จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1476 ปิดผนึกจินเอี้ยน
ขณะที่พูด พลังบำเพ็ญของเขาก็ขับเคลื่อนอย่างบ้าคลั่ง และแสดงท่าห้ามสิ่งวายชนม์ของสิบแปดท่าต้าเต๋าขึ้นอีกครั้ง
ทันใดนั้น เงาร่างของหลินหยุนก็กะพริบหายไป
โดยก่อนที่เขาจะออกมา ต้องนำลูกปัดจิตมรณะกับหญ้าหยินหยางมาไว้ในมือให้เรียบร้อย
แต่ในขณะนั้นเอง ชี่พิฆาตก็พุ่งทะยานขึ้น แล้วทำลายท่าห้ามสิ่งวายชนม์ของหลินหยุนลงในทันที
จากนั้นเสียงหัวเราะที่แก่ชราก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ไอ้พวกมดแมลงนี้ คิดไม่ถึงว่าจะมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์พลังต้าเต๋าระดับนี้ด้วย เหอะเหอะ ทำให้ฉันตกตะลึงเลยทีเดียว”
“ดูเหมือนว่า นายกับไท่ซานไอ้คนที่สมควรตายนั้น น่าจะมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากันเป็นแน่! ”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ หากฉันจะจับตัวนาย ไท่ซานคงไม่มีทางที่จะทำเป็นไม่สนใจใช่ไหม? ”
เมื่อพูดจบลง ปราณพิฆาตก็เคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งไม่มีที่สิ้นสุด ทันใดนั้นใบหน้าของคนคนหนึ่งก็ลอยขึ้นมา
นั่นคือชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
ตรงที่ระหว่างคิ้ว มีจุดสีดำราวกับว่าเป็นดวงตาอย่างไรอย่างนั้น
นี่คือสัญลักษณ์ของวิญญาณมรณะ
วิญญาณมรณะทุกตนจะต้องมีสิ่งนี้อยู่
หลินหยุนเคลื่อนสายตา และพูดขึ้นว่า “คิดที่จะจับตัวฉันเหรอ? แม้ว่านายจะเป็นวิญญาณมรณะขั้นแดนจิตปฐม แต่ก็เทียบเท่าได้กับวิญญาณมีชีวิตขั้นจิตปฐมตอนต้นเท่านั้น! ”
“ลำพังแค่นายในตอนนี้! คิดที่จะสังหารฉันอย่างนั้นเหรอ? ”
หลินหยุนหัวเราะเยาะ และขับเคลื่อนพลังบำเพ็ญอย่างสุดกำลัง เงาร่างก็พลันหายวับไป ทันใดนั้น พลังอันแข็งแกร่งที่สั่นสะเทือนไปทั้งชั้นฟ้าชั้นดิน ก็ตกหล่นทับลงมา
ตูม!
เสียงดังกึกก้อง สะเทือนเลือนลั่นไปทั่วทั้งภูเขา
ปราณพิฆาตจำนวนนับไม่ถ้วน ต่างก็แหลกสลายกระจัดกระจายออกไปในทันที
ในขณะเดียวกัน อิทธิฤทธิ์ย่ำฟ้าเก้าทีของหลินหยุน ก็ได้แสดงถึงย่ำที่สองแล้ว
วิญญาณมรณะ คือผู้ฝึกอาฆาตอย่างแท้จริง
ดังนั้นย่ำที่สองและย่ำที่สามของอิทธิฤทธิ์ย่ำฟ้าเก้าที สำหรับผู้ฝึกอาฆาตแล้วนั้น ถือว่าเป็นแรงพลังกดทับที่ค่อนข้างแข็งแกร่งมากเลยทีเดียว
ดังนั้นปราณพิฆาตทั้งหมด จึงได้แหลกสลายกระจัดกระจายไปอย่างบ้าคลั่ง
แต่เพียงพริบตาเดียว ลักษณะที่แท้จริงของหลุมศพคนนับหมื่นก็ได้ปรากฏขึ้นมาในทันที
นอกจากมีโครงกระดูกขาวโพลนแล้ว
ในส่วนที่ลึกที่สุด โครงกระดูกขาวร่างหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นที่ว่างที่ไม่มีโครงกระดูก
แต่ในตอนนี้กลับถูกอิทธิฤทธิ์ย่ำฟ้าของหลินหยุนกดทับอยู่อย่างหนักหน่วง
ขณะที่หลินหยุนย่ำที่สามออกไป โครงกระดูกก็พลันแหลกสลายไปในทันที
ในเวลาเดียวกัน ปราณพิฆาตก็เหมือนจะขาดการควบคุมลงไปโดยสิ้นเชิง
พลังที่มองไม่เห็น ได้สูญหายไปหมดสิ้นแล้ว
