จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1493 โลกฉองหลง
หลินหยุนพูดปฏิเสธทันที “ไม่เอาละ ดูเหมือนคำพูดของฉันเมื่อสักครู่ สหายไม่ได้ใส่ใจแม้แต่นิดเดียว ฉันยังไม่อยากตายเร็วๆนี้!”
“เจ้าบ้านโม่ ต้องขอโทษจริงๆ!”
หลินหยุนรู้สึกผิดหวังกับโม่เทียนเจินเล็กน้อย คนประเภทนี้ ไม่รู้ว่าเขาเป็นเจ้าบ้านของตระกูลโม่ได้ยังไง
หลินหยุนรู้สึกว่าคนๆนี้ทำอะไรก็ใช้ไม่ได้เลย หลินหยุนไม่ได้สนใจอีกฝ่ายอีก เขาบินตรงไปที่เมืองชิวซานทันที
และเมืองโม่ในเวลานี้ ตระกูลโม่กำลังตกแต่งคฤหาสน์เพื่อเลี้ยงฉลอง
ยอดฝีมือที่อยู่บริเวณรอบๆเมืองโม่ ต่างมารวมตัวกันที่คฤหาสน์ตระกูลโม่
แต่เวลาผ่านไปสิบกว่าวันแล้ว ไม่เพียงไม่ได้พบหน้าโม่เทียนเจินที่เป็นเจ้าบ้าน แม้แต่คนที่รับผิดชอบงานนี้อย่างคุณหนูของตระกูลโม่ก็มองไม่เห็นเหมือนกัน ทำให้ทุกคนรู้สึกงุนงงและรู้สึกไม่พอใจ
ส่วนตระกูลโม่นั้น พวกเขาได้พูดว่าเจ้าบ้านได้พาคุณหนูไปทำเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากๆและจะกลับมาอย่างรวดเร็ว
สำหรับคำพูดของตระกูลโม่ ทำให้ทุกคนทำอะไรไม่ได้และทำได้เพียงแค่ยอมรับมัน
เพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเลี้ยงฉลองวันเกิดของโม่เทียนเจิน
เมื่อมองเห็นหลินหยุนบินไปที่เมืองชิวซาน
โม่หยู่พูด “คุณพ่อ พวกเราออกมานานมากแล้ว พวกเราต้องรีบกลับไปที่เมืองโม่!”
โม่เทียนเจินพูดโดยไม่ได้หันหน้ากลับมา “เธอกลับไปก่อน ฉันจะต้องหาคำตอบเรื่องนี้ให้ได้ก่อน!”
ขณะพูดอยู่ เขาก็ไล่ตามหลินหยุนไปทันที
โม่หยู่พูด “คุณพ่อ ฉันคิดว่าคุณควรกลับไปที่ตระกูลก่อน มีเพียงคุณกลับไปถึงจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ สำหรับเรื่องของหลินหยุนนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง!”
เมื่อโม่เทียนเจินได้ยินเรื่องนี้ เขาก็ถอนหายใจยาวๆออกมาและพูด “ลูกสาว หลินหยุนพูดได้ไม่ผิดเลย เขาได้ปลดผนึกสายเลือดของเธอออกแล้ว มันจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน บางทีฐานะของตระกูลโม่ของเราอาจจะถูกเปิดแล้วก็ได้!”
“ฉันคิดว่าเธอ……”
“เธอควรอยู่ข้างๆหลินหยุนจะดีกว่า !”
“ฉันมองออกอย่างชัดเจน อนาคตของคนๆนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน !”
“ถ้าเธอสามารถอยู่ใกล้ๆคนๆนี้ เธอต้องได้ผลประโยชน์มหาศาลอย่างแน่นอน!”
“ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ว่าเธอจะทำอะไร พ่อก็ไว้ใจในตัวเธอตลอด!”
“ครั้งนี้ก็เหมือนกัน!”
“เรื่องของหลินหยุน พ่อก็ฝากเธอจัดการด้วยนะ!”
