จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1311 กำจัดภัยร้ายให้กับโลกคุนชาง
เวลานี้ ยอดฝีมือจำนวนไม่น้อยต่างพากันออกมาที่นอกเมือง โดยยืนอยู่กันกลางอากาศ
ทุกคนต่างก็มองไปยังหลินหยุนกับเสิ่นปิงชิงด้วยความตื่นเต้นระทึกใจ
แม้ว่าหลินหยุนจะดูค่อนข้างน่าสงสารเวทนา แต่ว่าก็ยังทำให้ทุกคนที่อยู่โดยรอบนั้น ตกใจตื่นตะลึงอย่างที่สุด
ไอ้หนุ่มนี้ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!
เมื่อครู่ที่แผ่นหยกระเบิดขึ้น พลังอานุภาพที่แสดงออกมานั้น จะต้องเป็นพลังบำเพ็ญขั้นยาทองระดับแปดของผู้บำเพ็ญเซียนชั้นยอดอย่างแน่นอน ถึงจะสามารถแสดงพลังอานุภาพออกมาได้อย่างน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้
อย่างไรก็ตาม ภายใต้พลังการโจมตีที่น่ากลัวนั้น อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของหลินชางฉองที่ได้แสดงออกมานั้นก็ยังไม่เคยได้ยินได้เห็นมาก่อนเลยเช่นกัน โดยคิดไม่ถึงว่าอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์นั้น จะสามารถต้านทานตอบโต้การโจมตีของพลังขั้นยาทองระดับแปดกลับไปได้
ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!
“นี่ก็คือหลินชางฉองที่ไปก่อเรื่องจนทำให้สำนักเทียนหยุนอลหม่านวุ่นวาย และบาดเจ็บสาหัสกันไปหมดอย่างนั้นเหรอ? ”
“ชื่อเสียงของคนผู้นี้ ในช่วงก่อนหน้านี้นั้น ได้แพร่กระจายโด่งดังไปทั่วโลกคุนชางเลย”
“แต่ไม่มีใครพบเจอกับตัวตนที่แท้จริงของเขา และมีไม่กี่คนที่จะรู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวนั้น! ”
“ได้ยินว่า วันนั้นสามารถหลบหนีการไล่ล่าสังหารของรองเจ้าสำนักเทียนหยุนได้สำเร็จด้วย! ”
“ตอนนี้ดูเหมือนว่า จะน่ากลัวมากจริง ๆ เลยทีเดียว! ”
“ยังมีคำร่ำลือกันอีกว่า หลินชางฉองนั้นเป็นยอดฝีมืออาวุโสที่มีความแค้นบาดหมางอย่างหนักกับสำนักเทียนหยุน! ”
“ตอนนี้ดูเหมือนว่า จะไม่ใช่ยอดฝีมืออาวุโสอะไรที่พูดกัน คนผู้นี้มีลมหายใจของชีวิตที่ยังเด็กอยู่มาก นั่นคงจะไม่ใช่ยอดฝีมืออาวุโสอะไรอย่างแน่นอน แต่เป็นยอดฝีมือที่เก่งกาจไร้เทียมทานที่แท้จริง มิน่าล่ะที่คนผู้นี้ถึงได้ปลอมตัวเป็นบุตรอริยสัจแห่งสำนักอริยสัจ! ”
“ผู้ที่อายุน้อยขนาดนี้ และมีพลังบำเพ็ญที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ คิดไม่ถึงว่าจะสามารถต้านทานการโจมตีของยอดฝีมือขั้นยาทองระดับแปดได้ ต่อให้เป็นถึงบุตรอริยสัจแห่งสำนักอริยสัจตัวจริง ก็คงจะไม่เกินไปกว่านี้แล้วล่ะ! ”
“น่าเสียดายจริง ๆ! ”
“คนผู้นี้อาศัยว่าตนเองมีความเก่งกาจ มีพลังบำเพ็ญที่แข็งแกร่ง แม้แต่สำนักเทียนหยุนที่ยิ่งใหญ่ก็ยังกล้าที่จะไปก่อเรื่องสร้างความวุ่นวายได้! ”
“ไม่เพียงเท่านี้ ยังกล้าที่จะปลอมตัวเป็นท่านบุตรอริยสัจแห่งสำนักอริยสัจอีก ช่างกล้าหาญบ้าบิ่นยิ่งนัก! ”
