จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1146 ผู้อาวุโสสำนักสุริยัน
ฉู่เทียนได้เดินเข้าไปหาฉินชิงถงอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าท่าทางที่ไร้อารมณ์ไร้ความรู้สึก
เมื่อเห็นว่าฉู่เทียนมาถึง ดวงตาสองข้างของฉินชิงถงก็พลันแดงขึ้น เกือบที่จะร้องไห้ออกมาแล้ว
“ชิงถง ไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ”
“คุณชายเทียน ในที่สุดคุณก็มาแล้ว! ท่านจินได้จับกุมตัวแม่ของฉันเอาไว้ ไม่ว่าจะพูดอย่างไรเขาก็ไม่ยอมที่จะปล่อยตัวคนออกมา! ”
ฉู่เทียนรีบพูดขึ้นว่า “อย่าเพิ่งรีบร้อนไป ฉันมาแล้ว ทุกอย่างมอบให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง! ”
ฉินชิงถงซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก
ถ้าหากคนที่อยู่ในบริเวณนี้มีจำนวนไม่มาก คาดว่าเธออาจจะกระโจนเข้าไปในอ้อมกอดของฉู่เทียนแล้วก็เป็นได้
ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างฉินชิงถงเห็นเหตุการณ์นี้แล้ว ก็ได้ยกมือแสดงความเคารพให้กับฉู่เทียน
“คุณชายเทียน เรื่องในวันนี้ ต้องรบกวนคุณแล้ว! ”
“ถ้าหากสามารถช่วยแม่ของชิงถงออกมาได้ ทุกคนในตระกูลฉิน ต้องขอแสดงความขอบคุณอย่างที่สุด! ”
ฉู่เทียนพยักหน้า และพูดขึ้นว่า “น้าฉินคือแม่ของชิงถง เรื่องของชิงถง ก็คือเรื่องของฉันเช่นกัน! ”
“ฉันไม่มีทางที่จะเพิกเฉยไม่ใส่ใจอย่างเด็ดขาด! ”
ขณะที่พูด ก็ได้ยื่นมือออกมาตบไปที่ไหล่ของฉินชิงถง จากนั้นก็ได้ก้าวเดินไปยังหน้าประตูวิลล่าจิน
เวลานี้ ที่ประตูของวิลล่าจิน
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำห้าคนยืนเรียงหน้ากระดานกันอยู่ ด้วยสีหน้าท่าทางที่หม่นหมอง
ฉู่เทียนก้าวเดินเข้ามา และพูดเบา ๆ ขึ้นว่า “ทุกท่าน รบกวนแจ้งให้หน่อยว่า ฉู่เทียนแห่งตระกูลฉู่ ขอเข้าพบท่านจิน! ”
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำได้ยินดังนั้น ก็พูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ท่านจินมีคำสั่งไว้ว่า นอกจาก
ลูกสาวของตระกูลฉินแล้ว ห้ามบุคคลอื่นเข้าไปด้านในเด็ดขาด! ”
ฉู่เทียนขมวดคิ้ว และสีหน้าหม่นหมองขึ้น “ทุกท่าน ที่ฉันมาในวันนี้ไม่ได้มาในนามของตระกูลฉู่ แต่มาในนามของสำนักสุริยัน! ”
“บนรถของฉันมีผู้อาวุโสสามแห่งสำนักสุริยันนั่งอยู่! ”
“ฉันเชื่อว่าท่านจินคงจะให้เกียรติเห็นแก่หน้ากันสักครั้งบ้างล่ะ? ”
ชายวัยกลางคนได้ยินดังนั้น ก็หันไปสบตาซึ่งกันและกันกับบรรดาเพื่อนเล็กน้อย
จากนั้นก็ไปตรวจดูที่รถของฉู่เทียน
ชายวัยกลางคนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และก็พูดขึ้นว่า “อย่างนั้นคุณรออยู่ที่นี่สักครู่ ฉันจะเข้าไปรายงานให้กับท่านจินทราบ! ”
พูดจบก็เดินเข้าไปในวิลล่า
เห็นชายวัยกลางคนเดินเข้าไปรายงาน ทุกคนต่างก็พากันประหลาดใจ
แล้วก็มองไปที่ฉู่เทียนและรถของเขา ซึ่งต่างก็ตกตะลึงกันทั้งหมด
นั่นคือผู้อาวุโสสามแห่งสำนักสุริยัน!
คิดไม่ถึงว่าบุคคลที่มีสถานะระดับนี้จะมาที่เมืองมี่หยุน มาที่ตระกูลฉู่!
ดูเหมือนว่าสำนักสุริยันจะให้ความสำคัญกับฉู่เทียนมากเลยทีเดียว!
