จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1501 ไล่ตามหลินหยุน
ในมือของโม่หยู่มีแสงสว่างทันที เธอรีบหยิบหินผลึกสีฟ้าออกมา มีรูปร่างเหมือนหัวเข็มขัด
เมื่อมองเห็นหินผลึกอันนี้ ทั้งสามคนหายใจเร็วด้วยความตกใจ มองหน้าโม่หยู่ด้วยความตื่นเต้นและพูด “เป็นคนของตระกูลโม่จริงๆ!”
ชายวัยรุ่นที่ได้รับบาดเจ็บ ดูเหมือนเขาลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังบาดเจ็บอยู่
เขาเอ่ยปากพูดกับโม่หยู่ทันที “ไม่ทราบว่าแม่นางชื่ออะไร?”
โม่หยู่แนะนำตัวทันที “ฉันชื่อโม่หยู่!”
“ผู้หญิงที่อยู่ด้านในคนนั้นชื่อฉินหลัน พวกคุณอย่าเข้าใจผิดนะ เพราะเธอก็มาจากดาวบรรพะเหมือนกัน พวกเธอมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติที่บรรพบุรุษของเราทิ้งไว้ในโลกคุนชาง!”
“ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้เกิดการต่อสู้ขึ้น พวกคุณสามคนมองเห็นเหตุการณ์ใช่ไหม?”
“ผู้ชายที่มาพร้อมกับพวกเรา เขาชื่อคุณชายหลินหยุน เขาใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติมาโลกใบนี้พร้อมกับแม่นางฉินหลัน!”
ผู้ชายสามคนนี้มาได้จังหวะพอดีแบบนี้ ก่อนหน้านี้พวกเขาจะต้องหลบซ่อนตัวอยู่อย่างแน่นอน
ตอนที่พวกเธอต่อสู้กับกันตรงทางเข้าหุบเขา จากนั้นก็เข้ามาในนี้ น่าจะอยู่ในการเฝ้าสังเกตการณ์ของอีกฝ่าย
วัยรุ่นชายที่ได้รับบาดเจ็บพูด “เป็นอย่างนี้นี่เอง! ก่อนหน้านี้ฉันเห็นผู้ชายคนนั้นอยากจะพาพวกเธอสองคนข้ามภูเขาหิมะไป แต่เขาลองดูสองครั้งแล้วก็ทำไม่ได้ เขาก็เลยปล่อยพวกเธอสองคนเอาไว้ตรงนี้ และเข้าไปคนเดียว เขาไปหาพวกเราใช่ไหม?”
โม่หยู่พูด “ใช่แล้ว! คุณชายหลินหยุนเป็นนักบำเพ็ญเซียนจากดาวบรรพะ พวกคุณสามคนก็น่าจะมองพลังของคุณชายหลินหยุนออก!”
“คุณชายหลินหยุนเป็นยอดฝีมือแดนจิตปฐมแล้ว!”
“ครั้งนี้ที่พวกเรามาแดนเหมันต์ เพื่อมาดูว่าพวกคุณมีอะไรที่ต้องการให้พวกเราช่วยไหม!”
วัยรุ่นชายพยักหน้าทันทีและพูด “เป็นอย่างนี้นี่เอง แต่พวกเราไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดิมเมื่อพันปีที่แล้ว ถ้าเขาตามหาตำแหน่งตามที่เธอให้ เขาก็หาพวกเราไม่เจออยู่แล้ว!”
“แต่ระยะทางก็ไม่ได้ไกลมากเท่าไหร่!”
“เอาอย่างนี้ละกัน ฉันจะพาพวกเธอสองคนไล่ตามเขาไป!”
“มิฉะนั้น คนที่ชื่อคุณชายหลินหยุน เขาไม่มีอะไรมายืนยันฐานะตัวเอง อาจจะเกิดความเข้าใจผิดก็ได้!”
“ถ้าลงมือกันจริงๆ ใครได้รับบาดเจ็บก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย!”
เมื่อโม่หยู่ได้ยินก็กังวลใจทันที เรื่องนี้เธอลืมไปเลยจริงๆ
เธอหันหน้ากลับไปมองฉินหลันที่อยู่ในวิมานทันที ตอนนี้ฉินหลันยืนอยู่หน้าวิมานด้วยความหวาดกลัว
โม่หยู่หายใจเข้าลึกๆและพูด “พี่ชายสามคน ฉันยังจากที่นี่ไปไม่ได้ เพราะแม่นางฉินหลันคนนี้ เป็นคนธรรมดาและไม่ได้ฝึกฝนบำเพ็ญเซียนเลย เธอรับมือกับสภาพแวดล้อมตรงนี้ไม่ไหวหรอก!”
“ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง พี่ชายสามคนรู้จักเส้นทางอื่นๆใช่ไหม?”
“มิฉะนั้น ถึงแม้พวกเราจากไป ก็คงข้ามภูเขาหิมะตรงนี้ไม่ได้!”
วัยรุ่นชายที่บาดเจ็บพูดทันที “แม่นางโม่หยู่โปรดวางใจ! พวกเรามีเส้นทางอื่นๆอยู่แล้ว มิฉะนั้น ด้วยพลังของพวกเราสามคน คงข้ามภูเขาหิมะไม่ได้เหมือนกัน!”
“สำหรับแม่นางฉินหลันที่อยู่ในวิมาน ถึงแม้เธอจะเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีพลังอะไรเลย แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก!”
ขณะที่วัยรุ่นชายพูด เขาก็หยิบผลไม้สีแดงเข้มที่มีขนาดเท่าลูกวอลนัตออกมา
ผลไม้อันนี้แห้งเหี่ยวมากๆ แต่บนผลไม้มีพลังที่นุ่มนวลและอบอุ่นกระจายออกมาตลอดเวลา
วัยรุ่นชายพูด “นี่คือลูกเมฆไฟ คือผลไม้ที่มาจากต้นเมฆไฟที่อยู่บนภูมิเมฆไฟ เนื่องจากตอนที่ผลไม้ยังสดอยู่ บนผลไม้มีลวดลายคล้ายกับก้อนเมฆ ก็เลยได้ชื่อแบบนี้!”
“การที่พวกเราสามารถเคลื่อนไหวอยู่ในหิมะได้อย่างอิสระ”
“เนื่องจากบนร่างกายของพวกเราทุกคน ต่างมีลูกเมฆไฟติดตัวอยู่!”
“มิฉะนั้น ถึงแม้พวกเราสามารถต้านรับสภาพแวดล้อมอันเยือกเย็นได้สักระยะหนึ่ง แต่พวกเราก็คงออกมาด้านนอกแบบนี้นานๆไม่ได้!”
เมื่อโม่หยู่ได้ยิน สายตาของเธอก็เปล่งประกายทันทีและพูด “มีของวิเศษอย่างนี้นี่เอง!”
ความเยือกเย็นของสถานที่แห่งนี้ มันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย!
ถ้าคนธรรมดาอยู่ด้านนอกที่เต็มไปด้วยหิมะ ชั่วพริบตาก็คงโดนแช่แข็งจนกลายเป็นมนุษย์น้ำแข็งแล้ว
แม้แต่พวกเธอที่เป็นยอดฝีมือแดนยาทอง ขาดแค่อีกก้าวเดียวก็สามารถฝึกฝนถึงแดนจิตปฐมแล้ว ถ้าอยู่ด้านนอกครึ่งวันหรือหนึ่งวัน ยังสามารถต้านรับความเยือกเย็นได้ ถ้าอยู่ด้านนอกมากกว่านี้ คงได้รับอันตรายอย่างแน่นอน
มีอีกเรื่องหนึ่ง ยิ่งเข้าไปส่วนลึกของแดนเหมันต์ ความเยือกเย็นก็จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ
จากเรื่องที่หลินหยุนอยากจะพาพวกเธอข้ามภูเขาหิมะไป ใช้พลังชี่ป้องกันกายยังปกป้องพวกเธอไม่ได้เลย เรื่องนี้ก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว
โม่หยู่ครุ่นคิดชั่วครู่ จากนั้นก็เอ่ยปากพูด “อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณเอาลูกเมฆไฟให้แม่นางฉินหลัน แล้วตัวคุณเองจะทำยังไง?”
วัยรุ่นชายที่ได้รับบาดเจ็บส่ายหัวและพูด “ไม่เป็นไร ฉันมีลูกเมฆไฟหลายอัน! นี่คือสิ่งของที่เอาไว้ช่วยชีวิตตัวเอง พวกเรามีลูกเมฆไฟมากกว่าหนึ่งอันอยู่แล้ว!”
“ดังนั้นแม่นางโม่หยู่วางใจได้เลย!”
“ใช่แล้ว แม่นางโม่หยู่ ฉันยังไม่ทันได้แนะนำตัวเลย ฉันเป็นลูกหลานของตระกูลเจียง!”
“ส่วนสองคนที่อยู่ข้างๆฉัน”
“คนหนึ่งเป็นลูกหลานของตระกูลโจว ส่วนอีกคนเป็นลูกหลานของตระกูลไป๋!”
