จักรพรรดิมังกรทมิฬ - ตอนที่ 60 สะท้านทั้งลานประลอง
เมื่อเฉินเฟิงเอ่ยวาจานั้น ผู้คนทั้งลานต่างหันสายตามามองซูหาน
“คราวนี้ซูหานซวยแน่”
“สมควรแล้ว ใครใช้ให้เขากร่างนัก!”
“ถูกต้อง ก่อนหน้านี้ไม่เห็นผู้อาวุโสอยู่ในสายตา ต่อหน้ารองเจ้าสำนักก็ไร้ความเคารพ แม้แต่เจ้าสำนักคิดจะรับเป็นศิษย์ยังกล้าปฏิเสธ ทำราวกับตนเองไม่ใช่ระดับชีพจรมังกร แต่เป็นระดับจักรพรรดิมังกรเสียอย่างนั้น ช่างอหังการเกินไปจริง ๆ”
“เฉินเฟิงผู้นี้ซ่อนลึกยิ่งนัก!”
“เฮ้อ พวกเจ้าคิดว่าซูหานจะยอมมอบศีรษะให้เฉินเฟิงจริงหรือ?”
“ข้าว่าแค่พูดไปอย่างนั้น ไม่มีทางทำจริงหรอก”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ถาโถมมาไม่ขาดสาย เต็มไปด้วยกลิ่นอายเหยียบย่ำซ้ำเติม แม้ซูหานจะมิได้มีความแค้นลึกซึ้งกับพวกเขา แต่อาการหยิ่งผยองของเขาก็ทำให้หลายคนขัดหูขัดตาจนแทบทนไม่ได้
“น้องเขยของเจ้า ดูท่าจะคุยโวเกินจริงแล้วกระมัง”
ไป๋อวี่เหลือบมองเซียวอวี่ฮุ่ย เอ่ยว่า “แต่เห็นแก่หน้าเจ้า ข้าพอจะช่วยพูดแทนสักคำ อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับต้องเสียชีวิต”
ไป๋อวี่คิดว่า ด้วยอำนาจตระกูลไป๋ของตน หากออกหน้า เฉินเฟิงก็น่าจะให้เกียรติบ้าง อย่างไรเสีย ไม่ใช่ทุกคนจะไร้สมองเช่นซูหาน
“ไม่จำเป็น”
เซียวอวี่ฮุ่ยส่ายหน้าเบา ๆ “เขาไม่แพ้หรอก”
“ถึงเวลานี้แล้ว เจ้ายังคิดว่าเขาจะไม่แพ้อีกหรือ?”
ไป๋อวี่ขมวดคิ้ว “เจ้ามีความเชื่อมั่นในตัวเขาเหลือเกิน แต่เจ้าก็ควรรู้ว่าเฉินเฟิงเปิดได้สิบเอ็ดเส้นชีพจรมังกร ทำลายขีดจำกัดจำนวนเส้นชีพจรมังกรของทวีปหลงอู่ คนเช่นนี้ในหมื่นคนยังยากจะพบ ซูหานจะเอาอะไรไปชนะเขา?”
“ดูก็รู้เอง” เซียวอวี่ฮุ่ยตอบเรียบ ๆ
“ได้ ข้าจะดู”
ไป๋อวี่แค่นเสียงเย็น เขารู้สึกเสมอว่าเซียวอวี่ฮุ่ยมีอารมณ์บางอย่างที่แตกต่างต่อซูหาน และในยามนี้ ความรู้สึกนั้นยิ่งชัดเจนขึ้น
ท่ามกลางเสียงพูดคุย เงาร่างของซูหานได้ก้าวมาถึงหน้าเสาหินแล้ว
ซูหานเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จ้องมองเสาหินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายศีรษะ
“ว่าอย่างไร กลัวแล้วหรือ?”
