จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1265 แท่นค่ายกลสี่พิทักษ์ฉีซาน
ถ้าเขาทำสำเร็จ เขาจะกลายเป็นตำนานที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน!
ต้องรู้ไว้เรื่องหนึ่ง โลกคุนชางไม่เคยมียอดฝีมือแดนจิตปฐม
บางทีหวงฉาวอาจจะมีโอกาสฝึกฝนถึงแดนจิตปฐมสำเร็จ
ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ตาม หวงฉาวก็คืออนาคตของสำนักเทียนหยุน
ในเวลานี้ ถ้าหวงฉาวประสบเรื่องอันตราย มันเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าเลย!
คำพูดของผู้อาวุโสสี่ ทำให้ทุกคนครุ่นคิดทันที
ผู้อาวุโสใหญ่มองไปที่รองเจ้าสำนักและพูด “ศิษย์พี่ ฉันคิดว่าคำพูดของเจ้าสี่สมเหตุสมผลมากๆ! หวงฉาวไม่ควรออกไปเสี่ยงชีวิต”
ในกลุ่มผู้อาวุโสนั้น มีเพียงผู้อาวุโสใหญ่กับเจ้าสำนักและรองเจ้าสำนักเป็นลูกศิษย์รุ่นเดียวกัน ตอนนี้เขาฝึกฝนจนใกล้จะถึงแดนยาทองระดับแปดแล้ว
รองเจ้าสำนักพยักหน้าและพูด “เรื่องนี้แน่นอนอยู่แล้ว
“นอกจากเรื่องเหล่านี้แล้ว ฉันได้ยืมแท่นค่ายกลสี่พิทักษ์ของสำนักฉีซานมาด้วย”
“อะไรนะ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของรองเจ้าสำนัก ผู้อาวุโสทุกคนอุทานด้วยความตกใจ
พวกเขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆ เขาสามารถยืมแท่นค่ายกลสี่พิทักษ์ฉีซานมาได้!
พวกเขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆว่าสำนักฉีซานจะให้ยืมสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ด้วย
แท่นค่ายกลสี่พิทักษ์ฉีซาน เป็นหนึ่งในเครื่องรางชั้นยอดของโลกคุนชาง
พูดได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ มันเป็นเครื่องรางที่แข็งแกร่งกว่าเครื่องรางชั้นยอดมากๆ
เครื่องรางชิ้นนี้ เมื่อพันกว่าปีก่อน มีเจ้าสำนักคนหนึ่งสำนักฉีซานได้มันมาจากสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง
อาศัยเครื่องรางชิ้นนี้ เจ้าสำนักฉีซานในสมัยนั้นที่ฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับแปด สามารถกักขังยอดฝีมือแดนยาทองระดับเก้าคนหนึ่งเอาไว้ได้ และสามารถสังหารอีกฝ่ายจนเสียชีวิต
ค่ายกลกักขัง มันไม่ใช่ค่ายกลที่หายากเลย
แต่มันสามารถใช้และเก็บได้ตามอำเภอใจ สามารถเคลื่อนย้ายไปที่ไหนก็ได้ แท่นค่ายกลที่มีพลังที่น่ากลัวขนาดนี้ มีเพียงแค่แท่นค่ายกลสี่พิทักษ์เท่านั้น!
และในโลกคุนชางก็มีแท่นค่ายกลจำนวนไม่น้อย ที่สร้างขึ้นมาโดยเลียนแบบแท่นค่ายกลสี่พิทักษ์ฉีซาน
แท่นค่ายกลสี่พิทักษ์ฉีซาน สามารถปิดกั้นฟ้าดิน ทำให้ศัตรูหนีรอดได้ยาก
ถ้าถูกกักขังไว้ด้านใน ทำให้พลังทิพย์ของศัตรูลดลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็จะถูกสังหารจนเสียชีวิต
แท่นค่ายกลนี้ เป็นเครื่องรางที่ทำให้สำนักฉีซานก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในเก้าสำนักใหญ่
ต้องรู้ไว้เรื่องหนึ่ง สมัยนั้นสำนักฉีซานไม่ได้มียอดฝีมือแดนยาทองระดับเก้าเลย
แม้แต่เจ้าสำนักก็ฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับแปดเท่านั้น
พวกเขาอาศัยแท่นค่ายกลสี่พิทักษ์ฉีซาน จนกลายเป็นหนึ่งในเก้าสำนักใหญ่ของโลกคุนชางอย่างมั่นคง
หลายปีที่ผ่านมา ไม่มีใครสามารถทำอะไรสำนักฉีซานเลย
นี่คือความแข็งแกร่งที่ได้มาจากแท่นค่ายกลสี่พิทักษ์ฉีซาน
ผู้อาวุโสใหญ่ตื่นเต้นและพูด “ศิษย์พี่ ไม่รู้ว่าตอนนี้แท่นค่ายกลอยู่ที่ไหน? เอาออกมาให้พวกเราดูหน่อยได้ไหม?”
