จอมศาสตราพลิกดารา - บทที่ 617 คู่มือเก็บค่าแสดงความขอโทษอย่างจริงใจ
หลี่มู่ถูกคนประหลาดพวกนี้ล้อเล่นเอาเสียแล้ว
แต่ละฉากๆ เหมือนกับพวกดาราเจ้าชู้หรือพวกบริษัทโยนความ รับผิดชอบบนดาวโลกไม่ผิดเพี้ยนเลย
ไม่เหมือนกันที่บนดาวโลกจะเป็นการโยนไปให้เพื่อนร่วมงาน หรือไม่ก็พวกโจรกระจอก แต่เหล่าผู้ฝึกตนจะโยนไปให้ศิษย์ สํานัก ไม่ก็ โยนไปให้พวกหัวขโมยใหญ่
หลี่มู่ลองคิดรวมกันอย่างละเอียด ส่วนใหญ่แล้วพวกเหล่าผู้ฝึกฝน ที่คอยพัดโถมก่นบ่นด่าทอบนกระดานสนทนา เกินครึ่งล้วนยอมแพ้แต่ โดยดี มีบางส่วนที่คิดว่าการ ‘ยอมแพ้’ ต่อหน้าสาธารณะมันค่อนข้างจะ เสียหน้า ก็เลยส่งข้อความส่วนตัวมาหาหลี่มู่ แอบแสดงการยอมแพ้
หลี่มู่เห็นข้อความส่วนตัวเช่นนี้มากมาย…
“ท่านจอมยุทธหลี่ ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ ได้ใช้ถ้อยคําไม่ถูกต้อง บนกระดานสนทนา ข้ายินยอมที่จะมอบผลึกเซียนสีเงินสิบเม็ดเพื่อเป็น การชดเชยต่อคําพูดก่อนหน้า ขอให้ท่านโปรดใจกว้าง ให้อภัยแก่ข้า ด้วยเถิด”
นี่เป็นข้อความส่วนตัวของผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่ชื่อว่า ‘โดนอัดแต่หยัด ยืน’ ส่งมาให้หลี่มู่
บนเครือข่ายเซียนสามารถที่จะโอนบัญชีให้แก่อีกฝ่ายได้ตรงๆ หลี่มู่เมื่อเห็น ก็พบว่าอีกฝ่ายได้โอนผลึกเซียนสีเงินสิบเม็ดมาเพื่อแสดง ความจริงใจจริงๆ
เขาคิดๆ พลิกไปดูบันทึกการส่งข้อความของ ‘โดนอัดแต่หยัดยืน’ ก่อนหน้า ก็พบว่าไม่ใช่อะไรที่เกินเลยนัก ก็เลยรับผลึกเซียนมา และถือ ว่าให้อภัยกันไป
ข้อความส่วนตัวลักษณะนี้มีประมาณนับร้อย หลักๆ ก็คือเสนอการ ชดใช้ออกมาด้วยตนเอง หลี่มู่ไล่เปิดบันทึกการส่งข้อความของคน เหล่านี้ ในกระทู้ก่อนหน้า ถ้าหากว่าเต้นผางหรือปากปีจอมากเกินไป แน่นอนว่าคงไม่จบง่ายๆ แบบนี้ แต่เป็นการเรียกราคากันตรงๆ โดย เรียกราคาจากระดับความปีจอและความสั้นยาวของข้อความที่คน เหล่านี้ส่งมาในตอนแรก
จะขอโทษก็ต้องแสดงความจริงใจกันหน่อย
ถ้าหากแค่ส่งๆ ก็ขอโทษได้สําเร็จ แล้วจะมีพวกตํารวจไว้ทําไมกัน?
จากการ ‘ขู่กรรโชก’ นี้ หลี่มู่พอเอามาคิดอย่างละเอียด ให้ตาย เถอะ รวยซ�าอีกรอบแล้วนะนี่
ผลึกเซียนสีเงินพันเม็ดเต็มๆ ไหลเข้าบัญชีแล้ว
หลี่มู่จู่ๆ รู้สึกขึ้นมาว่า ถ้าตอนแรกคนด่าเขาเยอะกว่านี้ก็คงจะดี
ไม่เช่นนั้นก็พาบ้านรวยไปแล้ว
คนที่ชดเชยคําขอโทษด้วยตนเองผ่านข้อความส่วนตัวเหล่านี้ หลี่มู่ คิดไปคิดมา ถือว่าให้อภัยไปก็แล้วกัน
ถึงอย่างไรก็เป็นแค่ปลาซิวปลาสร้อย การจะไปไล่คิดบัญชีทีละ คนๆ คงเสียเวลาหลายเดือนหลายปี
หลังจากที่จัดการกับข้อความส่วนตัวเหล่านี้จบ หลี่มู่คิดต่อ จากนั้น ได้ใช้ตัวตน ‘ถูกบีบให้เลี้ยงหมู’ เขียนกระทู้ลงไปในกระดานสนทนาอีก หนึ่งกระทู้
“ข้า ดาบคลั่ง ส่งเงินมา!”
