว ทําไม ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่ถึงแหยมไม่ได้”
หลี่มู่เมื่อได้เห็นกระทู้พวกนี้แล้ว หลังจากอึ้งตะลึงไปเล็กน้อย เขาก็ รู้ว่าเหตุการณ์การต่อสู้ในเมืองพายุดาราหลังจากเกิดการเพาะบ่มใน ช่วงเวลาหนึ่งแล้ว ในที่สุดก็ปะทุขึ้นบนเครือข่ายเซียนเหมือนพายุหมุน ในห้วงดาราสมุทรลูกหนึ่ง หอบม้วนไปทั่วกระดานสนทนา ‘เหตุการณ์ เทพวีรชน’
ฮี่ๆ!
หลี่มู่หัวเราะขึ้นมา
นี่ก็น่าสนุกแล้ว
เวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้ว ระดับขุนพลก็อัดจนเละแล้ว แต่ ความชั่วร้ายรักหน้าตา รักศักดิ์ศรีกลับเพิ่มขึ้นไม่มีลดลง
เขาอ่านกระทู้ยอดนิยมที่ชมเขาทั้งหมดรอบหนึ่งอย่างมีความสุข
“พวกปาปารัสซี่ของห้วงดารามืออาชีพมากๆ เลยมีรูปประกอบ แล้วก็ยังมีภาพเคลื่อนไหวสั้นๆ”
หลี่มู่อ่านพลางชมเชย
กระทู้พวกนี้มีภาพกระจกวารีแบบนิ่งและแบบเคลื่อนไหว ย้อน บรรรยายภาพเหตุการณ์ต่อสู้เมืองพายุดาราอย่างละเอียด
ภาพเคลื่อนไหวอันแข็งแกร่งเกรียงไกรหมัดเดียวซัด ‘กระบี่คลั่ง เมฆดารา’ หลิ่วซ่าน ‘ยอดกระบี่เงาเสน่ห์’ จื่อเซียวเอ๋อร์มอดม้วย ย้อน โจมตีสังหาร ‘กระบี่ลมสารทไร้เงา’ เมิ่งฉางหุน ตัดต่อได้ละเอียดเป็น อย่างยิ่ง ทุกมุมล้วนมองเห็นหมด ไม่ด้อยไปกว่าเทคโนโลยีบนโลกเลย แสดงวิธีการต่อสู้อันแข็งแกร่งทรงพลัง สง่างามของหลี่มู่ออกมาได้ อย่างถึงใจ
และภาพกระจกวารีแบบเคลื่อนไหวที่หลี่มู่สังหารนักล่าเงินรางวัล ของห้วงดาราสมุทรและอัดสุนัขโลกันต์สามหัวจนหมอบก็สมบูรณ์มาก
นี่เห็นได้ชัดว่ามาจาก ‘ผู้เชี่ยวชาญ’
เคยได้ยินมานานแล้วว่าในห้วงดาราสมุทรมี ‘ผู้ฝึกฝนอักษร’ โดยเฉพาะกลุ่มหนึ่ง เป็นเหมือนกับนักข่าวบนโลก หาเงินจากการขาย ข่าว ตอนนี้หลี่มู่เชื่อแล้วว่าคนพวกนี้ตั้งใจในการทํางานเป็นอย่างมาก และทันสถานการณ์ เคลื่อนไหวเมื่อได้กลิ่นข่าว แทรกซึมไปได้ทุก สถานที่ ภาพการต่อสู้เช่นนี้ยังจับมาได้
กระทู้ยอดนิยมพวกนี้เผยแพร่โดยชื่อผู้เข้าใช้แตกต่างกันไป แต่สิ่ง ที่สามารถยืนยันได้ก็คือ ต่อให้เปิดสิทธิ์การอ่านได้แบบไม่เก็บเงิน แต่ ยอดการกดและเข้าอ่านมหาศาลก็สามารถนําค่าตอบแทนมหาศาลมา ให้กับผู้เผยแพร่ เครือข่ายเซียนมีค่าตอบแทนและรางวัลก้อนโตให้กับ พวกเขา และหากตั้งสิทธิ์การเข้าถึงแบบจ่ายเงินแล้วล่ะก็ เช่นนั้น รายรับก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก
หลี่มู่อ่านอยู่ครู่หนึ่งก็พลันตบหัวของตัวเอง นึกเรื่องอะไรขึ้นมาได้ รู้สึกปวดใจนัก
หากรู้แบบนี้เขาก็จะอัดภาพกระจกวารีเหตุการณ์การต่อสู้ของ ตัวเองเอาไว้ นับเป็นข้อมูลโดยตรงได้อย่างแน่นอน จากนั้นก็เผยแพร่ มันลงไปบนเครือข่ายเซียน จะต้องได้เงินมากมายมหาศาลแน่นอน มี ส่วนให้ ‘ผู้ฝึกฝนอักษร’ พวกนี้เสียที่ไหน?
พลาดเสียแล้ว
โอกาส ‘หลอกเอาเงิน’ ชั้นยอดแบบนี้กลับพลาดเสียได้
หลี่มู่เสียใจนัก
เขาอ่านกระทู้บนกรระดานสนทนาอย่างละเอียด เหมือนกับที่ คาดการณ์เอาไว้ หลังจากที่วีรกรรมในตํานานของหลี่มู่ในที่สุดก็เปิดเผย ออก คนที่ใช้วิธีท้าทายอย่างบ้าคลั่ง จงใจยั่วหาเรื่อง หยามหมิ่นหลี่มู่ เพื่อดึงดูดสายตาก่อนหน้านี้พวกนั้นก็หยุดลงทั้งหมด น่ากลัวว่าคงตกใจ ขวัญเสีย หลบอยู่ในที่ต่างๆ กลัวตัวสั่นงันงก โดยเฉพาะคนที่เปิดเผยชื่อ ของตัวเองพวกนั้น ตอนนี้คงกลัวจนหัวใจจะวาย
ผู้ฝึกฝนและสํานักขี้ขลาดบางพวก ไม่รอให้หลี่มู่ได้พูดอะไรก็ส่ง สาร ‘รับผิด’ มาเองทันที
“ข้าผิดไปแล้ว ได้โปรดปล่อยข้าไป ข้าไม่กล้าพูดมั่วซั่วอีกแล้ว”
“ก่อนหน้านี้ลูกศิษย์ของข้าใช้สิทธิ์การเข้าถึงเครือข่ายของข้า พูดจาว่าร้ายท่าน เพื่อเป็นการแสดงคําขอโทษต่อท่าน ‘ดาบคลั่ง’ ข้าได้ ขับไล่ลูกศิษย์คนนี้ออกจากสํานัก ทําความสะอาดล้างสํานักแล้ว…”
“ประกาศสําคัญ : สิทธิ์การเข้าถึงเครือข่ายเซียนของข้า เจ้าสํานัก วิญญาณฟ้าถูกผู้คิดร้ายขโมย แอบปลอมเป็นเจ้าสํานัก พูดจาไม่ดี
บางอย่าง นี่ไม่ใช่จุดยืนและรูปแบบของสํานักเราแน่ มีคนมากมาย สามารถเป็นพยานให้ข้าได้ว่า สํานักวิญญาณฟ้าชื่นชมในความสามารถ ของท่าน ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่เป็นอย่างมาก ไม่มีทางท้าทายโดยไร้เหตุผล อย่างแน่นอน!”
วิธีการโยนขี้ต่างๆ แสดงกันออกมาได้หลากหลาย
……………………………………………………