จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1462 ทุกคนมาครบแล้ว
แต่หลินหยุนสัมผัสได้อย่างชัดเจน ในสี่คนนี้ คนที่โง่ที่สุดน่าจะเป็นคุณชายจินเอี้ยน
คนๆนี้ฝึกฝนถึงแดนยาทองระดับเจ็ดสูงสุด ขาดอีกแค่นิดเดียวเขาก็สามารถสร้างยาทองระดับแปดได้แล้ว
เขาอายุยี่สิบหกปี ถือได้ว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง
เนื่องจากตรงนี้เป็นโลกของนักบำเพ็ญเซียน เมื่อเทียบกับโลกคุนชางที่เป็นดาวเล็กๆและมีพลังชี่ทิพย์เพียงน้อยนิด มันต่างกันราวฟ้ากับเหว
ถ้าคนๆนี้ไปอยู่ในโลกคุนชาง พรสวรรค์ขอเขาน่าจะพอๆกับเจียงยี่และมู่หงเท่านั้น บางทีเขาอาจจะเทียบเจียงยี่กับมู่หงไม่ได้ด้วยซ้ำ
ส่วนสามคนที่เหลือนั้น คนที่ชื่อลู่ซานเป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับเก้า
จูหยู่เป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับแปด เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขามีวิชาเก็บซ่อนพลังเอาไว้ แต่วิชาเก็บซ่อนพลังอันนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขาน่าจะเป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับเก้า
จื่อหยุนก็เป็นยอดฝีมือแดนยาทองระดับเก้าเหมือนกัน
ถ้าสามคนนี้ใครที่อันตรายมากที่สุด คงจะเป็นผู้หญิงคนนี้กับจูหยู่
เพราะวิชาที่จื่อหยุนฝึกฝนอยู่นั้นไม่ธรรมดาเลย
อย่างไรก็ตาม หลินหยุนไม่ได้กลัวพวกเขาร่วมมือกันอยู่แล้ว
พวกเขาเดินทางไปทิศเหนือตลอด ถึงแม้จื่อหยุนจะคุยกับคุณชายจินเอี้ยนอย่างสนิทสนม
แต่สายตาของเธอกลับมองมาที่หลินหยุนตลอด ถึงแม้หลินหยุนไม่ได้หันหน้ากลับไปมอง แต่เขาก็สัมผัสสายตาของเธอได้อย่างชัดเจน
จูหยู่มองเห็นว่าทุกคนไม่อยากคุยกับหลินหยุน เขาก็เลยพยายามคุยกับหลินหยุนตลอดเวลา แน่นอนว่าเขาก็อยากรู้ว่าหลินหยุนเป็นใครมาจากไหนเหมือนกัน
หลินหยุนก็พูดกับอีกฝ่ายบ้างเป็นครั้งคราว เขามีความคิดเหมือนกับอีกฝ่ายเช่นกัน
ทุกคนเคลื่อนไหวไม่ค่อยเร็ว ผ่านไปหลายวัน พวกเขามาถึงบริเวณรอบนอกของหนองน้ำ
พวกเขาบินลงมาจากท้องฟ้า ดูเหมือนทุกคนจะไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับสถานที่แห่งนี้ มีเพียงหลินหยุนคนเดียวที่ดูหนองน้ำด้วยความละเอียดและระมัดระวัง
พื้นที่แห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลมากๆ มันเป็นสถานที่อันตรายมากๆแห่งหนึ่ง
ด้านในไม่เพียงมีพลังอันแข็งแกร่งมากมาย ด้านบนยังมีควันพิษอีกด้วย
เมื่อใช้พลังจิตสัมผัสแล้ว ควันพิษนี้อันตรายมากๆ มันสามารถกัดกร่อนพลังจิตด้วย
สถานที่แบบนี้ สำหรับยอดฝีมือแดนยาทอง มันเป็นสถานที่อันตรายมากๆ แม้แต่ยอดฝีมือแดนจิตปฐม ถ้าเข้าไปเพียงคนเดียว มันก็อันตรายเหมือนกัน บางทีอาจจะเสียชีวิตอยู่ด้านในก็ได้
ทุกคนมองดูสักพัก ยังไม่ทันที่จูหยู่จะเอ่ยปากพูด คุณชายจินเอี้ยนก็พูดอย่างเคร่งขรึม “คุณจู ลองพูดสถานที่ที่คุณค้นพบหน่อยสิ จากนั้นพวกเราค่อยดูว่าสามารถเข้าไปได้ไหม ถ้าเข้าไปไม่ได้ก็ล้มเลิกแผนการที่จะเข้าไปตอนนี้เลย!”