สายตาของผู้อาวุโสคนอื่นๆก็เปล่งประกายทันที เห็นได้อย่างชัดเจน พวกเขาสนใจแท่นค่ายกลสี่พิทักษ์ฉีซานมากๆ
เมื่อรองเจ้าสำนักได้ยิน เขาก็ส่ายหัวและพูด “พวกคุณคิดอะไรอยู่? ถึงแม้สำนักฉีซานจะยืมเครื่องรางนี้ให้พวกเรา แต่มันจะอยู่ในมือของฉันได้ยังไง?”
“อีกไม่กี่วัน ผู้อาวุโสปิงหลินของสำนักฉีซานจะมาพร้อมกับเครื่องรางชินนี้ และเขาก็จะใช้เครื่องรางนี้ช่วยเหลือพวกเรา”
“ถ้าหลินชางฉองคนนั้นปรากฏตัว พวกเราก็จะสามารถสังหารเขาให้เสียชีวิตได้!”
“ตอนนี้พวกเราเลือกคนๆหนึ่งออกไปเป็นเหยื่อล่อ ถึงแม้คนๆนั้นจะไม่ใช่หวงฉาว แต่คนที่เป็นเหยื่อล่อต้องเป็นหนึ่งในกลุ่มพวกเรา!”
การลงมือของหลินชางฉองเมื่อสองครั้งที่แล้ว เป้าหมายของเขาคือผู้อาวุโสของสำนัก
สำหรับลูกศิษย์ทั่วไป เขาไม่มองอยู่ในสายตาอยู่แล้ว!
ในกลุ่มผู้อาวุโสนั้น รวมทั้งรองเจ้าสำนักด้วย ถ้ามีพลังที่แข็งแกร่งมากจนเกินไปก็เป็นเหยื่อล่อไม่ได้ แต่ถ้าอ่อนแอเกินไปก็ไม่ได้เหมือนกัน อย่างน้อยต้องเป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับห้า ถ้าเป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับหกจะดีมากๆ
มิฉะนั้น ถ้าโดนสังหารเร็วจนเกินไป ก็ไม่มีโอกาสให้ช่วยชีวิต
สายตาของทุกคน มองไปที่ผู้อาวุโสสี่ทันที
ผู้อาวุโสสี่รู้สึกแย่มากๆ
แต่ในเวลาแบบนี้ เขาตอบปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว
เขากัดฟันตัวเองและพูด “หวงฉาวเป็นอนาคตของสำนักเรา ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ก็ให้ฉันไปเป็นเหยื่อล่อเถอะ! ถ้าสามารถสังหารหลินชางฉองได้ ถึงแม้ฉันต้องเสียชีวิตก็ไม่เป็นไร!”
รองเจ้าสำนักพูด “มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก! ถ้าหลินชางฉองกล้าปรากฏตัว เขาไม่มีเวลาได้ลงมืออยู่แล้ว พวกเราก็จะใช้แท่นค่ายกลสี่พิทักษ์ฉีซานกักขังเขาเอาไว้!”
“เจ้าสี่วางใจได้!”
ผู้อาวุโสสี่รู้สึกไม่พอใจ แต่ใบหน้าของเขาแสดงความเด็ดเดี่ยวออกมาและพูด “ฉันเห็นด้วยกับคำพูดของรองเจ้าสำนัก! อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องทำเพื่อสำนัก ถึงแม้ฉันต้องเสียชีวิตก็ไม่เป็นไร!”
ทุกคนต่างพยักหน้าและเห็นด้วย
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ หวงฉาวที่ไม่ได้เอ่ยปากพูดมานาน ตอนนี้เขาพูดทันที “อาจารย์อา ฉันคิดว่าคุณไม่จำเป็นต้องไป ให้ฉันไปเป็นเหยื่อล่อดีกว่า!”
รองเจ้าสำนักพูดทันที “หวงฉาว คุณพูดอะไรนะ?”
หวงฉาวพูด “ฉันพูดว่า ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าคนๆนั้นแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่!”
รองเจ้าสำนักขมวดคิ้วและพูด “คุณแน่ใจเหรอ?”
หวงฉาวพยักหน้าและพูด “ใช่!”
รองเจ้าสำนักหายใจเข้าลึกๆและพูด “คุณคิดจะต่อสู้กับเขาใช่ไหม?”
