จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1407 ทางเลือกของเจ้าสำนักอริยสัจ
สำหรับเจ้าสำนักอริยสัจและเจ้าสำนักเทียนหยุน พวกเขาสองคนไม่สนใจชีวิตของผู้อาวุโสจำนวนมากของสำนักเลย พวกเขาวิ่งหนีจากสำนักหยุนเยว่อย่างบ้าคลั่ง
ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บไม่น้อย หลังจากหนีออกจากสำนักหยุนเยว่แล้ว พวกเขาก็กลับไปที่สำนักตัวเองทันที
หลินหยุนทำให้พวกเขาสองคนหวาดกลัวและตกตะลึงมากๆ โดยเฉพาะเจ้าสำนักอริยสัจ
ยาทองของเขาคือยาทองระดับฟ้า!
ในโลกคุนชาง เมื่อเขาฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับเก้า เขาก็คือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกคุนชาง
เขาไม่ได้มองใครอยู่ในสายตาเลย
หลายปีที่ผ่านมา
หลังจากที่เขาฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับเก้าสูงสุดแล้ว เป้าหมายของเขามีแค่สองเรื่องเท่านั้น
เรื่องแรก คือทำให้สำนักอริยสัจเป็นเจ้าแห่งโลกคุนชาง! และไม่มีใครกล้าต่อกรกับสำนักอริยสัจ
เรื่องที่สองคือ เขาต้องการฝึกฝนถึงแดนพลังที่มีอยู่ในตำนาน——นั่นก็คือแดนจิตปฐม!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับนักบำเพ็ญเซียนเพียงคนเดียว ด้วยระดับพลังยาทองของเขา เขามั่นใจมากๆว่าตัวเองสามารถสังหารอีกฝ่ายได้ นี่คือเหตุผลที่ทำไมเจ้าสำนักเทียนหยุนที่ฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับเก้าสูงสุดเหมือนเขา แต่เขากับไม่เคยมองเจ้าสำนักเทียนหยุนอยู่ในสายตาเลย
เพราะยาทองที่เจ้าสำนักเทียนหยุนสร้างขึ้นนั้นเป็นยาทองระดับดิน
ยาทองระดับดิน มันอยู่ในระดับที่สูงแล้ว แต่เมื่อเทียบกับยาทองของเขา ถึงแม้มันจะต่างกันเพียงแค่หนึ่งระดับ แต่พลังของมันห่างกันราวฟ้ากับเหว
แต่ในวันนี้ ตอนที่เขาเผชิญหน้ากับหลินหยุน ทำให้เขาอึ้งไปเลย
พลังของหลินหยุนไม่ถึงแดนยาทองระดับเก้าอยู่แล้ว จากพลังของเขาก็สามารถคาดเดาได้ เขาน่าจะฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับแปดและไม่ได้อยู่แดนยาทองระดับแปดสูงสุดด้วย แต่เขาเพียงคนเดียวกลับสามารถต่อสู้กับพวกเขาสองคนที่ฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับเก้าสูงสุด!
เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ มันเหลือเชื่อมากๆ
เขาหนีกลับมาที่สำนักอริยสัจด้วยความรวดเร็ว
เจ้าสำนักอริยสัจเข้าไปในเขตหวงห้ามของสำนักทันที
เขากลับไปที่วิมานของตัวเอง แต่ความว้าวุ่นใจของเขาก็ยังคงไม่สามารถสงบลงมาได้
เขาไม่อยากจะเชื่อ!
ทำไมหลินหยุนถึงได้น่ากลัวขนาดนี้!
เมื่อย้อนกลับไปนึกคิดตอนที่เขาสู้กับหลินหยุน ทำให้เขาค่อยๆสงบลงทันที
เขาพบสาเหตุอยู่สองข้อ
ข้อแรก พลังทิพย์ของหลินหยุนไม่เหมือนกับเขา ดูเหมือนพลังทิพย์ของหลินหยุนจะเหนือกว่าพลังทิพย์ของเขา
ข้อที่สอง วิชาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของหลินหยุนน่ากลัวมากๆ!
“พลังของหลินหยุน น่าจะฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับแปด แต่ระดับยาทองของเขา น่าจะสูงกว่าฉัน!”
“แต่ว่า……”
“มันจะเป็นไปได้ยังไง?”
