จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1458 พลัดพรากจากกัน
ด้านล่างเป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้ และเป็นต้นไม้น้อยใหญ่สุดลูกหูลูกตา
เพียงแต่ต้นไม้และพืชพรรณพวกนี้ ต่างมีความสูงพันเมตร
ต้นไม้และพืชพรรณเหล่านี้ โลกไกอาไม่มีเลย
เมื่อเหตุทิวทัศน์ที่อยู่ตรงหน้า หลินหยุนไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะชาติที่แล้วเขาเคยเห็นมามากพอแล้ว ต้นไม้และพืชพรรณเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกตกตะลึงเลย แต่ฉินหลันรู้สึกตกตะลึงมากๆ
มีพืชพรรณจำนวนมากที่สูงพันเมตร และอากาศของที่นี่ก็สดชื่นมากๆ
มันไม่ใช่ความรู้สึกทางจิตวิทยา แต่อากาศมันสดชื่นมากๆจริงๆ
ฉินหลันพูด “เสี่ยวหยุน พวกเรามาถึงโลกใบใหม่แล้วเหรอ?”
หลินหยุนพยักหน้าและพูด “ใช่แล้ว แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าโลกใบนี้เป็นยังไง แต่ดูจากพลังชี่ทิพย์อันมหาศาลพวกนี้ โลกใบนี้จะต้องเป็นโลกอันกว้างใหญ่ของนักบำเพ็ญเซียนอย่างแน่นอน”
ฉินหลันพูด “คนของโลกใบนี้ จะร้ายกาจเหมือนกับคุณหรือเปล่า?”
หลินหยุนส่ายหัวเบาๆและอธิบายทันที “มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโลกใบไหน ต่างก็มีประชาชนธรรมดาทั่วไปจำนวนมากอาศัยอยู่ การฝึกฝนบำเพ็ญเซียน มีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ทำได้!”
“ไม่ใช่ทุกคนสามารถฝึกฝนบำเพ็ญเซียนได้”
“แต่โลกใบนี้ น่าจะมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่าดาวไกอาและโลกคุนชางอย่างแน่นอน”
“เรื่องเหล่านี้ ถ้าคุณพบเจอบ่อยๆ คุณก็จะเข้าใจเอง!”
ฉินหลันพูด “ตอนนี้พวกเราควรทำอะไรเหรอ? ฉันคิดว่าพวกเรารีบออกไปหาแม่นางซิงกันเถอะ!”
หลินหยุนพยักหน้า เขาพาฉินหลันบินขึ้นไปบนท้องฟ้า หลังจากตรวจดูแล้ว พวกเขาก็บินตรงไปทิศใต้ทันที
เพราะทิศทางนี้คือเส้นทางที่เร็วที่สุดในการออกจากหุบเขาแห่งนี้
ผ่านไปครึ่งวัน ทั้งสองคนก็ออกจากหุบเขาแล้ว
แต่ในเวลานี้ ด้านล่างมีเสียงคำรามที่สะเทือนฟ้าดินดังขึ้นทันที
จากนั้นก็มีพลังที่แข็งแกร่งมากๆพุ่งทะลุขึ้นไปบนท้องฟ้าและแพร่กระจายออกไปทันที
สายตาของหลินหยุนกระตุกทันที เขารีบเพิ่มความเร็วทันที
อันที่จริงเขาไม่ค่อยอยากสนใจเรื่องนี้ ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ในหุบเขาลึก เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งมากๆจากหลายๆที่
น่าจะเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากๆและอาศัยอยู่ในหุบเขาส่วนลึก
เนื่องจากเขาบินอยู่บนท้องฟ้าที่สูงมากๆ ดังนั้นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากๆแค่ปล่อยพลังของตัวเองออกมาเพียงชั่วครู่ จากนั้นก็นิ่งสงบทันที
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ตอนนี้หลินหยุนกำลังจะออกจากหุบเขาแล้ว
หลังจากเกิดเสียงคำรามที่ดังมาจากด้านล่างแล้ว ก็มีร่างใหญ่ยักษ์อันหนึ่งพุ่งขึ้นมาทันที
สายตาของหลินหยุนกระตุกทันที จากนั้นก็ต่อยหมัดออกไปทันที
“ตูม——”
นี่เป็นลิงไฟสีแดงตัวหนึ่ง ร่างกายของมันสูงประมาณสามเมตรและใหญ่เหมือนกับภูเขาเล็กๆ