“ถ้าสามารถเข้าไปได้ ก็รีบๆเข้าไปเลย!”
“อย่าทำให้ทุกคนต้องเสียเวลามากไปกว่านี้อีก!”
เมื่อจินเอี้ยนพูดจบ จื่อหยุนที่ยืนอยู่ข้างๆก็หัวเราะออกมาทันที “คุณชายจินเอี้ยนเป็นคนที่สง่างามและเด็ดเดี่ยวจริงๆ ทำอะไรก็เด็ดขาดมากๆ พี่จูหยู่ทำอะไรก็ชักช้าตลอด!”
จูหยู่หัวเราะด้วยความเขินอาย เขาส่ายมือและพูด “ฉันจะเทียบคุณชายจินเอี้ยนได้ยังไง? โอเค ในเมื่อทุกคนบอกให้ฉันรีบๆพูดออกมา ฉันก็จะพูดเรื่องสำคัญๆออกมาละกัน!”
ขณะพูด เขาก็ชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและพูด “ก่อนหน้านี้ฉันจับคางคงทองอยู่ตรงนั้น จากนั้นก็เห็นทิศนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”
“แสงสว่างพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า”
“ดังนั้นฉันก็เลยรีบพุ่งไปทันที”
“แต่ตำแหน่งนั้นมันอยู่ลึกมากๆ ฉันไม่สามารถไปถึงตำแหน่งนั้น”
“ฉันพุ่งเข้าไปได้แค่หลายพันเมตร”
“ห่างจากตำแหน่งนั้น น่าจะเหลือแค่ครึ่งทางเท่านั้น!”
“ฉันรู้แล้วว่าตัวเองเข้าไปไม่ได้ ก็เลยรีบออกมาทันที และติดต่อสหายทุกคน”
“ดังนั้นครั้งนี้พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกัน มิฉะนั้น พวกเราเข้าไปถึงตำแหน่งนั้นได้ยาก!”
“ฉันจำเป็นต้องพูดอีกครั้ง ”
“ใครออกแรงเยอะกว่า ตอนแบ่งสมบัติล้ำค่า คนๆนั้นก็จะได้มากกว่า สำหรับเรื่องนี้ ทุกคนมีความคิดเห็นยังไง?”
คุณชายจินเอี้ยนพูด “เรื่องนี้มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว!”
ขณะพูด เขาก็หันหน้ากลับไปมองหลินหยุน และพูดด้วยความดูถูก “ใครออกแรงเยอะกว่า ก็จะได้สมบัติมากกว่า แต่ฉันก็ขอพูดตามตรงเลย ถ้าใครเป็นตัวถ่วง ก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจละกัน!”
ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจ คนที่เขาพูดถึงก็คือหลินหยุน
อย่างไรก็ตาม หลินหยุนก็ไม่ได้สนใจคนไร้สมองอย่างเขา เขาแค่หัวเราะเยาะเย้ยอยู่ในใจ
ถ้าพูดถึงตัวถ่วง คุณชายจินเอี้ยนน่าจะเป็นตัวถ่วงมากกว่า!
จูหยู่กระแอมเบาๆ เขาไม่ได้สนใจคำพูดนั้น และพูดต่อทันที “ในกลุ่มของพวกเรา สหายลู่ซานชำนาญด้านค่ายกล ถ้าพวกเราเจอค่ายกลขึ้นมา คงต้องอาศัยสหายลู่ซานแล้ว!”
“สำหรับการเข้าไปครั้งนี้ พวกเราคงเจอสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากๆตลอดทาง”
“ฉันรู้ว่าสหายจื่อหยุนชำนาญด้านการเก็บซ่อนและปิดบังพลังมากๆ เรื่องนี้คงต้องรบกวนสหายจื่อหยุนแล้ว!”
“ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น จำเป็นต้องลงมือจริงๆ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันกับคุณชายจินเอี้ยนและสหายเทียนหยุนละกัน!”
“ทุกท่าน การวางแผนของฉันแบบนี้ ทุกคนมีปัญหาอะไรไหม?”
คุณชายจินเอี้ยนพูดด้วยความเย่อหยิ่ง “ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว!”
หลินหยุนพูด “ฉันก็ไม่มีปัญหาเหมือนกัน!”