หลี่มู่เขียนเช่นนี้ไว้ในกระทู้…
“ยอมแพ้นั้นได้ แต่ต้องมีความจริงใจ จงส่งเงินมาให้ข้าตามจํานวน ครั้งและความสั้นยาวของเนื้อหาที่ตนเองเขียนมาอย่างว่าง่ายเสีย ขอ แค่จํานวนเงินถูกต้อง ก็ถือว่าแล้วๆ กันไป มิเช่นนั้น…เหอๆ”
จากนั้น เขาได้แนบเอกสารที่ชื่อว่า ‘คู่มือฟ’ แนบไว้ท้ายกระทู้
ในคู่มือฉบับนี้ หลี่มู่ได้เขียนมาตรฐานการจ่ายเงินแสดงความขอ โทษเรียงกันอย่างละเอียด มีตั้งแต่ผลึกเซียนสีทองแดงสิบเม็ดไปจนถึง ผลึกเซียนทองคําหนึ่งเม็ดแตกต่างกันไป แต่กลับละเอียดเป็นอย่างมาก
เมื่อกระทู้แพร่ออกไปก็ปะทุขึ้นมาทันที
เหล่าผู้ฝึกตนมากมายมองเห็นกระทู้นี้ได้ในทันที
และสิ่งที่ทําให้เอาพวกเขาน�าตาไหลด้วยความซาบซึ้งก็คือ ครั้งนี้ ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่ไม่ได้ตั้งค่าจ่ายเงินเพื่อสิทธิ์การอ่าน แต่เปิดให้เข้าไปดู เนื้อหานี้ต่อสาธารณะโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย
แต่เมื่อเห็นเนื้อหาในกระทู้ โดยเฉพาะ ‘คู่มือเก็บค่าแสดงความขอ โทษอย่างจริงใจ’ ตอนท้าย ทําเอาผู้ฝึกตนทั้งหมดอึ้งตะลึงยิ้มไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก
ทําแบบนี้ได้ด้วยหรือ?
ไม่เคยเห็นใครทําเช่นนี้มาก่อนเลย ครั้งนี้มันจะกินนิ่มน่าเกลียดไปหน่อยไหม ผู้แข็งแกร่งขั้นขุนพลทําไมถึงได้หน้าไม่อายเช่นนี้? คนมากมายล้วนตําหนิวิจารณ์อยู่ในใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไร
ถึงอย่างไรตอนนี้คนโง่แค่ไหนก็มองออก ว่า ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่ไม่ เพียงแต่คลั่ง แต่ยังใจแคบเจ้าคิดเจ้าแค้นอีกด้วย
ถ้าต้องมาถูกคนประหลาดเช่นนี้คอยห่วงหาอาทร น่ากลัวว่าคงจะ เหมือนกับนั่งพรมเข็มไปชั่วชีวิตนั่นล่ะ วันคืนเช่นนี้ใครก็คงไม่อยากจะ เจอ
แต่ว่านั่นก็ล้วนเป็นเรื่องรอง
ตอนนี้ปัญหาที่สําคัญที่สุดคือ จะต้องส่งเงินไปตาม ‘คู่มือเก็บค่า แสดงความขอโทษอย่างจริงใจ’ ที่หลี่มู่เขียนมาหรือเปล่า?
ผู้ฝึกตนที่เคยก่นด่า สาปแช่ง ท้าทายเสียดสีหลี่มู่อย่างบ้าคลั่งก่อน หน้า ในใจเริ่มสับสนขึ้นมา
คนบางส่วนก็นั่งไม่ติดจนเด้งผางออกมา คิดว่าไม่ได้จําเป็นอะไร เลย ทุกคนที่เขียนข้อความบนเครือข่ายเซียน ส่วนมากล้วนปิดบังตัวตน ที่แท้จริงของตนเองอยู่แล้ว ไม่มีใครรู้ว่าในชีวิตจริงคือใคร หลี่มู่ต่อให้ ร้ายกาจอีกเพียงไหน จะสามารถขุดเอาทุกคนออกมาได้จริงหรือ? คนที่ ด่าทอหลี่มู่ไป ไม่ใช่หลักล้านก็หลักแสน คนมากมายเช่นนี้ ถ้าหลี่มู่จะ สังหารไปทีละคน จะต้องไล่ล่ากันไปถึงเมื่อไร?