เมื่อมองเห็นหลินหยุนต่อยหมัดออกมา ลิงไฟก็สะบัดแขนทันที
ลิงไฟใช้แค่พลังจากกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่มันกลับทำลายพลังจากหมัดของหลินหยุนทันที
เมื่อหลินหยุนเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาสัมผัสได้ทันที พลังของลิงไฟตัวนี้ใกล้จะถึงแดนจิตปฐมแล้ว
หลินหยุนเปล่งเสียงไม่พอใจออกมา สายตาของเขามีแต่รังสีฆ่าฟัน
ในมือของหลินหยุนมีแสงสว่างขึ้นมา กระบี่เฮ่าเทียนก็ปรากฏบนมือของหลินหยุนทันที
หลินหยุนปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาและโจมตีทันที
กระบี่นี้ทรงพลังมากๆ ปราณกระบี่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า
มีรังสีกระบี่ปรากฏขึ้น และส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้า
ลิงไฟก็สัมผัสได้ทันทีถึงพลังอันน่ากลัวจากกระบี่ของหลินหยุน
ตอนนี้ลิงไฟคำรามขึ้นมาอีกครั้ง
ลิงไฟเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และต้องการหลบการโจมตีด้วยกระบี่ของหลินหยุน
อย่างไรก็ตาม เมื่อโดนพลังของกระบี่ล็อกตัวไว้แล้ว ทำให้ลิงไฟหลบไม่พ้น
ในเวลานี้ ลิงไฟอ้าปากทันที จู่ๆมันก็พ่นมังกรไฟออกมา และโจมตีใส่กระบี่อันน่ากลัวของหลินหยุนทันที
กระบี่อันทรงพลังฟันมังกรไฟขาดเป็นสองท่อน และโจมตีโดนร่างกายของลิงไฟทันที
ร่างกายของลิงไฟไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย แต่มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเท่านั้น
จากนั้นลิงไฟก็ตะโกนด้วยความโกรธอีกครั้ง
โดนกระบี่ของหลินหยุนฟันโดนร่างกาย ทำให้ลิงไฟคำรามอีกครั้ง มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและพุ่งเข้าหาหลินหยุนอย่างบ้าคลั่ง
ในขณะที่หลินหยุนต่อสู้กับลิงไฟอยู่ บริเวณรอบๆหุบเขา มีพลังอันน่ากลัวค่อยๆปรากฏขึ้นอีกครั้ง
การต่อสู้ที่ดังสนั่นขนาดนี้ ไม่ดึงดูสายตาของสัตว์อสูรตัวอื่นๆ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ถึงแม้หลินหยุนไม่กลัวลิงไฟตัวนี้ แต่ถ้าดึงดูดสายตาของสัตว์อสูรที่อยู่บริเวณรอบๆ ไม่ต้องมาเยอะ แค่มีสัตว์อสูรอีกตัวหนึ่งปรากฏตัว มันคงกลายเป็นปัญหาใหญ่อย่างแน่นอน
ตอนนี้หลินหยุนฟันกระบี่ออกไปอีกหนึ่งครั้ง
หลินหยุนปลดปล่อยพลังของกระบี่นี้ออกมา จากนั้นก็เพิ่มความเร็วขึ้น และพุ่งออกไปทันที
ลิงไฟต้านรับพลังกระบี่ของหลินหยุนเอาไว้ได้ ดูเหมือนลิงไฟสัมผัสได้ถึงพลังอันน่ากลัวของหลินหยุน ทำให้ลิงไฟคำรามออกมา แต่มันก็ไม่กล้าไล่ตามหลินหยุนอีก
ผ่านไปชั่วพริบตา หลินหยุนก็ออกจากบริเวณหุบเขาทันที
หลินหยุนมองเห็นพื้นที่โล่งๆ จากนั้นเขาก็บินลงไปทันที
ตอนนี้ฉินหลันตกใจกลัวจนเหงื่อไหลเต็มตัว
หลินหยุนตบไหล่ของฉินหลันเบาๆ เธอถอนหายใจยาวๆออกมาและรู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที
หลินหยุนพูดเบาๆ “พี่ฉินหลัน พี่ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
ฉินหลันส่ายหัวและพูด “ฉันไม่เป็นไร เพียงแต่สัมผัสพลังอันน่ากลัว……ในระยะอันใกล้ ทำให้ฉันรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย”
หลินหยุนพยักหน้าและพูด “ไม่เป็นไร พวกเราไปกันเถอะ!”