เมื่อจูหยู่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ เขาก็พยักหน้าทันทีและพูด “โอเค พวกเราออกเดินทางกันเถอะ ฉันขอเตือนทุกคนอีกครั้ง ตอนนั้นอาจจะไม่ได้มีฉันเพียงคนเดียวที่มองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
“บางทีพวกเราอาจจะเจอยอดฝีมือคนอื่นๆด้วย!”
“ดังนั้นพวกเราทุกคนต้องร่วมมือกันด้วยความจริงใจ!”
“ถ้าใครอยากจะฮุบสมบัติล้ำค่าเพียงคนเดียว คนอื่นๆก็จะร่วมมือกันและลงมือทันที!”
“พวกเราทุกคนต่างเป็นเพื่อนสนิทกัน ฉันหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น!”
ขณะพูด จูหยู่ก็มองไปที่จื่อหยุนและคำนับด้วยมือแล้วพูด “รบกวนสหายจื่อหยุนด้วย!”
จื่อหยุนหัวเราะเบาๆและพูด “โอเค ทุกคนระมัดระวังตัวด้วย!”
เมื่อพูดจบ เธอก็บินขึ้นไปและเข้าไปในหนองน้ำทันที
ด้านในมีควันพิษปกคลุมหนาแน่มากๆ ยิ่งบินขึ้นไปสูง ควันพิษก็ยิ่งอันตราย
บนท้องฟ้าที่อยู่เหนือร้อยเมตร ควันพิษหนาแน่นจนกลายเป็นก้อนเมฆแล้ว
ต้องอยู่ในความสูงไม่เกินร้อยเมตร ควันพิษถึงไม่ได้หนาแน่นขนาดนั้น เหตุผลที่สถานที่แห่งนี้อันตรายมากๆก็เพราะควันพิษพวกนี้
ด้วยความสูงร้อยเมตร สามารถถูกสัตว์อสูรในหนองน้ำโจมตีได้ตลอดเวลา
แต่บริเวณรอบนอกยังดีหน่อย เพราะสัตว์อสูรไม่ค่อยแข็งแกร่งมากนัก
จื่อหยุนกับจูหยู่บินอยู่ด้านหน้าสุด คุณชายจินเอี้ยนบินตามพวกเขาสองคน เหลือแค่ลู่ซานกับหลินหยุนที่ยังยืนอยู่
ทั้งสองคนสบตากันโดยไม่รู้ตัว จากนั้นลู่ซานก็รีบบินขึ้นไปและไล่ตามไป ส่วนหลินหยุนบินอยู่หลังสุด
เมื่อเข้าไปในหนองน้ำ มีพลังกัดกร่อนที่อันตรายมากๆปกคลุมร่างกายของพวกเขาทันที หลินหยุนรีบปลดปล่อยพลังออกมาและสร้างพลังชี่ทิพย์ป้องกันกายทันที
อย่างไรก็ตาม ควันพิษก็กัดกร่อนพลังชี่ป้องกันกายจนเกิดเสียงฉึกๆขึ้นมาทันที
ควันพิษอันนี้ไม่เพียงมีพลังกันกล่อนเท่านั้น มันยังมีพิษที่ร้ายกาจมากๆด้วย
ทุกคนบินอยู่ด้านล่างของควันพิษที่มีความสูงร้อยเมตร ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น พวกเขาก็ตอบสนองได้ทันที
หลินหยุนปล่อยพลังจิตออกมา แต่ก็โดนกัดกร่อนอีกครั้ง เมื่อพลังจิตออกไปเกินรัศมีร้อยเมตร มันก็ถูกกัดกร่อนจนไม่เหลืออะไรเลย
ในเวลานี้ ในสมองของหลินหยุนก็มีเสียงของเจียซินดังขึ้น “ระวังคนที่ชื่อจูหยู่เอาไว้ พลังของเขาแข็งแกร่งที่สุด ยังมีคนที่ชื่อลู่ซานด้วย คนๆนี้มีพลังเทียบเท่ากับจูหยู่และเขายังชำนาญค่ายกลด้วย เมื่ออยู่ตรงนี้ต้องค่อยระวังคนนี้ให้มากๆ!”
หลินหยุนพยักหน้าเบาๆและพูด “ไม่เป็นไร ด้านค่ายกลนั้น ฉันมั่นใจในตัวเองมากๆ”
เจียซินอึ้งไปชั่วครู่และพูด “คุณพูดถูกแล้ว ฉันลืมเรื่องนี้ไปเลย!”