จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 135 การเห็นอกเห็นใจจากเถียนชุ่ยชุ่ย
บทที่ 135 การเห็นอกเห็นใจจากเถียนชุ่ยชุ่ย
หัวใจสั่นระริกเช่นนี้มันเป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น
เถียนชุ่ยชุ่ยเชื่อว่า นี่เป็นเพียงเรื่องราวความรักในเทพนิยายของผู้ชายยากจนเหล่านั้น
ในความจริงก็คืออยากที่จะร้องไห้อยู่ในรถบีเอ็มดับบิว ดีกว่านั่งขี่จักรยานหัวเราะ
เสิ่นหย่งเหล่ตา เขารู้จักตัวตนของหลินหยุน แน่นอน เขาไม่แคร์ เช่นเดียวกับที่เขารู้ว่ามีคนอย่างหลินหยุนมากมายที่เป็นเครื่องมือให้เถียนชุ่ยชุ่ยหลอกใช้
ยิ่งไปกว่านั้นเสิ่นหย่งมีความสุขกับสิ่งนี้ มีผู้ชายมากมายมองว่าเถียนชุ่ยชุ่ยเป็นนางในฝัน ถ้ามีใครสามารถครองใจเธอ มันคงรู้สึกพิเศษมาก?
“เพื่อนของคุณคนนี้ ดูเหมือนจะทำให้คนอื่นขุ่นเคือง!” เสิ่นหย่งหยิบแก้วไวน์ขึ้นมา ในขณะที่พูดก็เขย่าของเหลวสีแดงในแก้วไวน์
หลินหยุนหันหัวและมองไปที่ผู้หญิงคนนั้น และพูดเบาๆ “คุณถามฉัน ผมต้องตอบด้วยเหรอ
ผู้หญิงคนนั้นผงะไปชั่วขณะ และเธอก็เยาะเย้ยเสียงดังอย่างไม่มีเหตุผล “เรื่องไร้สาระ นายเป็นบริกรที่นี่ นายไม่ตอบแล้วใครจะตอบ?”
ระวังฉันคอมเพลนนายนะ!”
หลินหยุนมองไปที่เธออย่างเงียบๆ และหลังจากนั้นไม่นาน ก็พูดอย่างเย็นชา “ฉันไม่ตีผู้หญิง”
“แม่ง ยังกล้ามาเล่นตลกกับคนอย่างฉัน พี่เปียวคุณจะทนดูผู้หญิงของคุณถูกบริกรคนหนึ่งรังแกเหรอ?” ผู้หญิงคนนี้ตะโกนบอกชายหัวโล้นที่นั่งข้างๆเธอ
เดิมทีชายหัวโล้นกำลังกอดและดื่มกับผู้หญิงอีกคน เขาทนไม่ได้ก็เลยเงยหน้าขึ้นมองหลินหยุน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
“ไอ้หนุ่ม ยังไม่รีบขอโทษพี่ลี่?” พี่เปียวพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
เห็นได้ชัดว่า เขาก็ไม่ค่อยอยากสนใจผู้หญิงคนนี้มากนัก มิฉะนั้นผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช้โอกาสนี้หาเรื่อง แต่หลินหยุนที่น่าสงสารเหมือนเป็นที่ระบายของเขา
พี่เปียวรู้สึกว่า ไอ้หนุ่มคนนี้ต้องซาบซึ้งในความเมตตานี้ และรีบขอโทษลี่ลี่ทันที เพราะทุกคนในวงการต่างก็รู้ว่า ใครที่กล้าล่วงเกินผู้หญิงของพี่เปียวนั้น ผลลงเอยนั้นต้องขาหักหรือมือหัก
โดยไม่คาดคิด หลินหยุนไม่มีความคิดที่จะขอโทษแต่อย่างใด และพูดเบาๆ “เธอเป็นคนที่ควรขอโทษ”
เสิ่นหย่งที่อยู่ไม่ไกลได้แสดงท่าทีล้อเล่น และพูดกับเถียนชุ่ยชุ่ยว่า “เพื่อนของคุณซวยแน่”
“พี่เปียวไม่ใช่จิ๊กโก๋ธรรมดา และเขาค่อนข้างมีชื่อเสียงในยุคนี้ เขากล้าทำท่าทางและพูดกับพี่เปียวในลักษณะนี้ คาดว่าเขาอาจจะโดนตีจนขาหักแน่นอน”
เถียนชุ่ยชุ่ยพูดด้วยความตกใจ “มัน รุนแรงขนาดนี้เลยเหรอ!”
