จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1482 แขกจากดาวไกอา
เห็นหลินหยุนเกิดความสงสัยไม่เข้าใจกับเหตุการณ์ตรงจุดนี้ ถังม่อเองก็คาดคิดไม่ถึงเช่นกัน “พี่หลิน คิดไม่ถึงว่าแม้แต่เขตกลางฟ้าก็ยังไม่รู้จักอย่างนั้นเหรอ? ”
หลินหยุนยิ้มเยาะและพูดขึ้นว่า “บอกกับพี่ถังตามตรงว่า ไม่รู้จักเลยจริง ๆ! ”
ถังม่อหัวเราะเหอะเหอะ พยักหน้าและพูดว่า “ก็พอที่จะเข้าใจได้! ”
“สถานที่แห่งนั้น เป็นสถานที่ที่พวกเราในเขตเหนือพูดถึงกันน้อยมาก และเขตเหนือของเราก็ยากจนข้นแค้นมากด้วย ถือเป็นดินแดนที่ทุกคนมองข้ามกันอย่างที่สุด ”
“ต่างถูกคนส่วนใหญ่เรียกว่ากันว่าดินแดนแห้งแล้งกันดาร! ”
“พี่หลินไม่รู้จักก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร”
“เขตกลางฟ้า ซึ่งก็ตรงตามชื่อเลย ที่จริงแล้วก็คือจุดศูนย์กลางของโลกเซียนของพวกเรานั่นเอง”
“โดยถูกเรียกขานกันว่าใจสวรรค์”
“ส่วนเขตเหนือใต้ตะวันออกตะวันตกที่เหลือนั้น ก็เพียงแค่เติมทิศทางของแต่ละเขตเข้าไป ต่อท้ายของคำว่าเขตก็เท่านั้น”
“มีเพียงแค่เขตกลาง”
“ที่เพิ่มคำว่าฟ้าเข้าไป ทำให้ดูสูงศักดิ์มากยิ่งขึ้น”
“เขตเหนือใต้ตะวันออกตะวันตกทั้งสี่เขตนี้ ต่างก็ถูกปกครองควบคุมโดยเขตกลางฟ้า! ”
“พูดยกตัวอย่างถึงนิกายวิญญาณ์ปวงชนก็แล้วกัน”
“ทำไมทั่วทั้งเขตเหนือ ต่างก็เคารพนับถือนิกายวิญญาณ์ปวงชนว่ายิ่งใหญ่ที่สุดล่ะ? ”
“นั่นเป็นเพราะว่า นิกายวิญญาณ์ปวงชนคือสำนักใหญ่ของเขตเหนือเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะอยู่ในเขตกลางฟ้าได้! ”
“ชื่อของพวกเขา ก็คือนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์! ”
“แต่แค่ว่าหลีกเลี่ยงการหลบหลู่ความสูงศักดิ์! ”
“ดังนั้นในเขตเหนือนี้ จึงมีชื่อว่านิกายวิญญาณ์ปวงชน! ”
ได้ยินที่ถังม่อพูดดังนั้น หลินหยุนก็พลันตื่นตกใจ และพูดขึ้นว่า “พี่ถัง ไม่ใช่แล้ว สามสำนักใหญ่ในแคว้นน้ำแดงนี้ ก็มีนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์อยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ? ”
ถังม่อเหมือนทราบว่าหลินหยุนจะต้องสอบถามแบบนี้ จึงหัวเราะและพูดขึ้นว่า “ถูกต้อง! นิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์นี้ พี่หลินอย่าได้มองว่ามีขนาดเล็ก แต่สถานะอย่างอื่นนั้น มีความสูงศักดิ์ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว! ”
“ถึงขนาดที่ยังเหนือกว่านิกายวิญญาณ์ปวงชนเสียอีก! ”
“หลินหยุนคงจะไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นเพราะเหตุใดล่ะสิ? ”
หลินหยุนพยักหน้าและพูดว่า “ขอให้พี่ถังเล่าอธิบายด้วย! ”
