จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1263 ช่วยอะไรไม่ได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตระกูลฉิน เนื่องจากได้รับการช่วยเหลือจากสามเยว่ ทำให้เรื่องนี้สิ้นสุดลงชั่วคราว ภายใต้ความตกใจของทุกคนในตระกูลฉินที่อยู่ในเมืองมี่หยุน
สุดท้ายแล้วมันจะเกิดปัญหาอะไร เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครรู้เลยว่าสำนักเทียนหยุนจะยอมปล่อยตระกูลฉินไปง่ายๆแบบนี้ไหม
แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไง สำหรับข่าวการปะทะระหว่างสำนักเทียนหยุนกับสำนักหยุนเยว่ในเมืองมี่หยุนก็ได้เผยแพร่ไปทั่ว
ส่วนทางฝั่งหลินหยุน เขาไม่รู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
หลินหยุนในเวลานี้ ไม่สนใจโลกภายนอกเลย เขาเก็บตัวฝึกฝนอยู่
การเดินทางในช่วงเวลานี้ ทำให้อาการบาดเจ็บของเขาหายดีแล้ว ตอนนี้เขากำลังฝึกฝนและเตรียมตัวที่จะสร้างรากฐานแดนยาทองอีกครั้ง
เขารู้ตัวดี ตอนนี้เขามีพลังที่แข็งแกร่งแค่ไหนกันแน่
ยกตัวอย่างเช่นผู้อาวุโสสี่ของสำนักเทียนหยุน ยาทองของเขาอยู่ในระดับเหลือง ถ้ายาทองของเขาเป็นยาทองระดับดำ เขาก็คงไม่อ่อนแอขนาดนี้
แต่พูดกันตามตรง เขาอ่อนแอมากๆเหรอ?
มันไม่ใช่อย่างนั้นอยู่แล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาใช้วิชาย่ำฟ้าเก้าทีออกมา เขาคงไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้ง่ายขนาดนี้อย่างแน่นอน
ถ้าศัตรูของเขาคือยอดฝีมือยาทองระดับดิน ถ้าจะเอาชนะอีกฝ่ายได้ มันคงลำบากมากขึ้นหลายเท่าตัว
ดังนั้น ไม่ต้องพูดถึงโลกคุนชางเลย แค่พูดถึงสำนักแห่งหนึ่ง ไม่ต้องพูดถึงเก้าสำนักใหญ่ แค่พูดถึงสิบแปดสำนักเต๋า ถ้าเกิดความบาดหมางที่ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง เขาก็สามารถรับมือไหวอยู่แล้ว
ไม่ต้องพูดถึงสำนักอื่น แค่พูดถึงสำนักสุริยันก็พอแล้ว
หลินหยุนสังหารซ่านเต้าที่เป็นรองเจ้าสำนัก ทำให้สำนักสุริยันขายหน้ามากๆ แต่จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ไม่กล้ามาหาเรื่องเขาเลย
นั่นเป็นเพราะเจ้าสำนักใหญ่ที่ชื่อฉิวหรงกำลังเก็บตัวฝึกฝนอยู่
ถ้าฉิวหรงออกจากการเก็บตัวฝึกฝน สถานการณ์ก็อาจจะไม่เหมือนเดิม
ถ้าโลกคุนชางเล็กๆแบบนี้ก็ไม่สามารถสยบได้ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ไม่สามารถทำอะไรตามใจตัวเองได้ ทำอะไรก็มีคนคอยขัดขวาง ก็ไม่ต้องคิดเรื่องที่จะออกจากโลกคุนชางและไปหาเย่เยว่แล้ว!
อย่าคิดว่าหลินหยุนเป็นคนสงบนิ่งมากๆ มีเพียงตัวเขาเองที่รู้ดี จิตใจของเขาต้องการไปหาเธอมากแค่ไหน
ดังนั้นเขาก็เลยพยายามฝึกฝนตลอดเวลา
วันนี้ ซิงเฟยแต่งตัวสวยๆและมาที่วิมาน
เมื่อเธอมาถึง เธอก็พูดด้วยความภาคภูมิใจ “ตอนนี้ฉันเป็นศิษย์ในของสำนักฉีซานแล้ว ฉันเก่งมากๆเลยใช่ไหม?”
หลินหยุนพูด “ด้วยพรสวรรค์ของคุณ การเป็นศิษย์ในของสำนักฉีซาน มันไม่ใช่เรื่องยากอยู่แล้ว”
ซิงเฟยหัวเราะด้วยความดีใจ “เรื่องนี้มันแน่อยู่แล้ว! ถึงแม้ฉันจะเทียบอัจฉริยะอย่างคุณไม่ได้ แต่เมื่อเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น ฉันก็ต้องมีพรสวรรค์มากกว่าคนพวกนั้นอยู่แล้ว!”