หวงฉาวพูด “ใช่แล้ว! ถ้าคนๆนี้ปรากฏตัว ฉันหวังว่าตัวเองจะได้ต่อสู้กับเขาสักครั้ง! ฉันไม่ได้สัมผัสความเป็นความตายจากการต่อสู้มานานแล้ว! ครั้งนี้ฉันอยากจะสัมผัสมันอีกครั้ง!”
“ฉันอยากใช้โอกาสนี้ เข้าสู่แดนยาทองระดับหก!”
เขาพูดไม่ผิดจริงๆ พลังของเขาสูงมากๆและแข็งแกร่งมากๆ
ในคนรุ่นเดียวกัน เขาไม่มีคู่ต่อสู้มานานแล้ว
ขณะที่เขาผจญภัยอยู่นอกสำนัก เมื่อมีคนมองเห็นเขาก็จะหลบหนีทันที
สำหรับผู้ฝึกฝนอิสระ เมื่อพวกเขามองเห็นเขา ถึงแม้พวกเขาจะแข็งแกร่งพอๆกับตัวเอง แต่พวกเขาก็ไม่กล้าลงมือต่อสู้กับเขาเลย
เพราะว่าเขาเป็นลูกศิษย์ของสำนักเทียนหยุน
เขาไม่ได้สัมผัสความเป็นความตายจากการต่อสู้เหมือนตอนที่ตัวเองอ่อนแอมานานแล้ว
ครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ดีมากๆ
สำหรับเรื่องที่อีกฝ่ายเป็นเฒ่าประหลาดที่ร้ายกาจมากๆนั้น มันไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย
ถึงแม้อีกฝ่ายอาจจะเป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับเจ็ด มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย
ยาทองระดับเจ็ดเหรอ?
บางที……อาจจะห่างจากเขาไม่มากนัก?
อย่ามองว่าเขาเป็นแค่ยอดฝีมือแดนยาทองระดับห้า อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือแดนยาทองระดับเจ็ดทั่วไป เขาก็สามารถเอาชนะได้อยู่แล้ว
คำพูดนี้ดูโอเวอร์ไปหน่อย แต่อย่างน้อย ถ้าอีกฝ่ายต้องการสังหารเขา มันเป็นเรื่องที่ไปไม่ได้อยู่แล้ว
สำหรับเรื่องนี้ เขามั่นใจในตัวเองมากๆ!
หวงฉาวมองไปที่รองเจ้าสำนักและพูดเบาๆ “อาจารย์อา ฉันคิดว่าตัวเองคงไม่เจอเรื่องอันตรายอย่างแน่นอน! ฉันหวังว่าอาจารย์อาจะให้โอกาสครั้งนี้กับฉัน!”
เมื่อรองเจ้าสำนักได้ยินคำพูดเหล่านี้ เขาหายใจเข้าลึกๆ มองไปที่หวงฉาวด้วยความดีใจ
หวงฉาวเป็นสุดยอดอัจฉริยะที่เก่งกาจมากๆ!
เขามีพรสวรรค์ มีความโชคดี มีความพากเพียรและใจกล้า
คนประเภทนี้สามารถขึ้นไปยื่นอยู่จุดสูงสุดได้อย่างแน่นอน
รองเจ้าสำนักมองไปที่หวงฉาวและพูด “คุณเคยคิดบางไหม ถ้าอีกฝ่ายแข็งแกร่งพอๆกับฉัน คุณจะทำยังไง?”
หวงฉาวพูดด้วยความมั่นใจ “ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันก็จะใช้ยันต์เทพช่วยชีวิตที่อาจารย์ให้ฉันเอาไว้! มันมีเวลามากพอให้แท่นค่ายกลสี่พิทักษ์ฉีซานกักขังคนๆนั้นเอาไว้”
“การที่ฉันไปแทนผู้อาวุโสสี่ เพราะในร่างกายของฉันมียันต์เทพที่อาจารย์ให้ไว้ ถ้าฉันเป็นเหยื่อล่อ ฉันไม่เสียชีวิตอย่างแน่นอน”
“ถ้าให้ผู้อาวุโสสี่ไปเป็นเหยื่อล่อ เขามีโอกาสสูงมากๆที่จะเสียชีวิต!”
“ช่วงนี้สำนักเทียนหยุนของเราสูญเสียมามากพอแล้ว ไม่ควรให้ผู้อาวุโสไปเสี่ยงชีวิตอีก!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ผู้อาวุโสตื้นตันใจมากๆจนน้ำตาไหลออกมา เขาโค้งคำนับให้หวงฉาวตลอด
สีหน้าของหวงฉาวนั้นนิ่งสงบมากๆ เขาไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมาเลย
ไปสัมผัสความเป็นความตายจากการต่อสู้นั้นเป็นเรื่องจริง
เขามั่นใจว่าตัวเองไม่เสียชีวิต มันก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน!