จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1451 คนฉลาด
เพราะหลิ่วชินคนนั้นคุกเข่ากลางอากาศให้กับหลินหยุนเลย……
และเขาก็คำนับไม่หยุด
เขาคำนับไปด้วยและพูดด้วยความจริงใจ “ผู้อาวุโส! เมื่อสักครู่หลิ่วชินล่วงเกินผู้อาวุโส ขอผู้อาวุโสอย่าได้ถือโทษโกรธฉันเลย!”
“อย่างไรก็ตาม จากการสัมผัสเมื่อสักครู่”
“ทำให้หลิ่วชินรู้จักนิสัยของผู้อาวุโสทันที!”
“ถึงแม้หลิ่วชินจะมีพลังที่ไม่แข็งแกร่งมากนัก และเป็นคนที่ไม่ค่อยมีพรสวรรค์เลย แต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่มีสายตาเฉียบแหลมมากๆ!”
“ฉันไม่เคยมองคนผิดพลาดมาก่อน !”
“ผู้อาวุโสคือคนที่ฉันตามหามาตลอดเลย!”
“ฉันเห็นความสง่างาม ความสุขุม ความเปล่งประกายบนตัวของผู้อาวุโส คุณไม่ได้เป็นคนใช้อำนาจบาตรใหญ่ ไม่ได้เป็นคนที่ชอบกลั่นแกล้งและรังแกคนที่อ่อนแอกว่า”
“ขนาดฉันจงใจเสียมารยาทต่อนางฟ้าคนนั้นที่อยู่ข้างๆผู้อาวุโส แต่ผู้อาวุโสกลับลงโทษฉันเบาๆและไม่ได้ทำโทษฉันอย่างหนัก”
“ขอพูดตามตรง โลกคุนชางในยุคปัจจุบัน ด้วยสภาพสังคมในทุกวันนี้ ไม่มีใครสามารถเทียบผู้อาวุโสได้เลย?”
“ถึงแม้ผู้อาวุโสจะดูมีอายุไม่มาก แต่พลังของคุณกลับแข็งแกร่งมากๆ!”
“บนตัวของผู้อาวุโสมีหลายๆเรื่องที่พวกเราควรจะเรียนรู้!”
“ดังนั้น หลิ่วชินขอความกรุณา ฉันอยากให้ผู้อาวุโสรับฉันเป็นลูกศิษย์!”
“ถ้าฉันได้เป็นลูกศิษย์ของผู้อาวุโสจริงๆ หลิ่วชินจะขยันและตั้งใจฝึกฝน และเรียนรู้มารยาทและการประพฤติตนจากผู้อาวุโส!”
“ฉันจะไม่ทำให้ผู้อาวุโสขายหน้าอย่างแน่นอน!”
“ฉันหวังว่าผู้อาวุโสจะเห็นความจริงใจจากฉัน และรับฉันเป็นลูกศิษย์!”
“ผู้อาวุโส หลิ่วชินมีความจริงใจมากๆ!”
“คำพูดของฉันทุกคำล้วนมาจากใจและไม่ได้พูดโกหกเลย!”
“หวังว่าผู้อาวุโสจะยอมรับฉันเป็นลูกศิษย์!”
หลิ่วชินคุกเข่าคำนับและพูดไม่หยุด
ไม่เพียงแค่หลินหยุนกับฉินหลันที่คาดคิดไม่ถึง แม้แต่ยอดฝีมือแดนยาทองระดับสี่จำนวนสามคนและชายวัยกลางคนที่เป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับห้า พวกเขาก็เบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหลิ่วชินจะกล้าทำเรื่องนี้ออกมา
หลินหยุนคาดคิดไม่ถึงจริงๆ เด็กหนุ่มคนนี้จะเปลี่ยนไปได้เร็วขนาดนี้
พูดกันตามตรง เขาเคยเห็นคนหน้าด้าน แต่คนที่หน้าด้านมากๆอย่างหลิ่วชิน เขาพึ่งเคยเห็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม เรื่องรับลูกศิษย์นั้น เขาไม่ได้คิดเรื่องนี้อยู่แล้ว
คนที่หน้าด้านมากๆอย่างเขา บางทีเขาอาจจะหักหลังอาจารย์ของตัวเองเมื่อไหร่ก็ได้
แม้แต่ซูจื่อเหลียงกับซูหนัน หลินหยุนได้ทดสอบพวกเขานานมากๆ สุดท้ายจึงตัดสินใจรับพวกเขาเป็นลูกศิษย์
คนๆนี้พึ่งมาถึงก็พูดแค่ไม่กี่ประโยค จากนั้นก็อยากให้ฉันรับเป็นลูกศิษย์เหรอ?
มันเป็นเรื่องที่ตลกมากๆ!
สีหน้าของหลินหยุนเย็นชามากๆและมองไปที่อีกฝ่ายแล้วตะคอกออกมา “รีบไสหัวไปซะ! ถ้ายังไม่ยอมไสหัวไป ฉันอาจจะสังหารคุณก็ได้!”
ขณะพูด หลินหยุนก็สะบัดแขนอีกครั้ง
มีพลังที่มองไม่เห็นพัดใส่หลิ่วชินจนเขาปลิวออกไปเลย หลินหยุนพาฉินหลันออกไปจากที่นี่ทันที
คิดไม่ถึงจริงๆ หลังจากเข้ามาในโลกคุนชางครั้งนี้ พวกเขากลับเจอคนที่มีนิสัยแปลกประหลาดมากๆ
หลิ่วชินที่โดนพลังมองไม่เห็นพัดจนปลิวออกไป เขาโดนยอดฝีมือแดนยาทองระดับห้ารับไว้อย่างรวดเร็ว
ราวกับเขาไม่มีความรู้สึก สายตาของเขายังคงมองดูหลินหยุนที่จากไปตั้งนานแล้ว เขาพูดพึมพำกับตัวเอง และดูเหมือนกำลังพูดกับชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ “คนๆนี้ไม่ธรรมดาเลย ฉันจะต้องเป็นลูกศิษย์ของเขาให้ได้!”
ชายวัยกลางคนหมดคำพูดทันที เขาพูด “คุณชาย คุณอย่าหาเรื่องอีกเลย คนๆนี้แข็งแกร่งมากๆ แต่เขายังไม่ได้แข็งแกร่งมากพอที่จะเป็นอาจารย์ของคุณ!”
“กิริยาท่าทางของคุณชาย ถ้าให้ดีที่สุดก็อย่าทำมันอีก!”
“ถ้าท่านรู้เรื่องนี้ ท่านคงจะลงโทษคุณชายอย่างแน่นอน!”
เมื่อหลิ่วชินได้ยินคำพูดเหล่านี้ เขาก็พูดด้วยความดูถูก “ตาเฒ่าคนนั้นแก่เกินไปแล้ว สมองไม่ค่อยดี ทำไมพวกนายยังต้องเชื่อฟังคำพูดของเขาด้วย?”
“ยังไงซะ ฉันก็ได้ตัดสินใจแล้ว!”
“ฉันจะต้องเป็นลูกศิษย์ของเขาให้ได้!”
“นายก็ไม่ค่อยฉลาดเลย ฉันไม่รู้จริงๆว่านายฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับห้าได้ยังไง”
“คนๆนี้อายุน่าจะไม่ถึงสามสิบปี บางทีเขาอาจจะอายุมากว่าฉันไม่กี่ปีเท่านั้น!”
“แต่พวกนายสามคนร่วมมือกัน แต่รับการโจมตีของเขาเพียงครั้งเดียวยังไม่ได้เลย มันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว ?”
“ฉันขอถามคุณหน่อย ถ้าพวกคุณสามคนเผชิญหน้ากับยอดฝีมือแดนยาทองระดับหก พวกคุณจะดูอ่อนแอและไม่มีทางสู้แบบนี้หรือเปล่า?”
ร่างกายของชายวัยกลางคนสั่นสะเทือนทันที เขารีบพูดทันที “เป็นไปไม่ได้ ถ้าต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือแดนยาทองระดับหก ถ้าพวกเราสามคนร่วมมือกัน ถึงแม้จะเอาชนะอีกฝ่ายไม่ได้ แต่พวกเราก็ยังพอรับมืออีกฝ่ายได้อยู่!”
หลิ่วชินกลอกตาทันทีและพูด “เรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นแล้ว! คนๆนี้น่าจะเป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับเจ็ด! ด้วยอายุน้อยขนาดนี้และมีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ นายคิดว่าคนๆนี้ไม่น่ากลัวเหรอ?”
ชายวัยกลางคนพูด “อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณชายต้องการเป็นลูกศิษย์ของคนๆนั้น เรื่องนี้จำเป็นต้องให้ท่านรับทราบ!”
หลิ่วชินรู้สึกรำคาญและพูด “ถ้ารอให้ท่านเห็นด้วย ทุกอย่างคงสายไปแล้ว พอแค่นี้เถอะ เรื่องนี้พวกนายไม่ต้องเข้ามายุ่ง พวกนายกลับไปก่อน ฉันจะไล่ตามอาจารย์ของฉันไป!”