“พอได้แล้ว พูดเรื่องจริงจังกันเถอะ ฉันตรวจสอบข้อมูลมาพอสมควรแล้ว มู่หงคนนั้นเหมือนกับเจียงยี่เลย เมื่อหลายเดือนก่อน หลังจากที่เขากลับมาพร้อมกับเจียงยี่ เขาก็เก็บตัวฝึกฝนตลอด ดูเหมือนเขาต้องการฝึกฝนให้ถึงแดนยาทองระดับสี่!”
“ฉันคิดว่าพวกเขาสองคนเก็บตัวฝึกฝนเหมือนกัน บางทีพวกเขาอาจจะเจอเรื่องอันตรายจากสถานที่แห่งหนึ่ง หรือไม่ก็คงเกิดเรื่องอะไรกับพวกเขา ทำให้พวกเขาสองคนพยายามทำให้ตัวเองแข็งแกร่งมากขึ้นเพื่อกลับไปผจญภัยอีกครั้ง!”
“คุณคิดว่าคำพูดของฉัน มันจะเป็นไปได้ไหม?”
หลินหยุนนิ่งเงียบทันที
มันแน่อยู่แล้ว! และคุณก็ทายถูกด้วย แต่คำพูดเหล่านี้ เรื่องเหล่านี้ ฉันบอกคุณไม่ได้!
เมื่อเห็นว่าหลินหยุนไม่เอ่ยปากพูด ซิงเฟยนิ่งไปชั่วครู่แล้วพูดอีกครั้ง “ตอนนี้สามารถคาดเดาได้อย่างชัดเจน! มู่หงจะต้องฝึกฝนจนถึงแดนยาทองระดับสี่ เขาถึงจะยอมออกมา!”
“จากข้อมูลภายในของสำนักฉีซาน เขาคงจะออกจากการฝึกฝนในไม่ช้า เพราะการแข่งขันคัดเลือกของสำนักใกล้จะเริ่มแล้ว!”
“ด้วยฐานะและความสามารถของมู่หง เขาต้องเข้าร่วมการแข่งขันคัดเลือกในสำนักอย่างแน่นอน เพราะหลังจากนั้นจะเป็นการแข่งขันของเก้าสำนักใหญ่ เขาต้องออกจากการเก็บตัวฝึกฝนก่อนการแข่งขันเก้าสำนักใหญ่อย่างแน่นอน !”
“เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว มันก็ใกล้จะถึงแล้ว!”
“แต่ก็ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าเขาจะออกมาจริงๆ แต่โอกาสที่เขาจะออกมามันมีสูงมากๆ!”
หลินหยุนพยักหน้า เขามองซิงเฟยแล้วพูด “ลำบากคุณจริงๆ!”
ซิงเฟยขมิบปากและพูด “ฮ่าๆๆ มันเป็นเรื่องยากจริงๆ ที่จะได้ยินคำพูดเหล่านี้ออกจากปากของคุณ!”
หลินหยุนไม่ได้เถียงกับเธอเลยและเขาก็พูด “คุณไม่ต้องทำอะไรเลย ปล่อยทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ!”
ซิงเฟยพยักหน้าและพูด “ฉันรู้อยู่แล้ว! ฉันก็แค่ไปหาข้อมูลเท่านั้น!”
“ใช่แล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากๆ……”
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกายทันทีและมองไปที่ซิงเฟย
ซิงเฟยพูด “ฉันได้ข่าวมาว่าคนของสำนักเทียนหยุนไปหาเรื่องตระกูลฉิน!”
เมื่อหลินหยุนได้ยินคำพูดเหล่านี้ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที “จากนั้นเกิดอะไรขึ้น?”
ซิงเฟยขมวดคิ้วและพูด “พวกเขาไปสืบหาข้อมูลของหลินชางฉอง ใช่แล้ว คุณชื่อหลินหยุนไม่ใช่เหรอ ทำไมพวกเขาถึงเรียกคุณว่าหลินชางฉอง!”
หลินหยุนพูด “ไม่มีอะไร คุณพูดมาสิว่าเกิดอะไรขึ้น!”
ซิงเฟยขมิบปากและพูด “ดูเหมือนพวกเขาจะลงมือทำร้ายคนของตระกูลฉิน! ทำให้ฉินห้าวเทียนกับฉินเหมยได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ตระกูลฉินไม่ได้พูดข้อมูลของคุณออกมาเลย”
หลินหยุนพูด “สุดท้ายเกิดอะไรขึ้น?”