ทันใดนั้นเถียนชุ่ยชุ่ยก็นึกถึงช่วงเวลาที่หลินหยุนให้เงินเธอใช้ การดูแลเอาใจใส่เธออย่างพิถีพิถัน
ยิ่งไปกว่านั้นหลินหยุนทำงานตรงนี้ เหตุผลส่วนใหญ่เป็นเพราะเธอ
ถ้าเพราะเหตุนี้หลินหยุนกลายเป็นคนพิการ เถียนชุ่ยชุ่ยก็คงรู้สึกเสียใจ
“พี่หย่ง คุณพอช่วยเขาหน่อยได้ไหม”
“อืม?” รอยยิ้มบนใบหน้าของเสิ่นหย่งหายไป มองเถียนชุ่ยชุ่ย และพูดว่า “คุณรู้สึกเจ็บแทนเหรอ?”
เถียนชุ่ยชุ่ยรีบอธิบาย “ไม่ ไม่ พี่หย่งอย่าเข้าใจฉันผิด ฉันแค่คิดว่ายังไงพวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน และก่อนหน้านี้ฉันก็หลอกใช้เขามามาก เขาไม่เคยตำหนิฉันเลย ฉันไม่ต้องการเห็นเขากลายเป็นคนพิการ มันก็แค่นั้นแหละ!”
สีหน้าเสิ่นหย่งค่อยๆผ่อนคลายลงเล็กน้อย เหลือบมองไปที่หลินหยุน และพูดเบาๆ “มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ก่อนอื่นต้องสั่งสอนให้เป็นบทเรียนกับเขาหน่อย จะได้หลาบจำ ในช่วงเวลาที่สำคัญ ฉันจะออกไปช่วยเขาเอง!”
“ขอบคุณพี่หย่ง!” เถียนชุ่ยชุ่ยขอบคุณอย่างสุดซึ้ง
เมื่อเห็นร่างที่ดื้อรั้นของหลินหยุน เถียนชุ่ยชุ่ยพูดในใจอย่างเงียบๆ “หลินหยุน ต่อไปฉันไม่เป็นหนี้บุญคุณนายแล้ว!”
แน่นอน พอหลินหยุนพูดประโยคนั้นจบ
ทันใดนั้น ลี่ลี่ก็ทำท่าทางไม่พอใจ “ พี่เปียวคุณฟังสิ คุณลองฟังสิ แค่บริกรคนหนึ่งยังไม่เห็นคุณอยู่ในสายตา คุณยิ่งอยู่ในวงการนี้ไปเรื่อยๆยิ่งดูไร้ค่า!”
เพี๊ยะ!
พี่เปียวตบลี่ลี่จนเลือดไหลออกปาก
“ยัยบ้า เธอหุบปากเดี๋ยวนี้!”
พี่เปียวหันหัวและจ้องมองหลินหยุน สีหน้าเคร่งขรึมน่ากลัว
“ไอ้หนุ่ม เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ?”
หลินหยุนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ยืนตัวตรง และมองไปที่พี่เปียวโดยไม่เกรงกลัว “ผมว่าคนที่ควรขอโทษคือเธอ”
“แม่งนายกำลังหาที่ตายใช่ไหม!” ทันใดนั้นพี่เปียวต่อยที่ใบหน้าของหลินหยุน
อ๊ะ!
เกิดการโกลาหลขึ้นในบาร์ โดยเฉพาะแขกที่อยู่ใกล้กับพี่เปียวมากที่สุด ต่างพากันแยกตัวออกห่าง
เถียนชุ่ยชุ่ยรีบพูด “พี่หย่ง พวกเขาตีกันแล้ว คุณรีบเข้าไปช่วยสิ!”
เสิ่นหย่งแช่งด่าในใจ “แม่ง ตอนที่ตีกันให้ฉันไปช่วย เธออยากให้ฉันโดนทุบตีด้วยเหรอ? ผู้หญิงงี่เง่าคนนี้!”
แต่ก็พูดออกมาว่า “ไม่ต้องกังวล ฉันจะไปคุยกับพี่เปียวให้เห็นแก่หน้าพ่อของฉัน พี่เปียวคงจะให้เกียรติ!”
กำปั้นของพี่เปียวไม่ได้โดนหลินหยุน มือของหลินหยุนเหมือนแหนบเหล็กขนาดยักษ์ ติดอยู่ที่ข้อมือเขา แน่นมาก จนเขาไม่สามารถขยับได้เลยสักนิด
เส้นเลือดบนหน้าผากของพี่เปียวปูดขึ้น เขาไม่คาดคิดว่าหลินหยุนตัวผอมๆเช่นนี้ จะมีพละกำลังมากขนาดนี้
และพลังแข็งแกร่งนี้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขารู้สึกว่ามือของเขากำลังจะถูกบีบจนหัก
“ไอ้หนุ่ม ปล่อยมือ!” พี่เปียวอดกลั้นความเจ็บปวด กัดฟันพูดตะคอก
มือของหลินหยุนยังคงเพิ่มพลังแข็งแกร่งมากขึ้น พี่เปียวมีหยดเหงื่อไหลออกมา เขาตะคอกอย่างร้อนรน “ปล่อยมือออกไอ้หนุ่ม! ในอนาคตยังอยากทำงานที่นี่อีกไหม?”