“ฉันสร้างยาทองระดับฟ้า มันเป็นยาทองที่สูงที่สุดแล้ว!”
“ทำไมระดับยาทองของเขาถึงสูงกว่าของฉันอีก?”
“มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว!”
“ฉันอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตำนานและบันทึกโบราณ แต่จากบันทึกโบราณไม่มีการบันทึกไว้เลย ยังมีระดับยาทองที่สูงกว่ายาทองระดับฟ้าอีก!”
“แต่ว่า……”
ความจริงมันปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำให้เขาไม่เชื่อไม่ได้!
ระดับยาทองของหลินหยุนจะต้องสูงกว่าของเขาอย่างแน่นอน!
พลังที่อยู่เหนือกว่านั้น เขาสามารถสัมผัสได้ว่ามันเป็นเรื่องจริง!
ยังมีอีกเรื่องก็คือวิชาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ของหลินหยุนแข็งแกร่งมากๆ มันแข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ
ด้วยเหตุผลสองข้อนี้ ทำให้หลินหยุนสามารถต่อสู้กับเขาและเจ้าสำนักเทียนหยุนได้ และสามารถเอาชนะพวกเขาสองคนได้
“หลินชางฉองคนนี้……เป็นคนที่น่ากลัวมากๆ……”
“เขาฝึกฝนพลังได้อย่างรวดเร็ว! ถ้าเขาฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับเก้าละก็……”
“เมื่อเป็นแบนนั้น ผลลัพธ์ที่ตามมาคงคาดเดาได้ยาก!”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของเจ้าสำนักอริยสัจก็แย่มากๆ เขาหายใจเร็วด้วยความตกใจ และออกจากวิมานทันที เขาบินไปวิมานที่อยู่ทิศเหนือของเขตหวงห้าม
เขาเพียงคนเดียวไม่สามารถต่อกรกับหลินชางฉองได้แล้ว
ถ้ายังปล่อยให้หลินชางฉองมีชีวิตอยู่ และปล่อยให้เขาเพิ่มพลังมากขึ้น ไม่เพียงแค่เขาที่จะมีจุดจบไม่ดี สำนักอริยสัจก็คงโดนฆ่าล้างสำนักอย่างแน่นอน
การเป็นเจ้าแห่งโลกคุนชาง
เรื่องนี้มันใกล้จะสำเร็จแล้ว มันคือเป้าหมายและความพยายามของคนหลายๆรุ่น มันจะสูญเปล่าไม่ได้
ดังนั้น เขาจำเป็นต้องเลือกทางนั้น
เขาเดินมาถึงหน้าประตูวิมาน
เจ้าสำนักอริยสัจหายใจเข้าลึก เขาจัดระเบียบเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเอง จากนั้นก็เดินเข้าไปในวิมานทันที
วิมานแห่งนี้ลึกมากๆ หลังจากเดินไปสิบนาที เขาก็พบเห็นแสงสว่าง
เมื่อเดินออกมาจากวิมาน ด้านหน้าก็เป็นพื้นที่เปิดกว้างทันที
เป็นสถานที่ที่สวยงามมากๆปรากฏต่อหน้าเขาทันที
ทุกที่มีดอกไม้เบ่งบาน และมีลำธารเล็กๆด้วย สถานที่แห่งนี้ราวกับเป็นสวรรค์
ด้านหน้าที่อยู่ไม่ไกล มีลำธารที่น้ำใสมากๆอยู่
บนภูเขาที่อยู่ใกล้ๆลำธาร เป็นสุสานฝังศพ
เมื่อมองดู มีป้ายหลุมศพยี่สิบอัน
ป้ายหลุมศพทุกอัน มีสลักชื่อเอาไว้ ด้านล่างของชื่อมีจารึกประวัติของคนๆนั้น
หลุมศพพวกนี้ ทั้งหมดเป็นเจ้าสำนักรุ่นต่างๆของสำนักอริยสัจ
สถานที่แห่งนี้คือหลุมฝังศพของเจ้าสำนักรุ่นต่างๆของสำนักอริยสัจ
ป้ายหลุมศพอันสุดท้าย ได้สลักชื่อของเขาเอาไว้
แต่ยังไม่ได้จารึกประวัติของเขาเอาไว้
นี่คือหลุมฝังศพเปล่าๆที่สร้างเตรียมเอาไว้เพื่อเขา
เจ้าสำนักอริยสัจยืนอยู่หน้าวิมาน เขาคุกเข่าคำนับและพูด “อาจารย์อา เจ้าสามมาพบท่าน เพราะมีเรื่องสำคัญจะมารายงาน เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของสำนักด้วย!”