ซิงเฟยพูด “ในช่วงเวลาคับขัน คนของสำนักหยุนเยว่ปรากฏตัว! ทำให้ยอดฝีมือสองคนของสำนักเทียนหยุนตกใจและยอมจากไป!”
เมื่อหลินหยุนได้ยินคำพูดเหล่านี้ เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงจริงๆว่าคนของสำนักหยุนเยว่จะปรากฏตัวที่นั่น
แต่เมื่อครุ่นคิดชั่วครู่ เขาก็เข้าใจได้ทันที
มันก็เป็นเรื่องปกติ
เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับสำนักเทียนหยุนได้เผยแพร่ไปทั่วโลกคุนชาง ทำให้ทุกคนรับรู้ สำนักหยุนเยว่ก็ต้องรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน ทำให้พวกเขาค่อยจับตาดูเรื่องนี้เป็นพิเศษ
และสำนักหยุนเยว่ก็รู้ความเคลื่อนไหวของเขาอยู่แล้ว พวกเขาก็ต้องรู้ว่าสำนักเทียนหยุนต้องไปสืบหาข้อมูลจากตระกูลฉินอย่างแน่นอน
ดังนั้นด้วยความสัมพันธ์ของสำนักหยุนเยว่กับตระกูลฉิน การที่พวกเขาลงมือช่วยก็เป็นเรื่องปกติ
หลินหยุนพูดเบาๆ “ถึงแม้สำนักเทียนหยุนกับสำนักหยุนเยว่ต่างก็เป็นหนึ่งในเก้าสำนักใหญ่ แต่ความแข็งแกร่งของสำนักหยุนเยว่น่าจะสู้สำนักเทียนหยุนไม่ได้? พวกเขาจะยอมให้เรื่องนี้จบง่ายๆแบบนี้เหรอ?”
ถ้าอยากจะได้ข้อมูลของตัวเอง พวกเขาต้องลงมือและสืบหาจากคนของตระกูลฉิน
สำนักเทียนหยุนจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆแบบนี้เหรอ?
เรื่องนี้หลินหยุนสงสัยมากๆ
ซิงเฟยพูด “คนที่ลงมือช่วยคือสามเยว่ ทำให้ยอดฝีมือสองคนของสำนักเทียนหยุนไม่กล้าลงมือ ดังนั้นพวกเขาก็เลยจากไป!”
“แต่ฉันคิดว่าพวกเขาต้องลงมือภายหลังอย่างแน่นอน!”
“ถ้าจะพูดถึงความแข็งแกร่งระหว่างสำนักเทียนหยุนกับสำนักหยุนเยว่ แน่นอนว่าสำนักเทียนหยุนต้องแข็งแกร่งกว่าสำนักหยุนเยว่อยู่แล้ว!”
“แต่ก่อนหน้านี้คุณสังหารผู้อาวุโสจำนวนสี่คนของสำนักเทียนหยุนจนเสียชีวิตไม่ใช่เหรอ!”
“ดังนั้น ถ้าไม่มีปัจจัยอย่างอื่นละก็ ความแข็งแกร่งในตอนนี้ของสำนักหยุนเยว่ไม่ได้ด้อยไปกว่าสำนักเทียนหยุนเลย!”
“ถึงแม้เจ้าคนโตซิงจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่สองเยว่ สามเยว่ สี่เยว่ ทั้งสามคนนี้เป็นคนที่ร้ายกาจมากๆ!”
“โดยเฉพาะสองเยว่ เธอเป็นยอดฝีมืออันดับต้นๆของโลกคุนชางจริงๆ!”
“ถ้ามีเพียงสำนักเทียนหยุนปะทะกับสำนักหยุนเยว่ ถ้าสำนักหยุนเยว่ต้องการปกป้องตระกูลฉิน มันไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว กลัวแค่ว่าสำนักเทียนหยุนจะหาสำนักอื่นๆมาช่วย!”
“คุณอย่าคิดว่าสำนักหยุนเยว่มีแค่ลูกศิษย์หญิงล้วนๆ! ไม่มีผู้ชายเลย แต่พวกเขาไม่เคยติดต่อกับโลกภายนอกเลย และไม่มีสำนักอื่นๆที่มีสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเธอด้วย!”
“แต่ในทางกลับกัน สำนักเทียนหยุนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสำนักฉีซาน!”
“มิฉะนั้น คนอย่างเจียงยี่กับมู่หงจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหรอ!”
“ดังนั้น……หลังจากนี้ตระกูลฉินคงตกอยู่ในวิกฤตที่อันตรายมากๆ ถึงแม้คุณจะลงมือ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้!”