โม่หยู่พยักหน้าทันทีและพูด “คุณพ่อโปรดวางใจ ฉันจะพยายามทำให้หลินหยุนยอมลงมือช่วย ถึงแม้จะไม่ใช่ตอนนี้ก็ตาม”
เมื่อพูดจบ โม่หยู่ก็ไล่ตามหลินหยุนไปทันที ส่วนโม่เทียนเจินยืนนิ่งๆอยู่กลางอากาศ
หลังจากมองดูสักพัก เขาก็หันหน้าและบินกลับไปที่เมืองโม่ทันที
เขาเป็นยอดฝีมือแดนจิตปฐม ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้เร็วมากๆ ชั่วพริบตาก็หายไปเลย
ถึงแม้หลินหยุนไม่ได้หันหน้ากลับมามอง แต่เขาก็รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในด้านหลังทันที
เขาไม่ได้หยุดลง สำหรับการตามมาของโม่หยู่ หลินหยุนยอมรับเรื่องนี้ได้
ผู้หญิงที่ชื่อโม่หยู่คนนี้ เธอมีชื่อเสียงมากๆในเขตเหนือ เธอต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
จากการพูดคุยและรู้จักเพียงสั้นๆ ถึงแม้จะมองออกไม่มากนัก แต่ผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
สำหรับเขตเหนือและโลกบำเพ็ญเซียนนั้น หลินหยุนไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลย
ตอนนี้เขาต้องการคนๆหนึ่ง และคนๆนั้นต้องบอกทุกอย่างให้เขาโดยที่ไม่มีอะไรปิดบังและโม่หยู่เป็นคนที่เหมาะสมมากๆ
เมืองชิวซาน
หลินหยุนหาโรงเตี๊ยมที่เงียบสงบมากๆแห่งหนึ่ง เขาพาฉินหลันเดินเข้าไปทันที
ช่วงนี้ฉินหลันไม่ได้ทานอาหารดีๆเลย โม่เทียนเจินที่เป็นยอดฝีมือแดนจิตปฐม เธอไม่พบอาหารและของกินอยู่แล้ว เธอพกแค่โอสถเท่านั้น
ถึงแม้โอสถจะเป็นของดี แต่สำหรับฉินหลันแล้ว มันมีแต่ผลดีมากกว่าผลเสีย
แต่คนธรรมดาทั่วไป แน่นอนว่าเธอต้องการทานอาหารให้อิ่มท้องอยู่แล้ว
หลังจากหลินหยุนกับฉินหลันเดินเข้าไป โม่หยู่ก็เดินตามเข้าไปทันที
หลินหยุนกับฉินหลันนั่งลง โม่หยู่ก็นั่งลงบนโต๊ะเดียวกับพวกเขา หลังจากทานอาหารเสร็จ
หลินหยุนไม่มองหน้าเธอเลย เขาคุยกับฉินหลันด้วยน้ำเสียงเบาๆตลอดเวลา
ส่วนโม่หยู่นั้น เธอไม่ได้ทานอาหารเลย
หลังจากทานอาหารเสร็จ หลินหยุนก็ส่งฉินหลันเข้าห้องพักและพูด “พี่ฉินหลัน ฉันมีเรื่องจะไปคุยกับแม่นางโม่หยู่หน่อย พี่พักผ่อนก่อนเลย!”
ฉินหลันพยักหน้า เธอมองโม่หยู่ครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
หลินหยุนพาโม่หยู่ไปที่ห้องพักของตัวเอง และเอ่ยปากพูดเบาๆ “เชิญนั่ง!”
โม่หยู่พยักหน้า “หลินหยุน หลังจากนี้คุณคิดจะทำอะไร? ฉันคิดว่าคุณควรรีบไปจากแคว้นน้ำแดง ถ้าเป็นไปได้ คุณรีบออกจากเขตเหนือเลย!”
“ความแข็งแกร่งของนิกายวิญญาณบริสุทธิ์นั้นน่ากลัวมากๆ!”
“ทั่วทั้งเขตเหนือ ต่างตกอยู่ใต้อำนาจของนิกายวิญญาณบริสุทธิ์”
“ถ้ามันเป็นอย่างที่คุณพูดจริงๆ ยอดฝีมือคนนั้นรับรู้เรื่องนี้แล้ว!”
“ถ้างั้นคุณก็ควรออกจากเขตเหนือโดยเร็ว!”
เมื่อหลินหยุนได้ยิน ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขามองโม่หยู่แล้วพูด “คุณไม่พูดโน้มน้าวให้ฉันอยู่ที่นี่เหรอ?”
โม่หยู่หายใจเข้าลึกๆและพูด “คุณพูดถูกแล้ว ฉันมองออกอย่างชัดเจน ตอนที่คุณปลดผนึกสายเลือดจากร่างกายของฉัน คุณสูญเสียพลังไปไม่น้อย!”
“ดังนั้น ถ้าต้องการปลดผนึกสายเลือดของทุกคนที่อยู่ในแดนเหมันต์ มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!”