ถังม่อพูดว่า “นิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์ของเขตเหนือนี้ ที่ได้มีชื่อว่านิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์ นั่นเป็นเพราะผู้ที่ก่อตั้งนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์ในอดีตนั้น ก็คือยอดฝีมือคนหนึ่งของนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์ในเขตกลางฟ้า! ”
หลินหยุนพูดขึ้นอย่างข้องใจว่า “ในเมื่อมีนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์อยู่แล้ว ทำไมจะต้องก่อตั้งนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์สาขาเขตกลางฟ้าอีกแห่งหนึ่งด้วยล่ะ? ”
ถังม่อยิ้มและพูดขึ้นว่า “หลินหยุนอย่าเพิ่งใจร้อน ค่อย ๆ ฟังฉันเล่าต่อไป ซึ่งแน่นอนว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับพวกแขกที่มาเยือนดาวไกอา! ”
หยุดชะงักไปชั่วครู่ ถังม่อก็พูดต่อว่า ”พวกแขกที่มาเยือนดาวไกอาได้สังหารผู้บำเพ็ญเซียนของเขตเหนือจนเลือดท่วมนองไปหมด ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกไปถึงนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์ในเขตกลางฟ้า ดังนั้นนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์จึงได้ส่งยอดฝีมือสามคนมายังที่นี่”
“ยอดฝีมือชั้นสูงสุดสามคนนั้นก็ได้ปะทะต่อสู้กับยอดฝีมือที่มาเยือนดาวไกอาอีกครั้ง! ”
“ในที่สุดก็สังหารยอดฝีมือที่มาเยือนดาวไกอาไปได้จำนวนหนึ่ง! ”
“และก็ทำลายเขตเหนือศักดิ์สิทธิ์ที่พวกยอดฝีมือที่มาเยือนดาวไกอาเพิ่งจะก่อตั้งขึ้น”
“แน่นอนว่า ทางฝ่ายนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์เองก็มียอดฝีมือไร้เทียมทานคนหนึ่งเสียชีวิตลง! ”
“ผลสุดท้ายหลังจากนั้นก็คือพวกยอดฝีมือที่มาเยือนดาวไกอาที่หลงเหลืออยู่ไม่มาก ต่างก็พากันถอยร่นหลบหนีไปยังแดนเหมันต์ทางตอนเหนือขึ้นไปอีก! ”
“หลังจากนั้น สองยอดฝีมือไร้เทียมทานของนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์ที่รอดชีวิตต่างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยหนึ่งคนในนั้นกลับไปยังเขตกลางฟ้า ส่วนอีกคนหนึ่งก็พักอาศัยอยู่ที่นี่ และก่อตั้งสาขาแห่งหนึ่งของนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์ขึ้นใหม่”
“จุดประสงค์ที่ก่อตั้งสาขาขึ้นนั้นก็เพื่อเฝ้าควบคุมพวกผู้บำเพ็ญเซียนที่มาเยือนดาวไกอาที่อยู่ในแดนเหมันต์นั้น! ”
“แต่ผ่านไปนับพันปีแล้ว พวกผู้บำเพ็ญเซียนที่มาเยือนดาวไกอาเหล่านั้น จวบจนวันนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะออกจากแดนเหมันต์นั้นได้! ”