ในขณะนั้นเอง เงาร่างของหลินหยุนก็ปรากฏขึ้น จากนั้นก็สะบัดมือ นำหญ้าหยินหยางและลูกปัดจิตมรณะมาจัดเก็บไว้ด้านในแหวนเก็บของของตนเอง
แม้ว่าหลินหยุนจะเคยผ่านสถานการณ์ใหญ่มานับครั้งไม่ถ้วน
แต่เวลานี้ก็ยังคงมีความตื่นเต้นดีใจอยู่บ้าง
เพราะสมบัติล้ำค่าสองชิ้นนี้ล้วนเป็นสิ่งของที่หายากอย่างที่สุด
ลูกปัดจิตมรณะก็ดี หญ้าหยินหยางก็ดี ก็ล้วนแต่หายากทั้งนั้น
หลังจากที่จัดเก็บแล้ว หลินหยุนก็ลอยตัวลงมา มองไปที่จื่อหยุนและพูดขึ้นว่า “ที่นี่ไม่มีอะไรแล้ว ไปกันเถอะ พวกเราออกไปจากที่นี่กันได้แล้ว! ”
“เชื่อว่าพลังปิดกั้นบริเวณด้านนอกของคฤหาสน์ น่าจะสามารถทำลายลงได้แล้ว! ”
จื่อหยุนได้ยินดังนั้น ก็กลืนน้ำลาย พยักหน้า แล้วก็เหาะเหินตามหลินหยุนไป
เมื่อทั้งสองคนออกมาจากช่องทางเดินแล้ว ก็พลันพบเห็นจูหยู่กับลู่ซานทั้งสองคน
พลังสั่นไหวที่สะเทือนเลือนลั่นเมื่อครู่นี้ ทำให้ทั้งสองคนไม่กล้าที่จะหยุดอยู่ภายในตัวภูเขาอีก จึงได้เหาะเหินกันออกมา
เวลานี้ได้พบเจอหลินหยุนกับจื่อหยุน เมื่อทั้งสองคนก็จ้องมองสบตากันแล้ว ก็รีบเหาะกันเข้ามา มองไปที่หลินหยุนและถามขึ้นว่า “สหายหลินหยุน เมื่อครู่ด้านในเกิดเรื่องอะไรขึ้น? ทำไมถึงได้มีการสั่นสะเทือนที่รุนแรงขนาดนั้น? ”
หลินหยุนส่ายศีรษะ ไม่ได้พูดอะไร และตอบว่า “สหายทั้งสอง ฉันว่าสถานที่แห่งนี้ไม่น่าจะมีสมบัติล้ำค่าอยู่อีกแล้ว ไปจากที่นี่กันดีกว่า สหายทั้งสองคิดว่าอย่างไร? ”
จูหยู่ดวงตาเป็นประกาย โดยไม่เชื่อคำพูดของหลินหยุนอย่างแน่นอน แต่ก็ยังพูดว่า “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน คิดไม่ถึงเลยว่า พวกเรามากันตั้งไกล แต่กลับไม่ได้รับอะไรตอบแทนเลย! โธ่……”
จูหยู่ถอนหายใจ พร้อมแสดงความเสียใจเล็กน้อย
หลินหยุนพูดว่า “สหายจูหยู่พูดเกินไปแล้ว พวกเราต่างก็ได้รับหินทิพย์จำนวนไม่น้อยแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้บอกว่าไม่ได้รับประโยชน์อะไรตอบแทนล่ะ? ”
จูหยู่ได้ยินดังนั้นก็ตกใจ จากนั้นก็หัวเราะฮ่าฮ่าขึ้น เมื่อคิดถึงจินเอี้ยน จูหยู่ก็รีบพูดขึ้นว่า “สหายทั้งสาม คุณชายจินเอี้ยนนั้นยังคงอยู่ภายในคฤหาสน์อยู่เลย พวกเราควรจะรีบไปกันเถอะ! ”
“ประวัติความเป็นมาของจินเอี้ยนนั้นไม่ธรรมดา! ”
“ถ้าหากเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดขึ้นที่นี่แล้ว เกรงว่าพวกเราคงจะไม่รอดจากการถูกกล่าวหาเป็นแน่! ”
ทั้งสี่คนเหาะเหินขึ้น แล้วมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์
ภายในคฤหาสน์ เวลานี้คุณชายจินเอี้ยนก็ยังคงอยู่ด้านในของตำหนัก
จิตใจของเขาในตอนนี้นั้นโมโหเดือดดาลเป็นอย่างมาก ซึ่งตั้งนานแล้วก็ยังระงับควบคุมเอาไว้ไม่ได้
และด้านบนเหนือศีรษะยังมีพลังปิดกั้นอยู่อีกด้วย
โดยเขาได้ลองพยายามทำลายอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ
อีกทั้งเขายังได้ส่งข่าวผ่านยันต์สื่อสารเพื่อติดต่อไปยังสำนัก แต่ที่นี่ไม่ใช่นอกโลก ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้ยันต์สื่อสารได้
ดังนั้นเขาจึงต้องทนรออยู่ที่นี่ต่อไป