เมื่อพูดจบ ทั้งสองคนก็เดินตามถนนเส้นเล็กๆ และตรงไปยังทิศใต้ทันที
ด้านหน้าที่อยู่ไม่ไกลออกไป เป็นเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง หลินหยุนจึงไม่ได้แสดงพลังอะไรออกมาอีก
ตอนนี้เขาไม่ค่อยรู้จักสถานที่แห่งนี้เลย ดังนั้นเขาก็เลยระมัดระวังตัวมากๆ
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ทั้งสองคนก็มาถึงด้านนอกของหมู่บ้านแห่งนี้
ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ตรงนี้เป็นคนธรรมดาทั้งหมด หลินหยุนปล่อยพลังจิตออกมา และไม่พบนักบำเพ็ญเซียนเลย
ตอนนี้เขารู้สึกโล่งใจมากๆ ทั้งสองคนเดินเข้าไปในเมืองเล็กๆทันที พวกเขาสองคนดึงดูดสายตาของคนอื่นๆทันที
ตอนนี้ถึงแม้พวกเขาสองคนจะใส่ชุดยาวอยู่ แต่การแต่งกายของพวกเขาสองคนนั้นแตกต่างจากคนในหมู่บ้าน
บนไหล่ของคนในหมู่บ้าน จะมีผ้าคลุมไหล่หนังสัตว์อยู่ เมื่อมองดูแล้วก็รู้สึกแปลกมากๆ
อย่างน้อยการแต่งตัวของคนเหล่านี้ ไม่ค่อยสอดคล้องกับรสนิยมของพวกเขาสองคนเลย
ด้านภาษาและการสื่อสาร เห็นได้อย่างชัดเจนว่าต่างกันจริงๆ
อย่างไรก็ตาม หลังจากหลินหยุนได้ยินไปสักพัก เขาก็เข้าใจภาษาเหล่านี้ทันที
ทั้งสองคนเดินเล่นไปทั่วหมู่บ้านหนึ่งรอบ ในหมู่บ้านแห่งนี้ก็ไม่ได้มีลักษณะอะไรพิเศษเลย
และไม่มียอดฝีมือแข็งแกร่งมากๆอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ด้วย
ทั้งสองคนหาโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งและเข้าพัก
หลินหยุนใช้ภาษาที่ไม่ดีนักที่พึ่งเรียนรู้มาเมื่อสักครู่สนทนากับอีกฝ่าย ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องยากและได้รับความสนใจจากเจ้าของโรงเตี๊ยมมากๆ แต่เขาก็สามารถเข้าพักในโรงเตี๊ยมได้สำเร็จ
ถ้ามีเขาเพียงคนเดียว เขาคงไม่ต้องลำบากอย่างนี้
บางทีถ้าเขาพาซิงเฟยมาด้วย พวกเขาอาจจะไม่พักโรงเตี๊ยมก็ได้
แต่ฉินหลันไม่ได้เป็นนักบำเพ็ญเซียน เธอเป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป แน่นอนว่าเธอต้องพักในโรงเตี๊ยมที่มีสภาพแวดล้อมดีๆหน่อย
เมื่อเข้ามาในห้องพัก หลินหยุนจัดระเบียบห้องพักนิดหน่อย จากนั้นก็หันไปมองฉินหลันแล้วพูด “พี่ฉินหลัน ห้องพักตรงนี้อาจจะไม่ค่อยดีนัก พี่ก็ทนหน่อยละกัน!”
ฉินหลันพยักหน้าและพูด “ห้องพักนี้ถือว่าดีแล้ว! ใช่แล้วเสี่ยวหยุน นายพูดภาษาของที่นี่ได้ยังไง? ภาษาของพวกเขา ในโลกไกอาไม่มีภาษานี้เลย!”
สำหรับความสามารถเหล่านี้ของหลินหยุน ฉินหลันรู้สึกตกใจมากๆ
หลินหยุนพูดเบาๆ “พอฉันได้ยินพวกเขาคุยกันเยอะๆ ก็เลยฝึกภาษานี้ได้นิดหน่อย”
ฉินหลันพยักหน้าและพูดด้วยความนับถือ “เสี่ยวหยุนเป็นคนเก่งมากๆ! สามารถศึกษาทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว มันมีความเกี่ยวข้องกับการฝึกฝนบำเพ็ญเซียนของนายหรือเปล่า?”
หลินหยุนพูด “ใช่แล้ว ไม่งั้นฉันก็คงจะทำไม่ได้แน่นอน!”
ฉินหลันกะพริบตาอันสวยของตัวเอง และถามด้วยความหวัง “เสี่ยวหยุน นายพูดว่าฉันไม่เหมาะกับการบำเพ็ญเซียนเหรอ?”