ได้ยินถังม่อพูดถึงตรงนี้ หลินหยุนก็ขัดจังหวะและเอ่ยปากถามขึ้นว่า “โอ้ว? เพราะอะไรงั้นเหรอ? ”
ถังม่อยิ้มและพูดว่า “เพราะตำนานที่เล่าลือเหล่านั้น……เหอะเหอะ พูดยาวมาไกลมากเกินไปแล้ว สรุปว่า มีตำนานเล่าว่าตระกูลโม่นี้ ที่จริงแล้วมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับแขกที่มาเยือนดาวไกอาที่อยู่ในแดนเหมันต์นั้น! ”
“หรืออาจจะเป็นสาขาแห่งหนึ่งของแขกที่มาเยือนดาวไกอาก็เป็นได้! ”
หลินหยุนได้ยินดังนั้น ก็พูดขึ้นด้วยความสงสัยว่า “เป็นแบบนี้เหรอ? พี่ถังหมายความว่า พันกว่าปีก่อน ตระกูลโม่เดินทางออกมาจากแดนเหมันต์นั้น และดำรงชีวิตอยู่ที่นี่ต่อมาอย่างนั้นใช่ไหม? ”
ถังม่อพูดว่า “ถูกต้อง ตำนานเล่าลือกันมาแบบนี้! ดังนั้นตระกูลโม่จึงได้มีกฎเกณฑ์ที่แปลกประหลาดเช่นนี้! แน่นอนว่า ตามมุมมองของฉันแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลย! ถ้าหากตระกูลโม่คือผู้บำเพ็ญเซียนดาวไกอาที่แท้จริง เกรงว่าคงจะไม่มีโอกาสหลงเหลือมาถึงทุกวันนี้ได้แล้ว! ”
หลินหยุนมองไปที่ถังม่อ และพูดขึ้นว่า “คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า ตระกูลโม่นี้จะมีความซับซ้อนมากขนาดนี้! แต่ สิ่งที่คิดไม่ถึงยิ่งไปกว่านั้นคือ ทำไมพี่ถังถึงได้รอบรู้และเข้าใจเป็นอย่างดี เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาในช่วงเวลานี้! ”
“เท่าที่ฉันดู สถานะของพี่ถังก็คงจะไม่ธรรมดาเช่นกันล่ะสิ? ”
ถังม่อได้ยินดังนั้น ก็รีบส่ายมือไปมาและพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ฉันมีสถานะอะไรที่ไหนกันล่ะ ก็เหมือนกันกับพี่หลินนั่นแหละ ที่มาที่นี่เพื่อลองดูว่าจะมีโอกาสได้รับคัดเลือกเป็นคนรับใช้ชายในตระกูลโม่หรือไม่ หากว่าสำเร็จขึ้นมาล่ะ? ฮ่าฮ่าฮ่า! ”
หลินหยุนเปลือกตากระตุก ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่อยากพูด เขาเองก็ไม่ไปจี้ถามอะไรมากแล้ว
ทันใดนั้นก็เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นว่า “อย่างนั้นพี่ถังก็พูดเล่าสถานการณ์ของตระกูลโม่ในปัจจุบันนี้ ให้ฉันฟังอีกหน่อยแล้วกัน อย่างเช่นว่าตระกูลโม่มียอดฝีมือแบบไหนบ้าง มีอัจฉริยะที่อายุน้อยจำนวนเท่าไร และพวกอัจฉริยะหนุ่มสาวเหล่านี้ มีพลังบำเพ็ญระดับไหนกันบ้าง! ”
ถังม่อยิ้มและพูดขึ้นว่า “หินทิพย์หนึ่งร้อนก้อนของพี่หลินนี้ มันไม่ง่ายเลยกว่าที่ฉันจะได้รับมันมา! ”
หลินหยุนพลิกฝ่ามือขึ้น และเกิดแสงกะพริบแวบหนึ่ง จากนั้นหินทิพย์หนึ่งร้อยก้อนก็ปรากฏขึ้นมา
ถังม่อเห็นดังนั้น ก็พูดขึ้นอย่างยิ้มแย้มทันทีว่า “พี่หลิน แบบนี้มันจะดีเหรอ? ”