ขณะพูด หลิ่วชินปลดปล่อยพลังออกมา และไล่ตามไปยังทิศทางที่หลินหยุนกับฉินหลันจากไป
ถึงแม้เขาจะฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับสอง แต่เมื่อมีพรมเมฆวิเศษค่อยช่วยเหลือ ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาเร็วกว่ายอดฝีมือแดนยาทองระดับสี่ทั่วไป
เมื่อมองเห็นหลิ่วชินจากไป ทำให้ชายวัยกลางคนทั้งสามคนหมดคำพูดทันที
หนึ่งในชายวัยกลางคนที่เป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับสี่พูดทันที “พี่รอง พวกเราจะกลับไปอย่างนี้จริงๆเหรอ? ถ้าคุณชายหลิ่วชินเกิดเรื่องอะไรไม่ดีขึ้น พวกเราไม่รู้จริงๆว่าจะพูดกับท่านยังไง!”
ชายวัยกลางคนที่เป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับห้าถอนหายใจทันทีและพูด “ส่งข่าวไปบอกท่าน พวกเราก็ตามอยู่ด้านหลังคุณชายแล้วกัน!”
“อย่างไรก็ตาม ถ้าคนๆนั้นลงมือสังหารคุณชายหลิ่วชินจริงๆ ถึงแม้พวกเราอยู่ในเหตุการณ์ก็คงไม่มีประโยชน์อะไรเลย พวกเราสามคนคงเสียชีวิตเหมือนกัน!”
“พวกนายสองคน หลังจากนี้ต้องฟังคำสั่งของฉันอย่างเดียว ห้ามทำอะไรบุ่มบ่าม!”
เมื่อยอดฝีมือแดนยาทองระดับสี่ทั้งสองคนได้ยินคำพูดเหล่านี้ พวกเขาสองคนก็พยักหน้าและรับปากทันที
หลินหยุนพาฉินหลันมาด้วย ทำให้การเคลื่อนไหวของพวกเขาไม่ได้เร็วมากนัก
หลังจากผ่านไปไม่นาน เขาก็สัมผัสได้ว่าหลิ่วชินกำลังไล่ตามพวกเขามาอย่างรวดเร็ว
แต่หลินหยุนไม่สนใจเรื่องนี้ เขาเคลื่อนไหวอย่างช้าๆและตรงไปด้านหน้า
เขาคิดว่าหลิ่วชินจะไล่ตามขึ้นมา แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้ทำแบบนั้น
หลังจากหลิ่วชินไล่ตามมาและอยู่ใกล้หลินหยุนพันกว่าเมตร จากนั้นหลิ่วชินลดความเร็วลงทันที เขารักษาระยะห่างนี้เอาไว้
เมื่อมองเห็นหลินหยุนหันหน้ากลับไป ทำให้ฉินหลันอดไม่ได้ก็เลยหันกลับไปมอง จากนั้นเธอก็พูดเบาๆ “เขาเป็นเด็กหนุ่มที่ฉลาดมากๆ!”
หลินหยุนหัวเราะเบาๆและพยักหน้า เขาพูด “ใช้แล้ว ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนฉลาดจริงๆ หรืออวดฉลาดกันแน่!”
ถ้าเขาอวดฉลาด เขาก็ไม่มีค่าอะไรเลย!
ถ้าเขาเป็นคนฉลาดจริงๆ เรื่องนี้ค่อยน่าสนใจหน่อย!
หลายวันผ่านไป ที่สำนักหยุนเยว่
หลินหยุนไม่ได้สนใจหลิ่วชินที่ตามอยู่ด้านหลัง เขาเดินเข้าไปในสำนักหยุนเยว่ทันที
ส่วนหลิ่วชินที่ตามอยู่ด้านหลัง ร่างกายของเขาก็สั่นสะเทือนไปหมด
ถ้ามีฉินหลันเข้าไปเพียงคนเดียว เขาคงไม่ได้รู้สึกแปลกใจ
เพราะฉินหลันเป็นผู้หญิง ในสายตาของเขา เธอน่าจะมาจากสำนักหยุนเยว่อยู่แล้ว!
แต่หลินหยุนที่เป็นผู้ชายก็เดินเข้าไปด้วย เรื่องนี้เหนือความคาดหมายของเขามากๆ
ในโลกคุนชาง สำนักหยุนเยว่ที่มีแต่นักบำเพ็ญเซียนผู้หญิง พวกเธอยอมให้ผู้ชายเข้าสำนักตั้งแต่เมื่อไหร่?
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ทำให้จิตใจของหลิ่วชินตกตะลึงอีกครั้ง…