ท่าทีของทุกคนที่มองฉู่เทียนนั้นก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว
ฉินชิงถงรีบวิ่งมาที่ด้านข้างของฉู่เทียนอย่างตื่นเต้นดีใจ พร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า
“คุณชายเทียน ขอขอบคุณเป็นอย่างมากจริง ๆ! ”
ฉู่เทียนยิ้มเล็กน้อย ส่ายศีรษะไปมา และพูดขึ้นว่า “ชิงถง ยังจะต้องเกรงใจกับฉันขนาดนี้ด้วยเหรอ
หากคุณยังเป็นแบบนี้อีกฉันจะโกรธเคืองคุณแล้วนะ! ”
ฉินชิงถงเขินอาย และรีบพูดขึ้นว่า “หากไม่ใช่คุณ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้วจริง ๆ! ”
เธอคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า เพื่อตัวเธอแล้วฉู่เทียนถึงขนาดเชิญผู้อาวุโสสามแห่งสำนักสุริยันมาเลย!
ก่อนหน้านี้ตระกูลฉินก็ได้ร่วมมือกับหลายตระกูลเพื่อต้องการให้ท่านจินปล่อยตัวแม่ของเธอออกมา
แต่ผู้ที่อยู่หน้าประตูนั้นไม่ยอมแม้แต่จะเข้าไปรายงาน
เมื่อฉู่เทียนมาถึง พร้อมกับได้พาผู้อาวุโสสามแห่งสำนักสุริยันมาด้วย ในที่สุดฝ่ายตรงข้ามก็ได้เปลี่ยนลักษณะท่าทีแล้ว
ดูเหมือนว่าจะสามารถช่วยเหลือคุณแม่ออกมาได้แล้ว
ฉู่เทียนได้ปลอบใจฉินชิงถงเล็กน้อย จากนั้นก็หันสายตามองไปที่หลินหยุน
“หลินหยุน พวกเราเจอกันอีกครั้งแล้ว! ซึ่งไม่คิดเลยว่าจะในอยู่สถานการณ์แบบนี้! ”
“นายมีวิชาบำเพ็ญที่แข็งแกร่ง มีพรสวรรค์สูง! ”
“แต่ในฐานะที่เป็นผู้ชาย นายไม่มีความรับผิดชอบเอาเสียเลย! ”
“ก่อนหน้านี้ ฉันเคยพูดว่าอยากที่จะเป็นเพื่อนกับนาย”
“แต่ในตอนนี้ ฉันขอคืนคำพูดนั้นอย่างเป็นทางการ! ”
“เพราะว่าจากที่ฉันดูแล้ว นาย มันไม่คู่ควร! ”
หลินหยุนสีหน้าท่าทางไร้อารมณ์ไร้ความรู้สึก ยิ้มเยาะและพูดขึ้นว่า “นาย รวมไปถึงอาจารย์ที่นั่งอยู่ในรถของนายนั้น ในสายตาของฉันแล้วก็เป็นเพียงแค่มดแมลงเท่านั้น! ”
“ฉันจะไม่ถือสาหาความอะไรกับนาย เพราะว่ามังกรเทพไม่มีทางที่จะสนใจในคำพูดของพวกมดแมลงอยู่แล้ว! ”
“แต่ถ้านายยังคงพูดจาเสียงดังต่อหน้าฉันอย่างไม่หยุด ฉันก็จะลงมือสังหารนายก่อน! ”
ขณะที่หลินหยุนพูด เจตนาสังหารอันรุนแรงก็ได้ปลดปล่อยออกมา
ฉู่เทียนสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมากทันที ซึ่งรับรู้ได้ถึงความกดดันอย่างที่สุด
ขยับถอยหลังไปหลายก้าว พร้อมกันกับฉินชิงถง
ในเวลานี้เอง เสียงทุ้มต่ำก็พลันดังขึ้นมาจากภายในรถ
“กำเริบเสิบสาน! ฉันอยู่ที่นี่ จะปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืนมาทำตัวยโสโอหังได้อย่างไร! ”
“ตุบ! ”
ร่างของผู้อาวุโสที่ผอมบางคนหนึ่งได้เหาะออกมาจากภายในรถทันที แล้วมาบดบังอยู่ที่ด้านหน้าของฉู่เทียน
พร้อมกับจ้องมองมาที่หลินหยุนด้วยความโมโห
พลังอานุภาพของผู้อาวุโสได้ปะทุขึ้น ซึ่งก็แข็งแกร่งทรงพลังเป็นอย่างมาก
ถึงขนาดทำให้ทุกคนสูดลมหายใจลึก และเบิกตาโพลงในทันที
“ทรงพลังอย่างมาก! ”
“นี่ก็คือผู้อาวุโสสามแห่งสำนักสุริยันใช่ไหม? ”
“นี่คือพลังความสามารถที่เกินว่าขั้นยาทองระดับสามขึ้นไปแล้วอย่างแน่นอนล่ะสิ! ”
“ช่างแข็งแกร่งมากเลยจริง ๆ! ”
หลินหยุนขมวดคิ้วขึ้น
ถ้าหากฝ่ายตรงข้ามจะลงมือต่อ เขาเองก็ไม่ถือสาที่จะจัดการฝ่ายตรงข้ามก่อนเลย
แต่ในขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำที่ได้เข้าไปรายงานนั้นได้เดินออกมาจากภายในวิลล่าแล้ว
