จักรพรรดิมังกรทมิฬ - ตอนที่ 34 เงื่อนไขที่ทำให้หอว่านเป่าสั่นสะเทือน
ภายใต้การนำทางของหยุนเชียนเชียน ทั้งสองขึ้นมาถึงห้องหนึ่งบนชั้นสาม
“ท่านอาจารย์”
ภายในห้องมีชายชรานั่งอยู่ หยุนเชียนเชียนก้าวเข้าไปกล่าวเสียงเบา “ผู้นี้นำทักษะมังกรระดับทองม่วงมาขาย”
“หืม?”
ชายชราซึ่งหันหลังอยู่พลันหมุนกายกลับทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“ทักษะมังกรระดับทองม่วง?”
สายตาของเขาจับจ้องซูหานอย่างละเอียด “คุณชายซูหานแห่งตระกูลซู?”
“ข้าคือซูหาน แต่บัดนี้มิใช่คนของตระกูลซูอีกแล้ว” ซูหานกล่าวเรียบเฉย
ในฐานะเจ้าหอใหญ่แห่งหอว่านเป่าสาขาเมืองหยวนซาน อีกฝ่ายรู้จักเขาก็มิใช่เรื่องแปลก
“คนโง่ในตระกูลซูถึงกับขับไล่เจ้าจริง ๆ”
ชายชรายิ้มบาง “ข้าขอแนะนำตัว ฉู่หนิงไห่ เจ้าหอใหญ่หอว่านเป่าแห่งเมืองหยวนซาน”
“อืม”
ซูหานพยักหน้า ก่อนโยนตำราในมือให้ “ลองดูสิ ว่าใช่ระดับทองม่วงหรือไม่”
“กระบี่หยดวารีเก้าสาย?”
ฉู่หนิงไห่มองชื่อบนปก ก่อนเปิดอ่านอย่างละเอียด
ยิ่งอ่าน สีหน้าก็ยิ่งเปลี่ยน
จากสงบนิ่ง กลายเป็นตกตะลึง
ท้ายที่สุด แววตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง
“ทักษะมังกรชุดนี้…เจ้าลงมือเขียนเองหรือ?” ฉู่หนิงไห่เงยหน้าถามทันที
ซูหานยิ้มบาง “สายตาท่านมิเลว ทักษะมังกรชุดนี้ ข้าเขียนขึ้นเอง”
“เป็นไปไม่ได้!”
หยุนเชียนเชียนหลุดอุทานทันควัน “ท่านอยู่เพียงขอบเขตเส้นชีพจรมังกร จะเขียนทักษะมังกรระดับทองม่วงได้อย่างไร? ต่อให้ระดับเงินก็ยังเป็นไปไม่ได้!”
การเขียนทักษะมังกร เปรียบดังการจารึกและสร้างสรรค์ทักษะใหม่
จำต้องมีพลังจิตอันแข็งแกร่งเป็นฐาน และต้องอาศัยระดับพลังสูงยิ่ง
ระดับของทักษะยิ่งสูง เงื่อนไขด้านพลังจิตและขอบเขตก็ยิ่งโหดร้าย
ในสายตาของทั้งสอง ทักษะกระบี่หยดวารีเก้าสายคงมิใช่สิ่งที่ซูหานสร้างเอง
น่าจะได้มาด้วยโชควาสนาอันประหลาดมากกว่า
แต่ไม่ว่าได้มาอย่างไร ผู้ฝึกขอบเขตเส้นชีพจรมังกรไร้พลังจิตเพียงพอ ย่อมไม่มีทางจารึกมันได้
ส่วนการสร้างเองนั้น…
ตลอดประวัติศาสตร์ทวีปหลงอู่ ไม่เคยมีผู้ใดในขอบเขตเส้นชีพจรมังกรสร้างทักษะมังกรได้ แม้แต่ระดับต่ำยังไม่เคยมี ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงระดับทองม่วง
“ดูเหมือนเบื้องหลังคุณชายซูหาน จะมีผู้ยิ่งใหญ่คอยหนุนหลัง” ฉู่หนิงไห่มองลึก ราวกับต้องการหยั่งเชิง
ผู้ที่สามารถเขียนทักษะระดับทองม่วงได้ อย่างน้อยต้องอยู่เหนือขอบเขตแก่นมังกร และอาจถึงขั้นขอบเขตเทพมังกร
ส่วนเจ้าสำนักเมฆาเยือกแข็ง ตามข่าวเล่าลือยังอยู่เพียงปลายขอบเขตแก่นมังกร
“ไม่ว่าผู้ใดจะเขียน ข้าต้องการขาย ท่านจะรับหรือไม่?” ซูหานขมวดคิ้วเล็กน้อย เริ่มหมดความอดทน
“รับ! แน่นอนว่ารับ!”