“รู้อย่างนี้แต่แรก จะโอหังไปไย”
“สิบเอ็ดเส้นชีพจรมังกรเพียงพอจะกดเขาจนตาย เกรงว่าเขาไม่มีใจจะทดสอบแล้วกระมัง?”
การส่ายศีรษะของซูหาน ทำให้ผู้คนเข้าใจผิด คิดว่าเขาไม่กล้าทดสอบ กำลังคิดหาวิธีอ้อนวอนขอชีวิตจากเฉินเฟิง
เฉินเฟิงก็คิดเช่นนั้น รอยยิ้มเยาะบนมุมปากยิ่งชัดเจนขึ้น
ในเวลานั้นเอง ซูหานยกมือขวาขึ้นอย่างช้า ๆ
ขณะที่ยกขึ้น แสงทองพลันเปล่งประกายทั่วร่างเขา จากนั้นกำหมัดแน่น ซัดลงบนเสาหินอย่างไม่ลังเล
“ตูม!!!”
เสียงอู้อี้มหึมาดังสะเทือนยอดเสาหิน ในขณะที่หมัดกระแทกลง ฝุ่นผงจำนวนมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากเสาหิน ห่อหุ้มทั้งซูหานและเสาหินไว้จนผู้คนรอบข้างมองไม่เห็นภาพภายใน
“แกร๊ก!”
ในห้วงฝุ่นคละคลุ้ง เสียงแตกหักอันคมชัดดังขึ้นอย่างกะทันหัน
“เกิดอะไรขึ้น?”
ทุกสายตาจับจ้องฝุ่นนั้นอย่างไม่กะพริบ
ภายใต้สายตานับไม่ถ้วน ฝุ่นค่อย ๆ จางลง และในวินาทีที่ภาพเบื้องหน้าปรากฏ รูม่านตาของทุกคนพลันขยายกว้าง ราวกับถูกตรึงอยู่กับที่!
“โครม!”
เสียงสนั่นสะเทือนทั้งลานประลอง เสาหินเริ่มปริแตกจากกึ่งกลาง รอยแยกลุกลามขึ้นด้านบน ก่อนจะแตกออกเป็นสองท่อนและพังครืนลงพื้น!
ชั่วขณะนั้น ควันฝุ่นคลุ้งทั่วบริเวณ แต่ทั้งลานกลับเงียบงันจนได้ยินเสียงเข็มตก!
“กลืนน้ำลาย…”
ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้กลืนน้ำลายเสียงดัง ทำลายความเงียบอันอึดอัดลง
“ซูหาน…ต่อยเสาหินจนแตกเป็นสองท่อนจริงหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้ นี่ต้องไม่ใช่ฝีมือซูหาน!”
“เสาหินมีแสงคุ้มกันอยู่ภายนอก ด้วยพลังของซูหานเพียงลำพัง ไม่มีทางทำลายเสาหินให้แตกได้!”
ทุกคนจ้องมองเสาหินอย่างตะลึง อยากพุ่งเข้าไปตรวจสอบด้วยตนเองว่ามันแตกได้อย่างไร
ไม่ไกลออกไป รอยยิ้มเยาะของเฉินเฟิงแข็งค้างทันที
เขาเองก็ไม่เชื่อว่าเป็นฝีมือซูหาน แต่ก็ฝืนคิดว่าเสาหินคงตั้งอยู่มานาน ถูกลมฝนกัดกร่อนจนผุพัง
ทว่าทำไมมันไม่แตกเวลาอื่น ไม่แตกตอนเขาโจมตี กลับมาแตกในยามที่ซูหานลงมือเล่า?
บนแท่นสูง หลิงชิงไห่ ผู้อาวุโส และเหล่าผู้มีตำแหน่งสูง ล้วนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
คนอื่นอาจไม่รู้ แต่พวกเขารู้ดีว่า เสาหินต้นนี้เพิ่งเปลี่ยนใหม่ก่อนการคัดเลือก!
