จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1532 ขึ้นเรือ
ลานใจกลางห้องใต้หลังคานี้
จัดวางป้ายประกาศขนาดใหญ่มากไว้
ด้านบนเขียนประเภทต่างๆของตั๋วไว้อย่างละเอียด
ราคาที่จะต้องจ่าย
ส่วนล่างของห้องผู้โดยสารที่ต่ำที่สุด ก็เหมือนกับที่โม่หยู่พูดไว้ คนละหนึ่งแสนหินทิพย์
สูงขึ้นมาอีกหน่อยก็เป็นห้องระดับต่ำที่อยู่ถัดจากส่วนล่างสุด
นั่นเป็นห้องละสองคน
ราคาหนึ่งแสนห้าหมื่นหินทิพย์
หลังจากนั้นเป็นห้องในระดับกลาง ห้องคนเดียว สองแสนหินทิพย์ชั้นล่าง
สุดท้ายเป็นห้องเฟิร์สคลาส
ก็เป็นห้องที่อยู่ใกล้ชั้นบนสุด
สองแสนห้าหินทิพย์ชั้นล่าง
หลังจากนั้นก็เป็นห้องชั้นหนึ่งพิเศษที่อยู่บนสุด
ไม่เพียงเป็นห้องเดี่ยว
แถมยังเป็นแบบที่สามารถบำเพ็ญได้อีกด้วย
อีกอย่างยังมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความบันเทิงที่มีไม่น้อยเลย
แน่นอนว่า อย่างเช่นจำพวกคาสิโน ผู้โดยสารทุกชั้น ขอเพียงแค่มีหินทิพย์ งั้นก็เล่นได้หมดเลย
เดิมทีหลินหยุนคิดว่า
ส่วนล่างของห้องผู้โดยสารที่ถูกที่สุด น่าจะถูกขายจนหมดเกลี้ยงไปนานแล้วถึงจะถูก
เพราะว่าถึงอย่างไรหนึ่งแสนหินทิพย์ก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆแล้ว
แต่ว่าเห็นข้อมูลบนป้ายประกาศนั่นแสดงให้เห็นว่ากลับว่าไม่ใช่แบบนี้
ที่แท้ส่วนล่างของห้องผู้โดยสารทั้งหมด จำนวนคนที่เต็มควรจะจำนวน 1000คน
แต่ว่าตอนนี้ กลับว่าขายได้แค่800กว่าเท่านั้น
ยังเหลืออีกสองร้อยที่นั่ง
กลับว่าเป็นตั๋วเรือของห้องระดับต่ำ แล้วก็ห้องระดับกลางต่างหาก ที่ขายหมดเกลี้ยงแล้ว
ส่วนระดับเฟิร์สคลาสและระดับพิเศษ
ระดับเฟิร์สคลาสยังเหลือ 30-40ที่นั่ง
ระดับพิเศษมีเพียง200ที่นั่ง ในเวลานี้ก็ยังเหลือไม่เยอะแล้ว เกือบจะเต็มแล้ว
และพวกคนที่กำลังต่อแถวซื้อตั๋วเรือที่หน้างาน ก็แทบจะไม่ซื้อตั๋วที่นั่งส่วนล่างของห้องผู้โดยสารเลย ส่วนใหญ่ล้วนแต่ซื้อห้องระดับต่ำและห้องระดับกลาง
หั่วหยุนนั่นและผู้อาวุโสทั้งสองท่านที่ติดตามเขามา
ก็ซื้อตั๋วเรือระดับเฟิร์สคลาสแล้ว
ก็อาจจะรู้สึกเหมือนกันว่า ระดับพิเศษหรูหราเกินไปหน่อยแล้ว
แต่ว่า
หลังจากที่เห็นพวกเขาซื้อตั๋วเรือระดับเฟิร์สคลาส ก็ดึงดูดสายตาของผู้คนไม่น้อยเลย
สามคน
ตั๋วเรือระดับเฟิร์สคลาสสามใบ
ก็ไม่ใช่หินทิพย์จำนวนน้อยๆแล้ว!
