จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1143 ขับไล่หลินหยุน
หากไม่ได้คิดถึงเรื่องเหล่านี้ ก่อนหน้านี้เขาเองก็คงไม่เสนอตัวที่จะออกไปจากตระกูลฉินแล้ว
แต่ว่าเวลานี้ลักษณะท่าทีของพวกคนเหล่านี้กลับทำให้เขารู้สึกว่าไม่ค่อยสบายใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในจำนวนนี้ยังมีถึงฉินชิงถงรวมอยู่ด้วย
ไม่ว่าจะอย่างไร ที่ตึกจุ้ยซิงนั้นตนเองทำไปก็เพื่อช่วยเหลือเธอ
หลินหยุนกำลังครุ่นคิดอยู่ในใจ ซึ่งพวกคนที่อยู่ด้านหน้าเห็นเขาไม่พูดไม่จา เด็กหนุ่มค่อนข้างอ้วน
ผู้นั้นก็ได้พูดขึ้นด้วยความโมโหอีกครั้งว่า “หลินหยุน นายเป็นใบ้ไปแล้วเหรอ? ”
“พวกเราไม่สนใจว่านายจะเป็นใบ้หรือหูหนวก ออกไปจากตระกูลฉินตอนนี้ เดี๋ยวนี้ ทันที! ”
หลินหยุนเบนสายตา มองไปที่ฉินชิงถง และพูดขึ้นว่า “เธอเป็นคนพาเขามาเหรอ? ”
ฉินชิงถงยิ้มเยาะ และพูดขึ้นว่า “แล้วอย่างไรล่ะ? หรือว่านี่มันไม่ใช่เรื่องจริง? ”
“นายก็คือคนที่หยิ่งยโสโอหัง และหลงระเริง! ”
“หากไม่ใช่เพราะนาย ตระกูลฉินของพวกเราจะตกอยู่ในสภาพที่อันตรายอย่างนี้ได้อย่างไร? ”
“อย่าคิดว่าก่อนหน้านี้ที่นายทำไปก็เพราะพยายามช่วยเหลือฉันเอาไว้! ”
“เพราะว่านั่นไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่กลับเป็นการสร้างปัญญาเพิ่มขึ้นไปอีก! ”
“ต่อให้พวกเราไปล่วงเกินท่านจิน แต่ก็ไม่ได้ถึงกับล่วงเกินในขั้นที่รุนแรง! ”
“ถ้าหากนายไม่เข้ามายุ่งวุ่นวายสร้างปัญหาให้เกิดขึ้น พวกเราหลายตระกูลร่วมมือกัน ส่งมอบของขวัญให้กับท่านจิน ก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้แล้ว! ”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นตอนนี้พวกเราก็ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว! ”
หลินหยุนเคลื่อนสายตาหันมองไปทางฉินชิงถง และพูดขึ้นว่า “ถ้าพูดแบบนี้ เธอไม่ได้คิดว่าฉันช่วยเหลือเธอ แต่กลับเป็นการให้ร้ายเธอ ให้ร้ายตระกูลฉินของพวกเธอ อย่างนั้นใช่ไหม? ”
ฉินชิงถงพูดขึ้นอย่างเคร่งขรึมว่า “ถูกต้อง! ”
หลินหยุนหัวเราะเบา ๆ
ส่ายศีรษะเล็กน้อย โดยที่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะไปถกเถียงอะไร
ผู้หญิงแบบนี้ เขาไม่อยากที่แม้แต่จะพูดด้วยสักคำด้วยซ้ำ
ส่ายมือไปมา แล้วก็กวาดสายตามองไปที่พวกคนรุ่นหลังของตระกูลฉิน และพูดขึ้นว่า “พอได้แล้วไม่ต้องมาอยู่ตรงนี้ให้ขัดหูขัดตาอีก พวกนายไปกันได้แล้ว! ”
เด็กหนุ่มรูปร่างอ้วนคนนั้นก็พูดขึ้นด้วยความโมโหว่า “หลินหยุน นายดูให้ดีนะว่า นี่คือตระกูลฉิน
ไม่ใช่บ้านของนายเองสักหน่อย! คนที่สมควรไปก็คือนาย! นายยังจะหน้าด้านไปถึงไหนอีก! ”
“เหอะเหอะ ถ้าหากเขารู้จักถึงความหน้าด้านแล้วล่ะก็ ตอนนี้จะยังคงอยู่ต่อหน้าพวกเราอีกเหรอ? ”
“ถูกต้อง ถ้าเขายังมีความอับอายก็คงจะออกไปจากตระกูลฉินของพวกเราตั้งนานแล้ว! ”
หลินหยุนหันขวับและเบนสายตากลับมาทันที พร้อมกับแกว่งแขนออกไป
แรงที่มองไม่เห็นได้พัดผ่านฉินชิงถงและฉินเฟิงที่อยู่ด้านหน้า พุ่งตรงเข้าใส่ที่เด็กหนุ่มรูปร่างอ้วนคนนั้น
“ฟุบ! ”