เมื่อเห็นชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำ ฉินชิงถงก็รีบวิ่งเข้าไปหา
“ขอถามหน่อยว่าท่านจินนั้นได้ยินยอมที่จะปล่อยแม่ของฉันแล้วใช่ไหม? ”
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีดำ ได้แต่กวาดตามองฉินชิงถงด้วยความเหยียดหยามจากนั้นก็มองไปที่ฉู่เทียน และพูดขึ้นอย่างหนักแน่นว่า “ท่านจินมีคำสั่งว่า ก็เพียงแค่ผู้อาวุโสสำนักสุริยันธรรมดาคนหนึ่ง ต่อให้เป็นถึงเจ้าสำนักสุริยันมาเองก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด! ”
เมื่อพูดจบ ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึงขึ้นอีกครั้ง
แต่ก็สามารถที่จะเข้าใจได้
มีวิหารผนึกวิญญาณที่ยิ่งใหญ่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง จึงกล้าที่จะท้าทายสำนักสุริยัน ซึ่งก็ไม่ใช่
เรื่องที่น่าแปลกอะไร
ผู้อาวุโสสามแห่งสำนักสุริยันสีหน้าโกรธแค้น
เขายิ้มเยาะ แล้วมองไปที่ชายในชุดคลุมสีดำและพูดขึ้นว่า “ท่านจินช่างกำเริบเสิบสานยิ่งนักฉันเองก็อยากที่จะดูหน่อยว่า เขามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะโอ้อวดหรือไม่! ”
ขณะที่พูด ก็กวัดแกว่งท่อนแขนโดยพลัน พลังการบำเพ็ญก็ปะทุขึ้น
ชายในชุดคลุมสีดำทั้งห้าคนก็ร้องโอดครวญขึ้น ทั้งหมดกระเด็นลอยออกไปไกล และกระแทก
เข้ากับกำแพงของวิลล่า
จากนั้น ก็ก้าวเดินไปยังหน้าประตูใหญ่
ชกหมัดเข้าใส่ดังตูม ประตูสีแดงเคลือบเงาสองบานใหญ่ก็ได้พังทลายลง
ผู้อาวุโสสามส่งเสียงฮึอย่างเย็นชา และหันกลับไปมองที่ฉู่เทียน พร้อมกับพูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจว่า “ลูกศิษย์ ตามอาจารย์เข้าไปด้านใน! ”
ฉู่เทียนรีบพยักหน้าทันที พร้อมกับจูงมือของฉินชิงถง และเดินตามหลังของผู้อาวุโสสาม
ทั้งสามคนเดินเข้าไปด้านในวิลล่า
แต่ในขณะที่ผู้อาวุโสสามกำลังก้าวเข้าไปด้านในนั้น พลังที่มองไม่เห็นก็ได้โจมตีเข้าใส่ร่างของเขา
ในทันที
ตูม!
ร่างของผู้อาวุโสสามถูกพลังจู่โจมเข้าใส่ ร่างกายกระเด็นกลิ้งไปมา ลอยค้างอยู่กลางอากาศ
สีหน้าก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
“ค่ายกล! ”
“คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า วิลล่าแห่งนี้จะมีค่ายกลที่ทรงพลังมากขนาดนี้ด้วย! ”
“ฉันสัมผัสไม่ได้เลยว่ามีค่ายกลนี้อยู่ด้วย! ”
ในเวลานี้ เสียงหัวเราะของท่านจินก็ดังขึ้น
“เหอะเหอะ นายคิดว่าวิลล่าแห่งนี้ใครอยากจะเข้ามาก็สามารถเข้ามาได้อย่างนั้นเหรอ? ”
“ผู้อาวุโสสามแห่งสำนักสุริยันล่ะสิ? ”
“ฉันไม่ต้องการที่จะเป็นศัตรูกับสำนักสุริยัน! ”
“แต่ถ้านายยังจะลงมืออีกล่ะก็ อย่าได้กล่าวโทษว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน! ”
“ถ้าหากไม่เชื่อ นายก็ลองดูได้! ”
เวลานี้ สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่ผู้อาวุโสสาม
ผู้อาวุโสสามก็มีท่าทีที่เคร่งเครียดขึ้นมาอย่างมาก
ครุ่นคิดชั่วครู่ ก็มองไปที่ฉู่เทียนและพูดว่า “ลูกศิษย์ พอเถอะ เรื่องนี้ฉันผู้เป็นอาจารย์ไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวได้! ”
เมื่อพูดจบก็เหาะเหินจากไป
เห็นว่าอาจารย์ของตนได้จากไปแล้ว สีหน้าของฉู่เทียนยิ่งย่ำแย่หนักขึ้นไปอีก
สูดหายใจลึก หันหลังมองไปที่ฉินชิงถงและพูดว่า “ชิงถง ขอโทษด้วย ท่านอาจารย์เองก็หมดหนทางไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน! ”