จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1469 สมบัติล้ำค่า
ด้านในตำหนักใหญ่ มีการตกแต่งเหมือนตำหนักอื่นๆเลย ประตูหันหน้าไปทางทิศใต้ และมีเก้าอี้เรียงกันอยู่สองข้าง
หน้าประตูใหญ่มีฉากกั้นขนาดใหญ่อยู่ บนฉากกั้นมีการเกาะสลักรูปภูเขาและแม่น้ำ
ข้างๆฉากกั้นเป็นโต๊ะยาวๆสีดำ ตอนนี้ด้านบนของโต๊ะสีดำมีกล่องหยกขาวอันหนึ่งวางอยู่
กล่องหยกขาวไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่มันใสมากๆ สิ่งของที่อยู่ด้านในนั้น สามารถมองเห็นได้จากด้านนอก
มันคือกระบี่เล็กๆสีดำเล่มหนึ่ง กระบี่มีความยาวเท่ากับฝ่ามือของเด็กเล็ก ตอนนี้มันกำลังลอยอยู่ด้านในกล่องหยกขาว
ถึงแม้กระบี่จะอยู่ในกล่องหยกขาว แต่ทุกคนสามารถสัมผัสพลังอันน่ากลัวของกระบี่ได้
ถ้าไม่ได้มองกล่องหยกขาว พลังอันน่ากลัวก็จะหายไปทันที ถ้าดูกล่องหยกอีกครั้ง จะทำให้ทุกคนรู้สึกใจสั่นทันที
ถ้าไม่ใช่คนโง่ ไม่ว่าใครมองเห็นกระบี่เล่มนี้ ก็ต้องรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่า !
ดังนั้นเมื่อมองเห็นกล่องหยกขาว ไม่ว่าจะเป็นลู่ซานหรือว่าจื่อหยุน พวกเขาสองคนต่างเบิกตากว้างและหายใจเร็วด้วยความตกตะลึง มันคือสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน
และกระบี่เล่มนี้ต้องเป็นสมบัติล้ำค่ามากๆและอยู่เหนือการคาดเดาของพวกเขา
ไม่แปลกใจเลยที่จูหยู่กับคุณชายจินเอี้ยนไม่ยอมยกกระบี่เล่มนี้ให้อีกฝ่าย
เมื่อมองเห็นกระบี่เล่มนี้ ลู่ซานกับจื่อหยุนต่างคิดแผนการของตัวเองทันที
ในเวลานี้ คุณชายจินเอี้ยนมองไปที่จื่อหยุนแล้วพูด “สหายจื่อหยุน ฉันขอพูดตามตรงเลย ถ้าคุณช่วยฉันจนได้สมบัติชิ้นนี้มาครอบครอง เมื่อออกไปจากสถานที่แห่งนี้แล้ว สำนักหั่วหลิงของฉันจะให้ทุกอย่างตามที่คุณต้องการ”
“ไม่ว่าสหายจื่อหยุนต้องการอะไร สำนักหั่วหลิงของพวกเราก็จะหามาให้คุณอย่างแน่นอน!”
“ด้วยฐานะของฉัน เมื่อฉันพูดออกมาแล้ว มันก็มีความน่าเชื่อถือมากๆ!”
อันที่จริงคุณชายจินเอี้ยนก็คิดมาดีแล้ว เมื่อจื่อหยุนยอมร่วมมือกับเขา คนที่ชื่อหลินหยุนก็ต้องเลือกที่จะช่วยเหลือเขาอย่างแน่นอน
ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาจะไม่มองอีกฝ่ายอยู่ในสายตา และดูถูกเยาะเย้ยอีกฝ่ายไปหลายครั้ง
แต่หลินหยุนน่าจะมีความรู้สึกที่ดีต่อจื่อหยุนอย่างแน่นอน
มิฉะนั้น ก่อนหน้านี้ ตอนที่จื่อหยุนได้รับอันตราย หลินหยุนคงไม่ยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อไปช่วยเธอหรอก?
ถ้าเขาไม่ได้รู้สึกดีต่อจื่อหยุนละก็ เขาคงเป็นคนโง่มากๆ!