เด็กหนุ่มรูปร่างอ้วนกระเด็นลอยไปไกล กระแทกเข้ากับประตู ร้องเจ็บปวดเสียงดัง และกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นอย่างทรมาน
“โอ๊ยแม่ง เจ็บ เจ็บปวดเหลือเกิน! ”
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ ทำให้ฉินชิงถงกับฉินเฟิงตกใจตกใจอย่างมากจนสีหน้าท่าทางเปลี่ยนไปในทันที
ฉินชิงถงจ้องไปที่หลินหยุนและพูดขึ้นด้วยความโมโหว่า “หลินหยุน นายช่างกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว! นายกล้าที่จะลงมือทำร้ายคนของตระกูลฉิน? ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ฉันลงมือแล้ว คุณจะทำอย่างไรล่ะ? ”
“นาย……”
ฉินชิงถงโมโหอย่างที่สุด แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย
ทำเป็นเล่นไป ระดับการบำเพ็ญของหลินหยุนนั้นสามารถเอาชนะยอดฝีมือแดนยาทองได้เลย
ฉินเฟิงที่ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรนั้น ในที่สุดก็ได้พูดขึ้นแล้ว
เขามองไปที่หลินหยุน และพูดขึ้นอย่างหนักแน่นว่า “หลินหยุน ฉันคือฉินเฟิง เป็นพี่ชายของฉินชิงถง! ”
หลินหยุนละสายตามาจากตัวของฉินชิงถง แล้วเบนสายตาไปที่ฉินเฟิง
ฉินเฟิงพูดต่อว่า “ฉันเชื่อว่าที่นายลงมือที่ตึกจุ้ยซิงนั้น ก็เพื่อช่วยเหลือฉินชิงถง! ”
ได้ยินฉินเฟิงพูดแบบนี้แล้ว ฉินชิงถงก็รีบพูดขึ้นโดยพลันว่า “พี่ฉินเฟิง……”
ฉินเฟิงส่ายมือทันที โดยที่ไม่ต้องการให้เธอพูดต่อไปอีก
จากนั้นก็พูดกับหลินหยุนต่อว่า “แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การกระทำของนายก่อนหน้านี้นั้นได้นำมาซึ่งปัญหาความเดือดร้อนให้กับตระกูลฉินอย่างมากที่สุด! ”
“ตอนนี้ ท่านจินได้นำเรื่องดังกล่าวแจ้งไปยังวิหารผนึกวิญญาณผู้อยู่เบื้องหลังของเขาแล้ว! ”
“เมื่อคนของวิหารผนึกวิญญาณมาถึง คงจะต้องลงมืออีกครั้งอย่างแน่นอน! ”
“แม้ว่าเป้าหมายสำคัญอันดับแรกคือนาย! ”
“แต่ก็จะส่งผลให้ตระกูลฉินของพวกเราเดือดร้อนกันไปด้วย! ”
“ดังนั้น ถ้าหากนายไม่อยากที่จะทำให้ตระกูลฉินเดือดร้อน ก็ควรรีบออกไปจากที่นี่จะเป็นการดีที่สุด! ”
“นี่ก็เพื่อประโยชน์ของตัวนายเองทั้งนั้น! ”
“ออกไปจากตระกูลฉิน ออกไปจากเมืองมี่หยุน หนีไปให้ไกลที่สุด นี่ก็คือทางเลือกที่ดีที่สุดของนาย! ”
“ฉันหวังว่า นายจะทำตามนี้! ”
คำพูดของเขานั้น มีความจริงใจอย่างมากเหมือนจะคำนึงถึงประโยชน์เพื่อหลินหยุนในทุกด้าน
หลินหยุนได้ฟังจนจบ สีหน้าท่าทางก็ยังคงไร้อารมณ์ไร้ความรู้สึก และพูดขึ้นว่า “พูดจบแล้วหรือยัง? หากพูดจบแล้วก็ไปได้แล้ว! ”
ฉินเฟิงขยับสายตาเล็กน้อย แววตามีความโกรธเคืองขึ้นแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มอีก แล้วก็หันหลังมองไปยังพวกฉินชิงถง
“พอ สิ่งที่อยากจะพูดก็ได้พูดจนหมดแล้ว พวกเราไปกันเถอะ! ”
ฉินชิงถงและคนอื่น ๆ โกรธเคืองจนแทบไม่อยากจะเดินจากไป แต่เวลานี้ก็ต้องจำใจจริง ๆ
เดินออกมาจากที่พักของหลินหยุนแล้ว ฉินชิงถงก็พูดขึ้นด้วยความโมโหว่า “พี่ฉินเฟิง ทำไมพี่ต้องนำทุกคนกลับออกมาด้วยล่ะ? พวกเราควรที่จะขับไล่เขาผู้นั้นไปถึงจะถูกไม่ใช่เหรอ! ”