“ดูกันไปเถอะ เกรงว่าอีกไม่นานยอดฝีมือของสำนักเทียนหยุนก็จะมาถึงกันแล้ว! ”
“หากว่าไอ้หนุ่มนี้ไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็ยังมีโอกาสที่จะหลบหนีเอาตัวรอดไปได้บ้าง! ”
“แต่ตอนนี้……”
ในเวลานั้น ฉวี่เทียนซินและผู้อาวุโสสำนักกวางยักษ์สองคน ก็กำลังมองดูสถานการณ์นี้อย่างหวั่นวิตกอยู่กลางอากาศ
ผู้อาวุโสหนึ่งในนั้น เห็นว่าเสิ่นปิงชิงกำลังอยู่ภายใต้การควบคุมของหลินหยุน
โดยที่สามารถลงมือสังหารเสิ่นปิงชิงได้ตลอดเวลา
ขณะที่เขากำลังจะลงมือนั้น ก็ได้ถูกฉวี่เทียนซินขัดขวางเอาไว้
ผู้อาวุโสพูดขึ้นว่า “คุณชาย ทำไมต้องขัดขวางฉันด้วย? คุณชายมองไม่เห็นหรืออย่างไรว่า นางฟ้าปิงชิงนั้นมีโอกาสที่จะถูกเทพสังหารหลินชางฉองนั้นลงมือสังหารได้ทุกเมื่อ แล้วพวกเราจะทนดูกันอยู่แบบนี้เหรอ? ”
“หากว่านางฟ้าปิงชิงเสียชีวิตลงไปจริง ๆ คุณชาย ที่นี่คือด้านนอกของเมืองกวางใหญ่นะ! ”
“นางฟ้าปิงชิงคนนี้ เป็นถึงหนึ่งในอัจฉริยะสูงสุดที่แท้จริงในจำนวนไม่กี่คนของสำนักอริยสัจ หากว่าเสียชีวิตลงที่นี่จริง ๆ สำนักกวางยักษ์ของเราจะรอดพ้นจากความเกี่ยวข้องนี้ไปได้เหรอ? ”
ฉวี่เทียนซินสูดหายใจลึก ได้ยินดังนั้นแล้วก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมว่า “ฉันรู้แล้วว่าจะมีสถานการณ์แบบนี้ขึ้นแน่นอน! แต่ว่าอาสาม ท่านรู้เบื้องลึกของหลินชางฉองบ้างไหมว่า? คนผู้นี้ยังจะมีไพ่เด็ดใบสุดท้ายอะไรอีกไหม? ”
“นี่……คุณชาย ไม่ว่าคนผู้นี้จะมีเบื้องลึกอย่างไร ก็คงจะไม่สามารถเทียบเคียงกับสำนักอริยสัจได้ไม่ใช่เหรอ? ”
“สถานการณ์ในตอนนี้ สำหรับสำนักกวางยักษ์ของเราแล้วนั้น ก็เปรียบได้กับการขึ้นขี่หลังเสือแล้วลงยาก! ”
“ไม่ว่าทางซ้ายหรือขวาก็จะต้องล่วงเกินฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง! ”
“ฝ่ายหนึ่งคือหลินชางฉองที่ไม่ทราบสถานะชัดเจน อีกฝ่ายหนึ่งคือสำนักอริยสัจที่ยิ่งใหญ่! ”
“การเลือกตัดสินใจนี้ คงไม่ใช่เรื่องยาก! ”
ฉวี่เทียนซินสูดหายใจลึก ครุ่นคิดชั่วครู่ และพูดเสียงแข็งขึ้นว่า “ใช่สิ เลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็ยังดีกว่าไม่เลือกฝ่ายใดเลย! หากไม่เลือก จะล่วงเกินทั้งสองฝ่าย หากเลือก ก็จะล่วงเกินเพียงแค่ฝ่ายเดียว! ”
ผู้อาวุโสพยักหน้าและพูดว่า “ก็คือเหตุผลนี้! ”
ฉวี่เทียนซินพูดขึ้นว่า “ตกลง อย่างนั้นก็เชิญอาสามลงมือเถอะ! ”
ผู้อาวุโสพูดขึ้นว่า “คุณชายลงมือลุยอย่างเต็มที่เลย ถ้าหากเกิดพลาดพลั้ง คนของสำนักเทียนหยุนอีกไม่นานก็คงจะมาถึงแล้ว! ไอ้หนุ่มนี้ ไม่ว่าจะมีไพ่เด็ดอะไร วันนี้ก็คงต้องตายสถานเดียว! ”
สำหรับการที่ลงมือต่อหลินหยุน ช่วยเหลือเสิ่นปิงชิงนั้น เมื่อสำนักเทียนหยุนมาถึง สำนักเทียนหยุนก็คงจะขอบคุณพวกเขาอย่างที่สุดแน่นอน
ในขณะเดียวกัน สำนักอริยสัจเองก็เช่นกัน!