ดังนั้นถ้าจื่อหยุนยอมตกลงช่วยเหลือเขา ในความคิดของเขา หลินหยุนก็ต้องอยู่ฝั่งเดียวกับตัวเองอย่างแน่นอน
ถึงแม้หลินหยุนจะเป็นแค่ยอดฝีมือแดนยาทองระดับแปด แต่คนๆนี้กลับมีความสามารถที่ไม่ธรรมดาเลย
ลองคิดดูแล้ว ถ้าตอนนั้นเขาเลือกที่จะไปช่วยจื่อหยุน โอกาสสำเร็จนั้นยากมากๆ
ถึงแม้อีกฝ่ายจะเป็นผู้ฝึกอิสระ แต่เขาก็มีความสามารถที่ไม่ธรรมดาเลย
ไม่ว่าจะเป็นยังไง ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้เลือกที่อยู่ข้างจูหยู่ สำหรับเขาแล้ว มันก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ
เขามีโอกาสสูงมากๆที่จะได้สมบัติชิ้นนี้มาครอบครอง
แต่ถ้าหลินหยุนเลือกที่จะอยู่ฝั่งเดียวกับจูหยู่ มันก็จะกลายเป็นการต่อสู้สามต่อสอง โอกาสของเขาก็คงลดลงทันที
เรื่องง่ายๆแบบนี้ เขาคิดออกอยู่แล้ว
ขณะพูด คุณชายจินเอี้ยนรีบพูดทันที “ตั้งแต่พวกเราเข้ามาในคฤหาสน์ พวกเราก็ค้นพบสมบัติล้ำค่าเพียงชิ้นเดียว ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็เรียกสหายหลินหยุนเข้ามาที่นี่ด้วย!”
“พวกเราห้าคนเข้ามาพร้อมกัน ตอนนี้กลับพบสมบัติล้ำค่าเพียงชิ้นเดียว ถ้าพวกเราตัดสหายหลินหยุนออกไป มันก็คงจะไม่ดี สหายจื่อหยุน คุณเห็นด้วยกับคำพูดของฉันไหม?”
จื่อหยุนนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นเธอก็เข้าใจทันที ทำไมกิริยาท่าทางของคุณชายจินเอี้ยนถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้
แต่ถ้ามีหลินหยุนเข้ามาร่วมด้วย สำหรับพวกเธอแล้ว มันมีผลดีมากว่าผลเสีย
ไม่ว่าหลินหยุนจะชอบเธอจริงๆหรือเปล่า แต่เธอสามารถยืนยันได้เรื่องหนึ่ง หลินหยุนไม่เลือกที่จะเป็นศัตรูกับเธออย่างแน่นอน เธอรู้แค่นี้ก็พอแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น คฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้ใหญ่เลย เมื่อสักครู่การทะเลาะกันระหว่างจูหยู่กับจินเอี้ยนก็เสียงดังมากๆ
ทางฝั่งหลินหยุนก็น่าจะรู้เรื่องนี้แล้ว เพียงแต่เขาไม่อยากเข้ามายุ่งเรื่องนี้เท่านั้น ดังนั้นเขาก็เลยไม่ได้รีบร้อนตามมา
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ จื่อหยุนก็พยักหน้าและพูด “ฉันเห็นด้วย พวกเราไปเชิญสหายหลินหยุนเข้ามา แล้วค่อยปรึกษากันว่าสมบัติชิ้นนี้ควรเป็นของใคร พวกเราควรทำอย่างนี้ถึงจะถูก”
ขณะพูด เธอก็มองไปที่จูหยู่กับลู่ซานทันที “สหายทั้งสองคนมีความเห็นยังไง”
เมื่อจูหยู่กับลู่ซานได้ยิน พวกเขาก็สบตากัน จากนั้นจูหยู่ก็พยักหน้าและพูด “พวกเราควรจะทำแบบนี้อยู่แล้ว ฉันยังเป็นหนี้บุญคุณสหายหลินหยุนเลย!”
“ถ้าก่อนหน้านี้ คุณชายหลินหยุนไม่ได้ลงมือช่วยจริงๆ!”
“อาจจะทำให้นางฟ้าจื่อหยุนต้องมาเสียชีวิตเพราะฉัน ถึงแม้ฉันจะหนีรอดไปได้ ฉันก็คงจะเสียใจมากๆ!”
“ให้สหายหลินหยุนมาปรึกษาพร้อมกัน ฉันไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว!”
เมื่อเขาพูดจบ ลู่ซานก็พยักหน้าและพูดทันที “ฉันก็ไม่มีปัญหาเหมือนกัน! ครั้งนี้สหายหลินหยุนออกแรงมากที่สุด ให้สหายหลินหยุนเข้าร่วมการแบ่งสมบัติล้ำค่าครั้งนี้ก็เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว!”