“อย่าถูกเขาขู่ เหอๆ คิดว่าทุกคนล้วนกลัวเจ้าหรือไรกัน? ถึง อย่างไรข้าก็จะไม่จ่ายแม้แต่แดงเดียว น่าขันนัก คิดว่าข้ากลัวหรือไง?”
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ‘กระบี่ลมฝนไร้เทียมทาน’ โดดผางขึ้น เขียนข้อความอย่างร้อนแรงทันที
ทว่าคําพูดของเขา ก่อให้เกิดความรู้สึกเห็นพ้องของคนมากมาย
คนมากมายถึงแม้จะกลัวหลี่มู่มาคิดบัญชี ทว่ายังคงกอดเอา ความคิดที่น่าจะโชคดีเอาไว้อยู่
แต่หลี่มู่ก็ไม่ได้ให้พวกเขาสับสนนานมากนัก
เพราะว่ายังไม่ทันจะถึงสามชั่วยาม ผู้ฝึกตนที่ชื่อว่า ‘กระบี่ลมฝน ไร้เทียมทาน’ ก็ถูกขุดเอาตัวตนในชีวิตจริงออกมา เป็นนักล่าเงินรางวัล ทางช้างเผือกคนหนึ่งในเมืองพายุดารา ถูกหลี่มู่ไปหาถึงหน้าประตู ค้น เอาของในตัวออกมามากมาย และพบว่าคนผู้นี้ไม่เพียงแต่ปากดีบน เครือข่ายเซียนเท่านั้น แต่ในชีวิตจริงก็เป็นพวกจอมเชือดสารเลวที่ สังหารคนเพื่อทรัพย์สินคนหนึ่งเช่นกัน หลี่มู่จึงไม่พูดอะไรมาก ฟันเขา ทิ้งในดาบเดียว
ขั้นตอนทั้งหมด ถูกหลี่มู่ใช้ ‘วิชากระจกวารี’ บันทึกไว้ทั้งหมด
จากนั้นได้เผยแพร่บนเครือข่ายเซียน
เหล่าผู้ฝึกตนที่ก่อนหน้ายังปากแข็งกันอยู่ เมื่อเห็นภาพขั้นตอน ทั้งหมดของวิชากระจกวารีก็ล้วนกลัวจนฉี่ราด
“หลี่มู่หาตัว ‘กระบี่ลมฝนไร้เทียมทาน’ เจอได้อย่างไรกัน?”
มีคนถามขึ้นด้วยความที่ไม่อาจเข้าใจได้
ทว่าเพียงไม่นาน ก็มี ‘สหายผู้ฝึกตนในเครือข่าย’ ผู้รอบรู้เข้ามา ตอบคําถาม
“พวกเจ้าลองดูให้ละเอียด ระดับฐานะเครือข่ายเซียนของ ‘ถูกบีบ ให้เลี้ยงหมู’ ได้เปลี่ยนไปแล้ว”
มีคนเขียนตอบกระทู้ในกระดานสนทนา
คนมากมายก็เลยเข้าไปตรวจสอบศูนย์กลางตัวบุคคลของ ‘ถูกบีบ ให้เลี้ยงหมู’ อย่างบ้าคลั่ง ถึงแม้ข้อมูลสําคัญมากมายพวกเขาไม่ สามารถมองเห็น ทว่าก็เห็นอย่างชัดเจน ว่าระดับฐานะเครือข่ายเซียน ได้เปลี่ยนจากตราเครือข่ายตลาดมืดสีเทากลายเป็นระดับแขกคน สําคัญสีเงินแวววาว ยกระดับขึ้นไปก้าวใหญ่ในพริบตา
“ระดับแขกคนสําคัญสีเงิน สามารถจ่ายเงินให้แก่ผู้ดูแลระบบ เครือข่ายเซียนเพื่อยื่นขอตรวจสอบตําแหน่งและฐานะของผู้ฝึกตนที่ อยู่ระดับต�ากว่าได้”
‘สหายผู้ฝึกตนในเครือข่าย’ ผู้รอบรู้ไขข้อสงสัย
ตอนนี้เอง คนมากมายต่างลนลานขึ้น
ที่พวกเขาปากแข็งก่อนหน้านี้ ก็เพราะตัวตนบนเครือข่ายเซียน เป็นเพียงตัวตนจําลอง ปกติไม่สามารถสืบหาตัวตนจริงได้ ขอแค่หลบ อยู่ด้านหลังตราเครือข่าย ก็สามารถทําอะไรก็ได้บนกระดานสนทนา เครือข่ายเซียน พลังมากล้น เที่ยววิจารณ์ได้ทุกเรื่อง แต่ก็คิดไม่ถึงกัน เลยว่า ‘ดาบคลั่ง’ หลี่มู่จะได้ตัวตนแขกคนสําคัญระดับเงินจาก เครือข่ายเซียนอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากอันใหญ่ หลวงเสียแล้ว