หลินหยุนพูดว่า “พี่ถังรับมันเอาไว้เถอะ! ”
ถังม่อพูดว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นฉันก็ไม่เกรงใจแล้ว! ”
ขณะที่พูด ก็กวัดแกว่งแขน รับหินทิพย์หนึ่งร้อยก้อนนี้เอาไว้อีกครั้ง
จากนั้นก็พูดต่อว่า ”ตระกูลโม่ในตอนนี้ ก็ยังคงยิ่งใหญ่อย่างมาก และยังมีการก่อตั้งสาขาขึ้นอีกจำนวนไม่น้อยด้วย……”
ขณะนี้ ถังม่อได้นำสถานการณ์เรื่องราวทั้งหมดของตระกูลโม่ในปัจจุบัน เล่าให้กับหลินหยุนฟังโดยละเอียด
หลินหยุนก็สอบถามขึ้นอีกครั้ง เกี่ยวกับงานฉลองวันเกิดของเจ้าบ้านตระกูลโม่
แล้วจึงได้บอกลาถังม่อ กลับออกไปจากลานบ้านนั้น
ผลลัพธ์ที่ได้รับกลับมาในครั้งนี้ มันช่างมากมายเหลือเกิน
สิ่งที่ทำให้หลินหยุนคาดคิดไม่ถึงนั้นก็คือ การได้รับรู้ข่าวคราวเกี่ยวกับพวกผู้บำเพ็ญเซียนดาวไกอาเหล่านั้น
ขั้วโลกเหนือ……แดนเหมันต์……
หากว่าที่ถังม่อพูดนั้นเป็นความจริง
สำหรับพวกยอดฝีมือของดาวไกอาในอดีตนั้น คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหลบซ่อนตัวอยู่ในแดนเหมันต์เป็นเวลานานนับพันปี
ถึงแม้ยอดฝีมือจะเสียชีวิตลงไปจำนวนไม่น้อย ก็คงไม่ถึงกับเช่นนี้เป็นแน่
ดังนั้น จะต้องมีเรื่องลึกลับที่ปกปิดซ่อนอยู่ภายในนี้อย่างแน่นอน
แต่เมื่อถังม่อพูดถึงช่วงจังหวะเวลาที่สำคัญที่สุด ก็หยุดลงไม่ได้พูดต่อไปอีกแล้ว
หลินหยุนสูดหายใจลึก หันหลังแล้วก็มุ่งหน้ากลับไปยังโรงเตี๊ยม
ถ้าหากตระกูลโม่นี้ เป็นสาขาหนึ่งของผู้บำเพ็ญเซียนดาวไกอาที่มาที่นี่ในอดีตแล้วจริง ๆ ล่ะก็ ถ้าอย่างนั้นจะต้องมีร่องรอยของผู้บำเพ็ญเซียนดาวไกอาอยู่บ้างแน่นอน
คิดถึงตรงนี้ หลินหยุนเองถึงกลับเปลี่ยนวิธีการความคิดของตนเองในช่วงก่อนหน้านี้
ต่อให้ไม่ได้เป็นเพราะสมบัติล้ำค่าสูงสุดสำหรับการหลอมยาทอง ก็จะต้องลองสัมผัสและใกล้ชิดกับตระกูลโม่นี้ดูบ้างแล้ว
เมื่อกลับไปถึงโรงเตี๊ยม ก็ได้ทานอาหารอย่างเรียบง่ายกับพี่ฉินหลัน
แล้วหลินหยุนก็กลับเข้าไปยังห้องพักของตนเอง
สองวันต่อมา
คือวันรับสมัครคัดเลือกคนรับใช้ชายของตระกูลโม่
หลินหยุนก็เดินทางมายังตระกูลโม่ ทำการลงชื่อสมัคร และรับป้ายแสดงสถานะ
จากนั้นก็เริ่มต้นการรอคอยที่แสนยาวนาน
หลินหยุนอยู่หลังจากลำดับหมายเลขสี่พันไปอีก
และหมายเลขที่ต่อหลังจากเขานั้น ยังมีอีกนับพันคนเลยทีเดียว
เห็นสถานการณ์ดังนี้แล้ว หลินหยุนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ผู้ที่มาร่วมทำการคัดเลือกนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีพลังบำเพ็ญ
โดยผู้มาเข้าร่วมสมัครมีตั้งแต่ชายชราอายุมากวัยแปดสิบปี ไปจนถึงเด็กน้อยอายุเพียงไม่กี่ปี