“หยุด!”
เสิ่นหย่งเห็นหลินหยุนได้เปรียบกว่า ทันใดนั้นก็เร่งฝีเท้า
เถียนชุ่ยชุ่ยก็ตามมาด้วย และตะโกนอย่างกระวนกระวาย “หลินหยุน รีบปล่อยมือ!”
ไม่สนใจทั้งสองคน มองไปที่พี่เปียวและพูดเบาๆ “ขอโทษฉัน!”
เมื่อเสิ่นหย่งเห็นหลินหยุนไม่ไว้หน้าเขา ก็พูดอย่างเย็นชา “หลินหยุน นายรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร? นายทำให้เขาขุ่นเคือง ต่อไปอย่าคิดจะเปิดบาร์นี้เลย!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลินหยุนก็ปล่อยมือ เขาไม่ต้องการทำให้พี่โล่โล่เดือดร้อน
จู่ๆพี่เปียวก็นอนอยู่บนโซฟา และชุ่มไปทั้งตัว
เขาอยากใส่อารมณ์โกรธ และอยากข่มขู่หลินหยุนด้วยคำพูด แต่เมื่อเขาเห็นแววตาที่ไม่แยแสของหลินหยุน ชั่วขณะก็ทำให้เขากลัวและหุบปากทันที
เสิ่นหย่งมองพี่เปียวแล้วยิ้มและพูดว่า “พี่เปียว พ่อของผมคือเสิ่นยู่หงของโรงแรมฮุยหวาง นี่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของผม ไม่ค่อยรู้ความ
“คุณเห็นแก่หน้าผม เรื่องในวันนี้ถือว่าแล้วกันไป!”
พี่เปียวสาปแช่งในใจ “เห็นแก่หน้านาย แม่งนายเป็นใครมาจากไหน! ถ้าพ่อแกมาพูดเองก็ยังพอฟังเข้าหู”
แต่ในขณะนี้ พี่เปียวจะไม่พูดเช่นนั้น เขาก็กำลังคิดว่าจะกู้หน้าคืนกลับมายังไง
วันนี้เขาไม่ได้พาใครมา ไม่สามารถเอาชนะหลินหยุนได้ แต่เขาก็ไม่อยากยอมแพ้ ในเวลานี้เสิ่นหย่งได้เดินมา และใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์
“ที่แท้ก็เป็นลูกชายของพี่เสิ่นยู่หงในเมื่อนายขอร้อง ถ้าอย่างงั้นฉันจะเห็นแก่หน้านายอย่างแน่นอน”
เรื่องในวันนี้ก็แล้วกันไป กลับไปช่วยสั่งสอนเพื่อนร่วมชั้นคนนี้ดีๆ นอกจากนี้ ต่อไปถ้าออกไปไหนให้เขาระวังตัวมากขึ้น”
หูเปียวพูดอย่างเคร่งขรึม ทุกคนได้ยินคำพูดที่เต็มไปด้วยคำขู่
เสิ่นหย่งไม่สนใจว่าในอนาคตหูเปียวจะตอบโต้อย่างไร วันนี้เขาแค่อยากจะแสดงต่อหน้าเถียนชุ่ยชุ่ย หวังว่าจะลงเอยกับเถียนชุ่ยชุ่ยโดยเร็วที่สุด
“ครับๆ กลับไปผมจะสอนเขาให้ดีๆ!” เสิ่นหย่งทำตามคำพูด
“อืม ไอ้หนุ่มคนนี้ไม่เลว มีอนาคตที่ดี! ฉันยังมีธุระ ต้องไปก่อน!”
หลังจากพูดจบ หูเปียวเดินจากไปด้วยใบหน้าที่หม่นหมอง มือของเขาเจ็บปวดจนทนไม่ไหว เขาต้องรีบเร่งไปโรงพยาบาล!
ผู้หญิงหลายคนที่อยู่ข้างหลังเขา ก็รีบตามเขาไป
เสิ่นหย่งมองไปที่เถียนชุ่ยชุ่ย และพูดอย่างมีชัยว่า “ชุ่ยชุ่ย สิ่งที่คุณขอให้ฉันทำ ฉันทำเสร็จแล้ว!”
“หลินหยุน วันนี้นายทำให้หูเปียวไม่พอใจ ในอนาคตถ้าออกไปข้างนอกก็ระวังตัวหน่อย เขามีลูกน้องเยอะมาก”
หลังจากพูดเสร็จ เสิ่นหย่งก็เดินไปที่บาร์ สั่งไวน์ และชิมมันอย่างช้าๆ และทำตัวใจกว้างปล่อยให้เถียนชุ่ยชุ่ยและหลินหยุนได้อยู่ด้วยกันเป็นการส่วนตัว
เถียนชุ่ยชุ่ยมองหลินหยุน ด้วยสายตาที่ซับซ้อนเล็กน้อย “สองปีมานี้คุณทำงานที่นี่เหรอ?”