ฉินเฟิงสูดหายใจยาว และพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ที่เขาลงมือกับฉินฟ่างนั้น ก็แค่ลงโทษเล็กน้อย ถ้าหากเขาจะลงมืออย่างจริงจังแล้วล่ะก็ พวกเราทั้งหมดรวมตัวกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา! ”
ฉินชิงถงพูดขึ้นอย่างโมโหว่า “พี่ฉินเฟิง ฉันไม่เชื่อว่าเขาจะกล้าลงมือทำร้ายพวกเราจริง ๆ! อย่าลืม
นะว่า ที่นี่คือตระกูลฉินของพวกเรา! ”
ได้ยินที่ฉินชิงถงพูด ฉินเฟิงก็ได้แต่ถอนหายใจ โดยที่ไม่พูดจาอะไรอีก
น้องสาวของเขาคนนี้ แม้ว่าจะมีหน้าตางดงาม ท่าทางสง่างามไม่เป็นรองใคร แต่ว่าสิ่งที่ครุ่นคิดอยู่
ในสมองนั้น มันช่างตื้นเขินและง่ายดายเกินไปนัก
ฉินเฟิงสูดหายใจลึก และก็พูดขึ้นว่า “ฟังฉันนะ กลับไปกันเถอะ เรื่องนี้ พวกเราไม่สามารถที่จะจัดการแก้ไขได้”
พูดจบ เขาก็ก้าวเดินออกไป
เหลือเพียงแค่ฉินชิงถงและคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่กับที่ด้วยความโมโห
ส่งฉินเฟิงกับฉินชิงถงและคนอื่น ๆ กลับไปแล้ว หลินหยุนก็ใคร่ครวญสักครู่
จากนั้นก็ก้าวเดินออกจากที่พัก ออกไปจากตระกูลฉิน
แม้ว่าจะตกปากรับคำกับฉินเหมยว่าจะอยู่ต่อ แต่หลินหยุนเองก็รำคาญที่จะไปแก้ไขจัดการกับเรื่องราวที่ยุ่งยากเหล่านั้น
หากว่าเขายังคงอยู่ที่นี่ต่อไป คนของตระกูลฉินก็คงจะเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นอีกแน่
จากไปถือว่าเป็นการดีที่สุด
ออกมาจากตระกูลฉิน ในช่วงค่ำคืนภายใต้แสงจันทร์ หลินหยุนเดินอยู่ในเมืองมี่หยุน
ทันใดนั้น ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏขึ้นด้านหน้าของเขา
“คุณ……คุณคือหลินหยุน? ”
“คุณคือหลินหยุนจริง ๆ ด้วย! ”
ผู้หญิงอายุประมาณยี่สิบสองยี่สิบสามปี
อยู่ในชุดกระโปรงยาวสีฟ้า
ดูเหมือนจะมีลักษณะท่าทางที่อ่อนแอ รูปลักษณ์ใบหน้าคมเข้ม ไม่ถึงขนาดกับสวยงดงาม แต่ก็ดูดีมีสง่า
ดวงตาทั้งสองข้างแวววาวเป็นประกาย เหมือนว่าจะสามารถพูดคุยได้ ทำให้ผู้คนที่พบเห็นแล้วนั้น
ยากที่จะลืมเลือน
หลินหยุนหยุดฝีเท้าลง มองไปยังผู้หญิงคนนั้นและพูดว่า “คุณคือใคร? ”
ผู้หญิงรีบพูดขึ้นว่า “คุณลืมไปแล้วเหรอ? ในช่วงกลางวันพวกเรายังอยู่ด้วยกันที่ตึกจุ้ยซิงอยู่เลย
คุณคือคนที่ช่วยเหลือพวกเราจากท่านจิน ใช่แล้ว ฉันชื่อว่าหยุนหลาน”
หลินหยุนได้ยินดังนั้นจึงรับรู้ได้ทันที
เป็นเช่นนั้นจริง เขาเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ ในช่วงกลางวันที่ตึกจุ้ยซิง ซึ่งก็คือหนึ่งคนที่ไม่ได้พูดจาเยาะเย้ยถากถางเขา
หลินหยุนพยักหน้าและพูดว่า “ฉันจำคุณได้! ”
หยุนหลานยิ้มเล็กน้อย “คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าคุณจะจำฉันได้! ฉันดีใจอย่างมากเลย! ”
หลินหยุนส่ายศีรษะเล็กน้อย และพูดว่า “หากไม่มีเรื่องอะไร ฉันขอตัวไปก่อนแล้วกัน! ”
เห็นว่าหลินหยุนกำลังจะไป หยุนหลานก็ได้รีบวิ่งไปที่ด้านหน้าของเขาอีกครั้ง “ทำไมคุณถึงเป็น
แบบนี้ ไม่ทันได้พูดจาอะไรกันเลย ก็จะไปแล้วล่ะ! ”
“โอ้ว ใช่แล้ว ขอให้ฉันลองทายหน่อยแล้วกัน! ”
“ตอนนี้คุณออกมาจากตระกูลฉิน……”
“คงไม่ใช่ว่าถูกคนของตระกูลฉินขับไล่ออกมาล่ะสิ? ”