“นอกจากว่าพลังของคุณจะเพิ่มสูงมากขึ้น”
“บางทีพลังของคุณเพิ่มสูงถึงแดนดั่งเทพ แดนสู่ธรรมะ ถึงสามารถทำสำเร็จได้!”
ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น เธอไม่พูดแบบนี้อยู่แล้ว
อยากจะฝึกฝนถึงแดนดั่งเทพหรือแดนสู่ธรรมะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆอยู่แล้ว
แต่หลินหยุนนั้นไม่เหมือนกัน โม่หยู่มีความรู้สึกอย่างหนึ่ง เรื่องนี้สำหรับหลินหยุนแล้ว มันไม่ใช่เรื่องยากเลย
“มีอีกอย่าง ถ้าเขาไม่สามารถต่อกรกับนิกายวิญญาณบริสุทธิ์ได้ ถึงแม้เขาจะปลดผนึกสายเลือดของทุกคนในแดนเหมันต์ได้ มันก็คงไม่มีประโยชน์อะไร!”
“พวกเขาก็คงหนีไม่พ้นการตกเป็นทาสและโดนสังหารอยู่แล้ว!”
เมื่อหลินหยุนได้ยิน เขาพยักหน้าและเห็นด้วย จากนั้นเขาก็เอ่ยปากพูด “คุณหนูโม่เป็นคนไม่ธรรมดาจริงๆ ใช้เวลาแค่นิดเดียวก็มองสถานการณ์ทั้งหมดออก”
หลินหยุนนิ่งไปชั่วครู่และพูด “คุณหนูโม่สามารถอธิบายโลกบำเพ็ญเซียนแห่งนี้ให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม? ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ไม่ทราบว่าคุณหนูโม่รู้เรื่องต่างๆของหมื่นจักรวาลบำเพ็ญเซียนหรือเปล่า?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน โม่หยู่ตกตะลึงทันทีและพูด “คุณรู้จักหมื่นจักรวาลบำเพ็ญเซียนด้วยเหรอ?”
หลินหยุนพูด “ฉันรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คุณหนูโม่ช่วยอธิบายโลกใบนี้ให้ฉันทราบก็พอแล้ว!”
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าโม่หยู่ยังรู้สึกตกตะลึงอยู่และยังตอบสนองไม่ได้ เธอหายใจเข้าลึกๆและพูด “ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องของหมื่นจักรวาลบำเพ็ญเซียนมากนัก เพราะมันมีแค่ตำนานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น!”
“สำหรับโลกใบนี้ ฉันสามารถอธิบายให้คุณฟังได้ !”
“โลกใบนี้มีชื่อว่าโลกฉองหลง”
“และดาวบำเพ็ญเซียนนี้มีชื่อว่าดาวนกขาว”
“โลกฉองหลงคือดาวบำเพ็ญเซียนที่ใหญ่ที่สุด”
“แบ่งเป็นห้าเขต”
“ตรงนี้เป็นเขตเหนือ เป็นดินแดนที่กันดารที่สุด!”
“ยังมีเขตตะวันตก เขตตะวันออก เขตใต้และเขตกลางฟ้า”
“ทั้งหมดนี้ เขตกลางฟ้าแข็งแกร่งที่สุด!”
“ทั่วทั้งดาวนกขาว ต่างตกอยู่ในการควบคุมของราชวงศ์ต้าหย่งจากเขตกลางฟ้า”
“และราชวงศ์ต้าหย่งเป็นแคว้นบำเพ็ญเซียนระดับเก้าเพียงแห่งเดียวในดาวนกขาว!”
“……”
ในขณะที่หลินหยุนกำลังฟังโม่หยู่เล่ารายละเอียดทุกอย่างของดาวนกขาวอยู่ ด้านใต้ของเมืองชิวซาน ที่อยู่ห่างออกไปหมื่นกิโลเมตรและเป็นสถานที่สวยงามมากๆ
บนยอดภูเขาที่สูงที่สุดนั้น ถึงแม้มันจะไม่ใช่ภูเขาที่ใหญ่มากนัก แต่มีสำนักหนึ่งที่ทุกคนในเขตเหนือไม่กล้าดูถูก สำนักแห่งนี้ก็คือนิกายวิญญาณบริสุทธิ์
ในเวลานี้ บนยอดเขาหลักนั้นมีเสียระฆังดังขึ้น
หลังจากนั้น ก็มียอดฝีมือที่แข็งแกร่งมากๆหลายๆคนพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าและบินตรงไปที่ยอดเขาหลักทันที
มีชายชราที่มีผมหงอกคนหนึ่ง กำลังยืนอยู่บนยอดเขาแล้ว