เขาพูดจาด้วยความสงบและช้ามากๆ
ราวกับเรื่องความเป็นความตายของสำนักเป็นเรื่องธรรมดามากๆ
หลังจากเขาพูดจบ มีเงาสีดำที่เป็นชายชรา จู่ๆก็ปรากฏตัวต่อหน้าเขา
ไม่สามารถสัมผัสพลังจากร่างกายของเขาได้ แต่เขาน่ากลัวกว่าเจ้าสำนักอริยสัจมากๆ
เขาเป็นชายชราที่ใส่ชุดดำ เขามีร่างกายที่ไม่ค่อยสูงนักและผอมมากๆ
ชายชรามีเส้นผมสีขาวและเขาไม่มีแขนซ้าย
สายตาของเขามองไปที่เจ้าสำนักอริยสัจและพูด “เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของสำนักเหรอ?”
เจ้าสำนักอริยสัจไม่กล้ายืนขึ้น เขาเอ่ยปากพูด “ใช่แล้ว อาจารย์อา เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของสำนัก!”
สายตาของชายชราเปล่งประกายและพูด “แกลุกขึ้นมาแล้วค่อยๆพูด!”
ชายชราพาเจ้าสำนักอริยสัจมาที่ภูเขา จากนั้นก็ให้เขาจุดธูปไหว้ป้ายหลุมศพทุกอัน
จากนั้นเขาก็ถาม “แกพูดมาเลย เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่!”
เจ้าสำนักอริยสัจพยักหน้า และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในโลกภายนอกออกมา เริ่มเล่าตั้งแต่ก่อนการประลองเก้าสำนักใหญ่ จนถึงตอนที่แข่งขันเก้าสำนักใหญ่ และการปรากฏตัวของหลินชางฉอง จากนั้นก็เล่าเรื่องที่หลินชางฉองสร้างขึ้น สุดท้ายเขาเล่าเรื่องที่ไปปิดล้อมสำนักหยุนเยว่จนทำให้หลินชางฉองปลดปล่อยพลังที่น่ากลัวมากๆออกมา หลินชางฉองเพียงคนเดียวต่อสู้กับพวกเขาสองคน จนทำให้เขากับเจ้าสำนักเทียนหยุนต้องหลบหนี
เจ้าสำนักอริยสัจพูด “อาจารย์อา เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นแบบนี้แหละ ตอนนี้มีเพียงเรื่องเดียวที่ฉันไม่เข้าใจจริงๆก็คือการสร้างยาทองนั้น ยังมีระดับที่สูงกว่ายาทองระดับฟ้าอีกเหรอ ?”
เมื่อชายชราได้ยิน เขาก็ส่ายหัวเบาๆและพูด “ถ้าแกยังไม่รู้เรื่องนี้ ฉันก็คงไม่รู้เหมือนกัน! ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่เคยได้ยินมาก่อน! อย่างน้อยในบันทึกของสำนักเรา ไม่เคยมีบันทึกเรื่องนี้”
“จากคำพูดของแก หลินชางฉองคนนี้เป็นคนที่น่ากลัวจริงๆ!”
“อย่างไรก็ตาม ในเมื่อแกกับเด็กหนุ่มของสำนักเทียนหยุนร่วมมือกัน ยังสู้เขาไม่ได้ แต่ถ้ามีฉันคอยช่วย โอกาสชนะก็มีอยู่บ้าง ฉันคิดว่าแกไปร่วมมือกับเจ้าสำนักคนอื่นๆ และไปล้อมสังหารเขา เรื่องนี้ก็คงจะจบลงด้วยดี!”
เจ้าสำนักอริยสัจขมวดคิ้วและพูด “อาจารย์อา ถ้าสำนักอื่นๆยอมร่วมมือกับพวกเรา มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ฉันกังวลว่าสำนักอื่นๆจะไม่ยอมร่วมมือกับพวกเรา!”