“ฉันชื่อเจียงมู่ คนนี้ชื่อโจวต้าง ส่วนอีกคนชื่อไป๋หยู่”
โม่หยู่พยักหน้าและพูด “พี่เจียง พี่โจว พี่ไป๋นี่เอง! ในเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว พวกเราอย่าเสียเวลาอีกเลย รีบตามไปเถอะ!”
เจียงมู่พูด “ได้! แม่นางโม่หยู่เอาลูกเมฆไฟอันนี้ไปให้แม่นางฉินหลันได้เลย! พวกเราออกเดินทางตอนนี้เลย! เส้นทางที่พวกเราจะไปนั้น ห่างจากสถานที่แห่งนี้ไกลอยู่!”
โม่หยู่รับลูกเมฆไฟเอาไว้และเดินกลับไปที่วิมานทันที และเล่าเรื่องของผู้ชายทั้งสามคนให้ฉินหลันฟัง
ฉินหลันไม่ค่อยอยากจะจากไปจากวิมานแห่งนี้
เพราะเรื่องที่เธอกังวลก็คือ ถ้าหลินหยุนกลับมา เธอกลัวว่าหลินหยุนจะหาเธอไม่เจอ
โม่หยู่มองออกถึงความกังวลใจของฉินหลัน เธอก็เลยพูดเกลี้ยกล่อมทันที “พี่ฉินหลันไม่ต้องกังวลใจ พวกเราออกไปไล่ตามหลินหยุน ถึงแม้หลินหยุนเดินกลับมา พวกเราก็เจอหลินหยุนกลางทางอยู่แล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดของโม่หยู่ สายตาของฉินหลันก็เปล่งประกายทันที
เธอครุ่นคิดชั่วครู่ และรู้สึกว่าคำพูดของโม่หยู่มีเหตุผลมากๆ เธอก็เลยพยักหน้าตกลงทันที
เธอเอื้อมมือไปหยิบลูกเมฆไฟจากมือของโม่หยู่แล้วเก็บเอาไว้ใกล้ตัว มีพลังที่อบอุ่นมากๆแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเธอ ราวกับว่าร่างกายของเธอโดนความอบอุ่นโอบล้อมเอาไว้ด้านใน
ทั้งสองคนเดินออกมาจากวิมาน เจียงมู่ก็พูดทันที “แม่นางทั้งสองคน พวกเรารีบเดินทางกันเถอะ!”
เขาหันหน้าไปพูดกับโจวต้างและไป๋หยู่ทันที “น้องชายทั้งสองคน สถานที่นี้ยังต้องให้พวกคุณสองคนคอยเฝ้าสังเกตการณ์ เรื่องนี้คงต้องให้พวกคุณสองคนจัดการแล้ว!”
โจวต้างกับไป๋หยู่พยักหน้าและพูด “พี่เจียงโปรดวางใจ เรื่องนี้พวกเราสองคนจัดการเอง!”
เจียงมู่ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาตบไหล่ของสองคนนั้นเบาๆ จากนั้นก็บินขึ้นบนท้องฟ้าและตรงไปยังทิศตะวันตกของภูเขาหิมะ
เมื่อโม่หยู่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เธอก็พยักหน้าให้กับโจวต้างและไป๋หยู่ทันที จากนั้นก็จับฉินหลันเอาไว้และไล่ตามไปทันที
เมื่อพูดถึงหลินหยุน หลังจากเขาปีนข้ามภูเขาหิมะขนาดใหญ่ด้วยตัวเอง ทำให้เขาสูญเสียพลังไปมาก
แต่สำหรับเขาแล้ว มันยังอยู่ในขอบเขตที่เขาสามารถรับมือไหว
หลังจากฟื้นฟูพลังได้สักพัก หลินหยุนก็เคลื่อนไหวและตรงไปยังทิศเหนือทันที
ผ่านไปสองวัน ด้านหน้าปรากฏทุ่งน้ำแข็งจริงๆ เป็นทุ่งน้ำแข็งที่ใหญ่มากๆจนมองสุดลูกหูลูกตา
ราวกับมันเชื่อมต่อกับท้องฟ้า และมองไม่เห็นสุดทางของทุ่งน้ำแข็ง และอุณหภูมิก็หนาวมากๆจนคาดคิดไม่ถึง
แม้แต่ร่างแยกหนอนชั่วของเจียซินก็ถูกเก็บกลับไปทันที
หลังจากเดินไปข้างหน้าอีกหลายวัน มีแสงอันหนึ่งปรากฏตัวด้านหน้าของหลินหยุนทันที