ลงมือกระทำการเพียงอย่างเดียว ก็สามารถที่จะเชื่อมสัมพันธ์กับสองสำนักในเก้าสำนักใหญ่เลยทีเดียว
โอกาสเช่นนี้ ไม่สามารถที่จะปล่อยให้หลุดมือผ่านไปได้ เรียกได้ว่าเป็นโอกาสที่หาได้ยากมากเลย! ดังนั้น เมื่อพูดจบลง ผู้อาวุโสก็ย่ำขึ้นไปในอากาศแล้วเหาะเหินไป มาถึงที่เบื้องหน้าของหลินหยุนกับเสิ่นปิงชิง
ในขณะเดียวกันนี้ ฉวี่เทียนซินก็ได้หันหลังมองไปที่ผู้อาวุโสด้านข้างพร้อมกับพูดขึ้นว่า “อาสี่ เวลานี้หลินชางฉองได้รับบาดเจ็บสาหัส คงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอาสามอย่างเด็ดขาด! ”
“มองเห็นผู้หญิงที่มาด้วยกันกับเขาที่อยู่ในอากาศคนนั้นไหม รบกวนอาสี่ช่วยไปจับตัวผู้หญิงคนนั้นมาให้หน่อย! ”
“ในเมื่อคิดจะลงมือแล้ว ก็จะต้องกระทำให้ถึงที่สุดไปเลย! ”
“ต่อให้หลินชางฉองจะมีไพ่เด็ดที่ร้ายกาจมากแค่ไหน แต่หากมีผู้หญิงคนนี้อยู่ในมือแล้ว สำนักกวางยักษ์ของเราก็คงจะไม่พ่ายแพ้เป็นแน่! ”
ผู้อาวุโสได้ยินดังนั้น ก็เคลื่อนสายตา พร้อมกับพยักหน้า
สูดลมหายใจลึก และพุ่งตรงเข้าไปหาซินเฟย
ซินเฟยในเวลานี้ เห็นว่าหลินหยุนกำลังรับบาดเจ็บสาหัส ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปหาในทันที
เธอไม่ได้กลัวสิ่งอื่นใด แต่กลัวว่าจะสร้างปัญหาให้กับหลินหยุน
ไม่สามารถช่วยเหลือได้ แต่กลับจะกลายเป็นตัวถ่วงไปอีก แบบนี้คงจะไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
แต่ว่าในขณะที่เธอกำลังวิตกกังวลเกี่ยวกับหลินหยุนอยู่นั้น เงาร่างที่แข็งแกร่งก็ได้พุ่งตรงมาหาเธออย่างรวดเร็ว
ซินเฟยตื่นตกใจขึ้นอย่างกะทันหัน
ซึ่งคิดไม่ถึงว่า จะมีคนที่ลงมือกับเธอด้วย
เธอนึกว่าเพียงแค่ระมัดระวังคนของสำนักเทียนหยุนก็เพียงพอแล้ว
แต่ในเวลานี้คนของสำนักเทียนหยุนยังไม่ได้ปรากฏตัว ยังจะมีคนที่คิดจะลงมือกับเธออีก ซึ่งเรื่องนี้เธอเองก็คาดคิดไม่ถึงจริง ๆ
โดยได้หันหลังเพื่อที่จะหลบหนีอย่างรวดเร็ว
แต่มือยักษ์ที่มองไม่เห็น ก็ได้ปิดกั้นและรั้งตัวเธอเอาไว้อยู่ตรงกลางทันที……
ส่วนอีกฝั่งหนึ่ง