ทุกครั้งที่มีการคัดเลือก จะต้องเปลี่ยนเสาหินใหม่ นี่คือกฎของสำนักเมฆาเยือกแข็ง
ชัดเจนแล้วว่า รอยแตกของเสาหิน เกิดจากหมัดของซูหาน!
“นี่มัน…”
ไป๋อวี่ที่ยืนอยู่ข้างเซียวอวี่ฮุ่ย อ้าปากค้าง มองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
“อย่างไรเล่า?”
ริมฝีปากแดงของเซียวอวี่ฮุ่ยยกยิ้มงดงาม “ข้าบอกแล้วว่าเขาต้องชนะ ตอนนี้เชื่อหรือยัง?”
ไป๋อวี่เงียบงัน ไม่อาจเอ่ยคำใดได้เนิ่นนาน
“แล้วจำนวนเส้นชีพจรมังกรเล่า?”
ในที่สุด ก็มีผู้เอ่ยถึงประเด็นสำคัญของการทดสอบ
เสาหินแตกจะอย่างไรไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือซูหานเปิดได้กี่เส้นชีพจรมังกร
แต่ไม่มีผู้ใดตอบ เพราะในยามที่ซูหานลงมือ เพียงมีแสงทองวาบผ่าน มิได้ห่อหุ้มทั้งร่างดังเช่นเฉินเฟิง
ยิ่งไปกว่านั้น เสาหินแตกแล้ว หน้าจอภาพลวงด้านบนก็สลาย ไม่มีผู้ใดรู้ว่าซูหานเปิดได้กี่เส้นชีพจรมังกร
แม้แต่หลิงชิงไห่ เจ้าสำนักสำนักเมฆาเยือกแข็ง ก็ไม่อาจทราบ!
“ประกาศผลเถิด”
ซูหานถอยหลังสองก้าว เอ่ยเสียงเรียบ
หยุนอิงหนานมีสีหน้าลำบากใจ
ประกาศผล? จะประกาศอย่างไร?
เจ้าเล่นต่อยเสาหินจนแตก หน้าจอก็สลาย แล้วจะให้ประกาศอะไร!
ด้านหลังซูหาน ยังมีผู้ที่มิได้ทดสอบอีกไม่กี่คน แต่เรื่องนั้นกลับไร้ความสำคัญ สิ่งที่ผู้คนจับตามองยามนี้ คือซูหานกับเฉินเฟิง ใครแพ้ ใครชนะ!
“ยังมีเสาหินอีกต้นหนึ่ง ให้ซูหานทดสอบใหม่ดีหรือไม่?” หยุนอิงหนานหันไปถามหลิงชิงไห่
“ไม่จำเป็น”
หลิงชิงไห่ส่ายหน้า ความตกตะลึงในใจยังมิได้จางหาย
“ซูหานสามารถทำลายเสาหินต้นนี้ได้ด้วยหมัดเดียว ชัดเจนว่าเส้นชีพจรมังกรที่เขาเปิดต้องมากกว่าเฉินเฟิง อีกทั้งยังมีผู้ต้องทดสอบต่อ หากเขาทำลายอีกต้นหนึ่งเล่า?”
หยุนอิงหนาน “…”
จริงดังว่า ยังมีผู้ต้องทดสอบภายหลัง หากซูหานทำลายเสาหินอีกต้น ก็เท่ากับตัดทางคนอื่นเสียสิ้น
“เหตุใด?”
เฉินเฟิงไม่พอใจ เอ่ยว่า “พวกเราไม่ได้เห็นเลยว่าเขาเปิดได้กี่เส้นชีพจรมังกร เขาอาจใช้วิชามังกรก็ได้!”
ผู้คนได้ยินดังนั้น ต่างรู้สึกมีเหตุผลอยู่บ้าง
หลิงชิงไห่กล่าวเสียงหนักแน่น “หากเขาใช้วิชามังกร เสาหินย่อมประเมินได้ทันทีและดูดซับพลังมังกรของเขา ฉากเช่นนี้ย่อมไม่อาจเกิดขึ้น”