ใครก็ไม่อยากจะกลายเป็น ‘กระบี่ลมฝนไร้เทียมทาน’ คนต่อไป
การมีชีวิตอยู่ถึงอย่างไรก็ดีกว่าตาย
ดังนั้นศูนย์กลางทรัพย์สินของหลี่มู่ จึงเริ่มมีผลึกเซียนเข้าบัญชี เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดอีกครั้ง
ดวงตาหลี่มู่ยิ้มหยีจนเป็นร่องเส้น
นับตั้งแต่โบราณกาล คนที่พาบ้านรวยเพราะคนรุมด่า น่ากลัวว่า เขาจะเป็นคนแรกนะนี่
ถึงอย่างไรพวกคนใหญ่คนโตในทางช้างเผือกเหล่านั้น ก็มีชื่อเสียง มายาวนาน เหล่าผู้ฝึกตนล้วนไม่กล้าด่าทอ และพวกเขาก็คงไม่ไปหา เรื่องคนอื่นอย่างไร้ซึ่งเหตุผล ยิ่งไปกว่านั้น จอมมารหลี่ก็ต้องยอมรับว่า คนใหญ่โตมากมายถวกนั้นไม่มีทางจะทิ้งหน้าตาลงมาทําเรื่องให้โดนด่า
เพื่อหาเงินเป็นแน่ ถึงอย่างไรชื่อเสียงที่อยู่ด้านนอก แต่ละคนก็ล้วนมี ภาระที่ต้องแบบอย่างอยู่แล้ว
“อาจจะต้องขอบคุณมู่ซุ่นจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้านั่นมาใส่ร้าย ป้ายสีอย่างเอาจริงจัง ก็คงจะไม่มีคนมากมายมาร่วมขบวนด่าทอ สาปแช่งแน่”
หลี่มู่คิดในใจ ว่าตอนครบรอบวันตายเจ็ดวันของมู่ซุ่น จะส่งคนเข้า ไปจุดธูปเพื่อแสดงความขอบคุณดีไหม?
เขานําเอา ‘สหายเครือข่าย’ ที่เคยด่าตนเองทั้งหมด จัดเรียงเป็น รายชื่อชุดหนึ่ง ขอแค่โอนเงินเพื่อขอโทษมาตามคู่มือ ทั้งหมดก็จะถูก ขีดออกจากรายชื่อ ที่ไม่โอนเงินเข้ามาล้วนถูกบันทึกเอาไว้
แน่นอนว่าในนั้น มีคนบางส่วนถูกยกเว้นไว้
พวกครอบครัวและเพื่อนสหายของผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกสังหารใน ถนนทางใต้ หลี่มู่เลือกที่จะไม่คิดเล็กคิดน้อยกับพวกเขา
และยังมีพวกที่แค้นเคืองต่อความไม่เป็นธรรมและพวกฝ่ายธรรมะ ออกคําตําหนิประณามและท้าดวลเหล่านั้น หลี่มู่ก็ไม่คิดที่จะไปทําอะไร
โลกวิถียุทธ์ทางช้างเผือกอันหนาวเย็นแห่งกฎเกณฑ์อันรกทึบนี้ เดิมทีก็ดํามืดและโหดร้ายพอแล้ว ชีวิตที่กล้าจะออกมาเรียกร้องความ
เป็นธรรมและผดุงความยุติธรรม ถูกผู้ฝึกตนมากมายหัวเราะเยาะ เรียกว่า ‘คนโง่’ และท่ามกลางกระแสคลื่นเมฆอันลึกลับ วันคืนที่ โหดร้าย ‘คนโง่’ เหล่านี้ก็มีอยู่น้อยถึงน้อยมาก หลี่มู่ไม่อยากที่จะทําร้าย คนเหล่านี้ อย่างน้อยก็ไม่อยากจะทําร้าย ‘คนโง่’ เหล่านี้เพียงเพราะ ตนเองถูกด่าหรือถูกสาปแช่ง ให้พวกเขาได้ ‘โง่’ ต่อไปก็แล้วกัน
ส่วนพวกที่แอบอ้างคุณธรรม โอ้อวดถือดี หรือจงใจมาโหมไฟให้ แรงเข้า หลี่มู่จะไม่เว้นไว้สักคน
นอกจากการจดหนี้แค้นแล้ว ก็ยังเป็นเรื่องตัวเงินนา
ทําไมจะต้องโยนทิ้งเงินของตนเองไปด้วย?