เมื่อเห็นพวกหลินหยุนกับจูหยู่ทั้งสี่คนปรากฏตัวขึ้น เขาก็รีบลุกยืนขึ้นอย่างรวดเร็วในทันที
จูหยู่หัวเราะเหอะเหอะ และพูดว่า “คุณชายจินเอี้ยนไม่ได้กลับออกไปตามลำพังคนเดียวก็ดีแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงหากว่าในหนองน้ำที่เกิดปัญหาขึ้นจริง ๆ พวกเราคงยากที่จะชี้แจงต่อสำนักหั่วหลิงได้! ”
คุณชายจินเอี้ยนได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะเยาะ และพูดขึ้นว่า “จูหยู่ นายอย่าได้มาข่มเหงรังแกกันมากเกินไป! ”
จูหยู่รีบพูดขึ้นว่า “คุณชายพูดอะไรอย่างนั้น ฉันเองก็เพียงแค่เป็นกังวลถึงความปลอดภัยของคุณชายก็เท่านั้น! ”
ขณะที่พูด ก็หันหน้ามองไปที่หลินหยุนและพูดขึ้นว่า “สหายหลินหยุน ตอนนี้พวกเราสามารถที่จะทำลายพลังปิดกั้นนี้ลงได้ไหม? ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “น่าจะได้! สหายจูหยู่ลองลงมือดูสักรอบสิ! ”
จูหยู่พยักหน้า ก้าวเดินออกมา จากนั้นก็ปล่อยหมัดโจมตีเข้าใส่พลังปิดกั้นนั้น
ภายใต้เสียงที่ดังสนั่นสะเทือนเลือนลั่น
พลังปิดกั้นนั้นก็แตกสลายถูกทำลายลงไป
เดิมทีพลังนี้เป็นพลังของวิญญาณมรณะ แต่เวลานี้วิญญาณมรณะนั้นได้ถูกหลินหยุนสังหารไปเรียบร้อยแล้ว จึงสูญสิ้นพลังในการควบคุมและก็ไม่แข็งแกร่งทนทานอย่างเดิมอีกแล้ว
พวกเขาหลายคนเห็นดังนั้นต่างก็ดีใจกันยกใหญ่
จูหยู่จดจ้องไปที่หลินหยุน จากนั้นก็พูดขึ้นอย่างยิ้มแย้มว่า “เป็นอย่างที่สหายหลินหยุนคาดคิดเอาไว้จริง ๆ! ในที่สุดพวกเราก็สามารถออกไปจากที่นี่ได้แล้ว! ”
“แต่ภายในหนองน้ำมีอันตรายอย่างมาก สหายทั้งหลาย พวกเราจะต้องร่วมแรงร่วมใจกันด้วย! ”
เงาร่างของกี่คนนี้ได้กะพริบเคลื่อนไหว มาถึงด้านนอกของคฤหาสน์ แล้วก็ก้าวกระโดดอีกครั้ง จนมาปรากฏตัวอยู่ที่ด้านนอกของประตู
ขณะที่ออกมากันนั้น จูหยู่กับลู่ซานก็ได้ทำการลงมือ จับควบคุมตัวของคุณชายจินเอี้ยนเอาไว้!
คุณชายจินเอี้ยนคาดคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า ทั้งสองคนนี้จะลงมือจัดการกับตนเอง จึงเกิดความโมโหขึ้นอย่างที่สุด พร้อมกับตวาดดุด่าใส่จูหยู่ว่า “จูหยู่ แกไอ้สารเลว แกอยากตายนักใช่ไหม? ”
“รีบปล่อยตัวฉันเดี๋ยวนี้! ”
“ไม่อย่างนั้นฉันจะทำให้แก ทำให้สำนักกระบี่จริงใจของแก กลายเป็นผุยผงไปทั้งหมด! ”
ขณะที่ออกมากันนั้น เขาก็ได้หยิบยันต์สื่อสารออกมาแล้ว เพื่อต้องการที่จะแจ้งให้กับสำนักทราบ
แต่ยังไม่ทันที่จะส่งข้อความออกไป เขาก็ถูกจูหยู่กับลู่ซานจับตัวเอาไว้แล้ว
จูหยู่ไม่ได้สนใจฝ่ายตรงข้ามเลย พร้อมกับหันหน้ามองไปที่หลินหยุนกับจื่อหยุนและพูดขึ้นว่า “ทั้งสองคนเห็นกันแล้วนะว่า คุณชายจินเอี้ยนต้องการที่จะแจ้งให้กับทางสำนักทราบ ถ้าหากเขากระทำแบบนี้แล้ว เมื่อยอดฝีมือของสำนักหั่วหลิงมาถึง พวกเราก็คงไม่ต้องคิดว่าจะมีชีวิตรอดอยู่อีกต่อไป ดังนั้น จับตัวเขาไว้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด! ”
ขณะที่จูหยู่พูด ก็หันมองไปที่ลู่ซานเล็กน้อย
ลู่ซานก็ชี้นิ้วออกไป ปิดผนึกพลังบำเพ็ญของคุณชายจินเอี้ยนในทันที