ผู้อาวุโสสามสำนักกวางยักษ์ก็ได้เหาะเหินมาในอากาศ
พร้อมกับตวาดใส่หลินหยุนที่อยู่ด้านล่างว่า “หลินชางฉอง ถึงตอนนี้แล้ว นายยังจะลุ่มหลงยืนกรานในความผิดพลาดของตนอยู่อีกเหรอ? รีบปล่อยตัวของนางฟ้าปิงชิงแห่งสำนักอริยสัจออกมาโดยเร็ว! แล้วสำนักกวางยักษ์ของเราก็จะไม่ลงมือปะทะต่อสู้อะไรกับนายอีก! ”
“ถ้าหากนายลงมือสังหารนางฟ้าปิงชิงตรงนี้ นายจะทำให้สำนักกวางยักษ์ของเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากขนาดไหน? ”
“ฉันขอเตือนนายว่าอย่าได้ทำให้ตัวเองต้องผิดพลาด! ”
“ปล่อยตัวนางฟ้าปิงชิงไปซะ! แล้วทุกอย่างก็จะคลี่คลายลงไปได้บ้าง! ”
ได้ยินที่เขาพูด เสิ่นปิงชิงก็ยิ่งกำเริบเสิบสาน ไม่หลงเหลือแม้แต่ความหวาดกลัวเพียงเล็กน้อย
เธอหัวเราะเยาะใส่หลินหยุน และพูดเยาะเย้ยขึ้นว่า “เป็นอย่างไร? ฉันได้เคยเตือนนายเอาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว! ลำพังแค่คนกระจอกไร้ยางอายอย่างนายนี้ ยังจะกล้าทำอะไรกับฉันได้ล่ะ! ”
“ยังไม่รีบที่จะปล่อยตัวของฉันไปอีก! ”
“ไม่อย่างนั้นแล้ว ฉันจะให้ผู้อาวุโสสำนักกวางยักษ์คนนี้ลงมือสังหารนายทิ้งเดี๋ยวนี้! ”
ในที่สุดชี่ลมหายใจของหลินหยุนก็เป็นปกติดีขึ้นบ้างแล้ว ร่างกายที่สั่นเทานั้นก็ไม่ได้รุนแรงเท่าไรแล้ว!
เงยหน้ามองขึ้นไปยังผู้อาวุโส และพูดว่า “สำนักกวางยักษ์ของนายต้องการเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ คิดดีแล้วหรือยัง? ”
ผู้อาวุโสได้ยินดังนั้น ก็แสยะยิ้มและพูดขึ้นว่า “หลินชางฉอง นายก็คือไอ้ปีศาจ แรกเริ่มได้ลงมือสังหารลูกศิษย์อัจฉริยะและผู้อาวุโสอีกหลายคนของสำนักเทียนหยุน จากนั้นก็ยังปลอมตัวเป็นบุตรอริยสัจแห่งสำนักอริยสัจหลอกลวงคนอื่นไปทั่ว! ”
“ปีศาจที่หน้าด้านไร้ยางอายอย่างนายนี้ จะต้องถูกสังหารให้สิ้นซาก! ”
“เมื่อถึงตอนนั้น ยังจะกล้ามาสร้างสถานการณ์ขู่ขวัญตบตา ข่มขู่คุกคามสำนักกวางยักษ์ของเราได้อีกเหรอ? ”
“ฉันขอเตือนนายอีกครั้ง! ”
“รีบปล่อยตัวนางฟ้าปิงชิงซะ ไม่อย่างนั้น ตอนนี้ฉันจะลงมือสังหารนาย เพื่อกำจัดภัยร้ายให้กับโลกคุนชาง! ”