หลี่มู่มองความเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบๆ ดูว่าท้ายสุดจะมีใครที่ ปากแข็งยืดหยัดได้จนถึงที่สุด
เขาก็กําลังเลือกเป้าหมายเพื่อจะดําเนินการ ‘เชือดไก่ให้ลิงดู’ อีก ครั้ง
สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่หลี่มู่สั่งซื้อจากเครือข่ายเซียนก่อนหน้า ทยอยส่งมาถึงแล้ว
มีทั้งอาวุธ เครื่องป้องกัน ชุดเกราะ ยาลูกกลอน วิชามากมาย
บางส่วนเตรียมไว้เพื่อหลี่มู่ ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่เตรียมไว้ ให้กับกัวอวี่ชิงและติงอี้
ในเมื่อมาถึงทางช้างเผือกแล้ว ก็ต้องมีความสุขกับความสะดวก และทรัพยากรของอารยธรรมทางช้างเผือกสิ หลี่มู่หวังว่าคนรอบกาย ตนเอง จะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อย่างน้อยก็ไม่ต้อง พึ่งพาพลังของตนเอง สามารถใช้ชีวิตและบากบั่นได้อย่างดีท่ามกลาง อารยธรรมทางช้างเผือกแห่งนี้ ไม่ใช่ต้องคอยพึ่งพาความช่วยเหลือของ ตนเองอยู่ตลอด สําหรับกัวอวี่ชิงและติงอี้…โดยเฉพาะพี่ใหญ่กัว สิ่งที่รับ ไม่ได้มากที่สุดก็คือเป็นตัวถ่วงให้กับหลี่มู่
กัวอวี่ชิงไม่พูดอะไร รับสิ่งของที่หลี่มู่ซื้อมาเพื่อเขาไปด้วยหน้าตา เรียบเฉย
ส่วนติงอี้นั้นดีใจขึ้นมาเลยทีเดียว
“ขอให้ท่านจ้าวจําเริญเหมือนเทพเซียน อายุยืนยาวดั่งชะตา สวรรค์…” เขาเลียแข้งเลียขาขึ้นมาอย่างหน้าตาเฉย
ติดตามถูกคนแล้ว
ส่วนศิษย์พี่สองที่อยู่อีกด้านก็ไม่พอใจขึ้นมา เอ่ยว่า “แล้วข้าล่ะ? ทําไมมีแต่ข้าที่ไม่ได้อะไรเลย?”
หลี่มู่ร้องเหอๆ ขึ้นมา “ไอ้บัญชีที่เจ้ากินล้างกินผลาญไป ขายไขมัน ทั้งตัวของเจ้าก็ยังเอามาโปะไม่ได้เลย เจ้ายังคิดจะได้ของจากข้าอีก หรือ?”
ศิษย์พี่สองพูดไม่ออกไป
เอาจริงๆ เขาก็คงไม่ได้ใช้ของพวกนี้อยู่ดี
อภินิหารที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของเขา มากเกินกว่าที่คนทั่วไปจะ จินตนาการได้ หลี่มู่ก็เหมือนจะเดาได้อยู่บางส่วนเหมือนกัน
สามวันต่อมา
หลี่มู่ตัดสินใจลงมือ เก็บกวาดเหล่าผุ้ฝึกตนที่ไม่ยอมจ่ายเงินตาม เวลาและไม่ยอมขอโทษ
โดยเฉพาะเจ้า ‘เทพสงครามอาทิตย์ทอง’ อะไรนั่น เจ้าสํานักยุทธ์ เทพเว่ยมู่หรง เฟิงหลิวเซิงแห่งชนเผ่าวายุ หยิ่นเชาจากเฉียนหยวน หลานอู๋อวี่ที่บอกสํานักตัวเองออกมา หลี่มู่ตัดสินใจว่าจะไม่เว้นไว้สักคน เดียว ถึงอย่างไรคนพวกนี้ก็ไม่ใช่คนดีอะไร
เขาออกจากเมืองพายุดารา ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายตรงไปยัง ดวงดาวหลักสํานักอาทิตย์ทองดาวอาทิตย์