ฉู่หนิงไห่หัวเราะ “ในเมืองเล็กอย่างหยวนซาน ข้าไม่คิดว่าจะได้เห็นแม้แต่ระดับทอง วันนี้ถือว่าได้เปิดตา!”
“ทักษะนี้…เหมาะกับเจ้า” ซูหานเหลือบมองหยุนเชียนเชียน
หัวใจของทั้งสองกระตุกพร้อมกัน
เพียงคำพูดลอย ๆ กลับทำให้รู้สึกราวถูกมองทะลุทั้งวิชาและระดับพลัง
“คุณชายต้องการราคาเท่าใด?” ฉู่หนิงไห่ถาม
ซูหานครุ่นคิดเล็กน้อย “ได้ยินว่าสามเดือนข้างหน้า มีดอกมารวิญญาณประมูล?”
“ที่แท้ก็หมายตาดอกมารวิญญาณ”
ฉู่หนิงไห่ส่ายหน้า “ทักษะนี้แลกได้แน่นอน แต่เจ้าของดอกมารวิญญาณกำชับว่าต้องประมูลเท่านั้น มิรับแลกเปลี่ยน”
“เช่นนั้น…”
ซูหานพยักหน้า “ข้าไม่เอาดอกมารวิญญาณแล้ว แลกเป็นศิลาวิญญาณระดับต่ำสิบก้อน”
“ตกลง” ฉู่หนิงไห่ตอบทันที
ศิลาวิญญาณ คือสกุลเงินแท้จริงของทวีปหลงอู่
ทองคำเป็นเพียงของใช้สำหรับคนธรรมดาหรือผู้ฝึกระดับต่ำ
ศิลาวิญญาณระดับต่ำหนึ่งก้อน เทียบค่าได้กับทองคำหลายล้านเหรียญ
ยิ่งไปกว่านั้น ยังใช้ในการบ่มเพาะได้
พลังวิญญาณภายในบริสุทธิ์และเข้มข้น เป็นหนึ่งในวิธีบ่มเพาะที่รวดเร็วที่สุด
ปัจจุบันซูหานเปิดเส้นชีพจรมังกรถึงสี่สิบสามเส้นแล้ว
โอสถวิญญาณโบราณแทบไร้ผลต่อเขา
ศิลาวิญญาณจึงเป็นทางเลือกดีที่สุดในยามนี้
“ช้าก่อน”
ซูหานกล่าวต่อ “ทักษะระดับทองม่วง ต่อให้ระดับต่ำสุด ยังมีค่ากว่าสองพันล้านเหรียญทอง ศิลาวิญญาณสิบก้อนมีค่าเพียงพันล้าน”
ฉู่หนิงไห่ขมวดคิ้ว “แล้วเจ้าต้องการสิ่งใดอีก?”
“ให้หอว่านเป่าช่วยเหลือข้าโดยไม่มีเงื่อนไข สามครั้ง ภายใต้ขีดความสามารถสูงสุดของพวกท่าน”
“อะไรนะ?!”
ฉู่หนิงไห่สะดุ้ง “เป็นไปไม่ได้! เงินพันล้านหอว่านเป่าจ่ายได้ง่าย แต่จะให้ลงมือช่วยสามครั้งโดยไร้ขีดจำกัด ย่อมทำมิได้!”
“หอว่านเป่าจะต้องทำ” ซูหานยิ้มบาง
หยุนเชียนเชียนขมวดคิ้ว “ความมั่นใจของท่านมาจากที่ใด? หรือท่านคิดจะให้หอว่านเป่าส่งยอดผู้แข็งแกร่งระดับราชันมังกรหรือจักรพรรดิมังกรออกหน้าให้?”
ซูหานมองทั้งสอง ก่อนเอ่ยช้า ๆ
“พวกท่าน…เคยได้ยินคำว่า ค่ายกลเคลื่อนย้าย หรือไม่?”