“ถ้าไม่มีสหายหลินหยุนมาด้วย ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่ด้านนอกคฤหาสน์ ถ้าพวกเราลงมือโจมตีจริงๆ ตอนนี้พวกเราทุกคนคงเสียชีวิตไปแล้วก็ได้!”
” ฉันก็เห็นด้วย!”
จื่อหยุนพูด “โอเค เมื่อสักครู่ฉันมองเห็นสหายหลินหยุนไปที่ห้องเล็กๆที่อยู่ด้านข้าง เขาน่าจะมาถึงที่นี่ในไม่ช้า พวกเรารอเขาสักครู่!”
ขณะพูด ทุกคนก็ยืนรออยู่หน้าประตูทางเข้าตำหนักใหญ่ทันที
อย่างไรก็ตาม คุณชายจินเอี้ยนมองไปที่จูหยู่กับลู่ซานด้วยความระแวดระวังและจ้องมองการเคลื่อนไหวของสองคนนี้ตลอดเวลา
ในเวลานี้ หลินหยุนได้ตรวจสองทั้งสองห้องเรียบร้อยแล้ว และเขาไม่ได้สิ่งของล้ำค่าจากสองห้องนี้เลย
เจียซินเอ่ยปากพูด “พวกเขากำลังรอคุณอยู่ พวกเขาค้นพบสมบัติชิ้นหนึ่ง มันเป็นสมบัติล้ำค่าจริงๆ เมื่อคาดเดาจากพลังของมัน มันเคยเป็นอาวุธของยอดฝีมือแดนจิตปฐมสูงสุด”
“ฉันรู้สึกว่ามันแข็งแกร่งกว่ากระบี่ที่อยู่ในมือของคุณตอนนี้มากๆ!”
“ถ้าสามารถได้กระบี่เล่มนี้มาครอบครอง มันจะช่วยคุณได้อย่างมาก”
เมื่อหลินหยุนได้ยินคำพูดเหล่านี้ เขาก็อดหัวเราะไม่ได้และส่ายหัวทันที
เขาไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของเจียซิน เขาไม่เชื่ออยู่แล้วว่าสมบัติล้ำค่าจากสถานที่แห่งนี้จะเทียบกระบี่เฮ่าเทียนได้
ถ้ามันเทียบกระบี่เฮ่าเทียนได้จริงๆ มันคงกลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากๆ
หลินหยุนเดินไปที่ตำหนักทันที เมื่อมองเห็นหลินหยุนเดินเข้ามา สายตาของทุกคนเปล่งประกายทันที พวกเขารีบเดินเข้าไปหาหลินหยุนทันที
จื่อหยุนรีบเอ่ยปากพูดทันที “สหายหลินหยุน ในที่สุดคุณก็มาถึง!”
เมื่อหลินหยุนได้ยิน เขาก็แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องและพูด “สหายทุกคนกำลังรอฉันอยู่เหรอ?”
จูหยู่พูด “ใช่แล้ว สหายหลินหยุน พวกเราได้ตรวจสอบคฤหาสน์แห่งนี้แล้ว แต่กลับไม่พบอะไรเลย ตอนนี้พวกเราพบสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งในตำหนักใหญ่”
“ดังนั้น ตอนนี้ก็เลยมีสมบัติล้ำค่าเพียงชิ้นเดียว”
“พวกเรารอให้สหายหลินหยุนมาถึง พวกเราค่อยปรึกษากันว่าสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ควรแบ่งยังไงดี ”
เมื่อจูหยู่พูดจบ ลู่ซานที่อยู่ข้างๆก็เอ่ยปากพูดทันที “คือเรื่องเป็นอย่างนี้ สหายหลินหยุนลองดู สมบัติล้ำค่าอยู่ในกล่องหยกขาว สหายหลินหยุนลองใช้พลังจิตสัมผัสดู ก็น่าจะสามารถมองออกทันที”
“ตอนนี้สถานการณ์เป็นแบบนี้ สหายจูหยู่อยากได้สมบัติล้ำค่าชิ้นนี้”
“สหายจินเอี้ยนก็อยากได้สมบัติชิ้นนี้เหมือนกัน”
“สำหรับสหายจื่อหยุน เธอยังไม่ได้พูดว่าตัวเองอยากได้หรือเปล่า”