คนแบบนี้ ล้วนแต่มีตัวตนและเบื้องหลังพอสมควรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และในเวลานี้
หั่วหยุนทั้งสามคนซื้อตั๋วเรือเรียบร้อยแล้ว เดินกลับมาแล้ว
หั่วหยุนยังมองไปทางฝั่งของหลินหยุนราวกับว่าแสดงพละกำลังของตัวเองให้อีกฝ่ายหวาดกลัวยังไงอย่างนั้น
เพียงแต่ว่าไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา
หลินหยุดกวาดสายตาไปมองอีกฝ่ายอย่างนิ่งๆ ก็ทำเป็นเหมือนไม่เห็น
อย่างรวดเร็ว ก็มาถึงคราวของหลินหยุนแล้ว
หลังจากที่หลินหยุนเงียบขรึมครู่หนึ่ง
ก็เลือกซื้อตั๋วเรือระดับเฟิร์สคลาสสี่ใบแล้วเช่นกัน
ไม่ว่าจะพูดยังไง
จะให้ผู้หญิงทั้งสามคนพักที่ที่ไม่เข้าท่าก็คงไม่ได้
อีกอย่างเมื่อเรือออกไปก็จะต้องล่องลอยในทะเลเป็นเวลาสามปี
ก็ไม่ใช่ช่วงเวลาสั้นๆ
ตั๋วเรือห้องเฟิร์สคลาสสี่ใบ
หนึ่งล้านหินทิพย์พอดี
หลังจากที่จ่ายไป
บนตัวของหลินหยุนยังมีหนึ่งล้านกว่าหินทิพย์
ใช้อย่างประหยัดหน่อย
ก็พอฝืนให้เขานำมาใช้ฝึกตนได้เพียงพอแล้ว
และเมื่อหลินหยุนขายทิ้งก็เป็นจำนวนหนึ่งล้านหินทิพย์ ก็ดึงดูดสายตาที่อิจฉาของผู้คนไม่น้อยเลยอีกครั้งแล้ว
ซื้อตั๋วเรือแล้ว
พาผู้หญิงทั้งสามคนออกมา หาเกสเฮ้าว์ง่ายๆแห่งหนึ่งในเมืองแล้ว
ทั้งสี่คนเข้าห้องพัก หลินหยุนก็พูดว่า “ยังอีก 20วันพวกเราก็จะออกทะเลอย่างเป็นทางการแล้ว และจะต้องใช้ชีวิตในทะเลนานถึงสามปี”
พูดแล้ว หลินหยุนมองไปยังโม่หยู่พร้อมพูดว่า “แม้ว่าอยู่ในทะเล ถ้าหากทางหอซิวซินมีข่าวคราวอันใด คุณก็น่าจะได้รับใช่ไหม?”
โม่หยู่พยักหน้าแล้ว พูดกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่มีปัญหา!หอซิวซินจะติดต่อผ่านวิธีที่พิเศษของพวกเขา เพื่อแจ้งพวกเราให้ทราบ!เรื่องนี้พี่หลินไม่ต้องเป็นกังวล!”
หลินหยุนได้ยินเข้าพยักหน้าแล้ว พูดกล่าว “เป็นเช่นนี้ก็ดี!งั้นสามสี่วันนี้พวกเราก็อยู่ในเกสเฮ้าว์แล้วกัน ฉันว่าโม่หยู่มีความรู้สึกที่ก้าวเข้าสู่แดนจิตปฐมแล้ว”
“แต่ว่ารออีกหน่อยดีกว่านะ!”
“รอหลังจากที่ไปถึงเขตกลางฟ้าแล้วค่อยว่ากัน!”
“ชี่ทิพย์จากฟ้าดินของทางฝั่งนั้น ใช่ว่าเขตเหนือจะสามารถเทียบได้”
“ถึงตอนนั้นคุณเข้าสู่จิตปฐมก็น่าจะง่ายกว่าหน่อย!”
โม่หยู่พยักหน้าพร้อมพูดว่า “ฉันก็คิดเหมือนกันกับพี่หลิน!”
หลินหยุนพูดกับฉินหลันอีกสามสี่ประโยค ก็ให้ฉินหลันพาซินเอ๋อสาวน้อยออกไปแล้ว
เห็นว่าผู้หญิงทั้งสองคนออกไป
โม่หยู่ก็เอ่ยปากพูดอีกครั้ง “พี่หลิน ตอนนี้คุณยังไม่ปลดล็อกพลังแห่งผนึกที่อยู่บนตัวเธอเหรอ?”
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกาย พูดกล่าว “เธอไม่เหมือนกับคุณ!”
โม่หยู่คิดว่าสิ่งที่หลินหยุนพูดคือนิสัยของทั้งสองคนหรือว่าอะไรบางอย่าง
พูดกล่าวทันทีว่า “พี่หลิน จริงๆฉันว่าซินเอ๋อยัยเด็กคนนี้ก็ไม่เลวเลยนะ แม้ว่าอายุจะไม่มาก แต่ว่ารู้จักประมาณตนมากเป็นพิเศษ เด็กคนนี้ฉลาดสุดขีด”
หลินหยุนพยักหน้าพร้อมพูดกล่าวว่า “ฉันหมายความว่า ผนึกของเธอไม่ได้ปลดล็อกได้ง่ายเหมือนกับของคุณขนาดนั้น!ไม่เช่นนั้น ฉันลงมือจัดการไปตั้งนานแล้ว!”
“ลงมือตอนนี้ ไม่แน่ใจจะสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบได้!”
“พลังแห่งการผนึกที่อยู่บนตัวของเธอ แข็งแกร่งกว่าคุณไม่ต่ำกว่าสิบเท่า!”
ได้ฟังคำพูดของหลินหยุน โม่หยู่พูดอย่างตกใจทันทีว่า “พี่หลิน นี่จะเป็นไปได้ยังไงกัน?”
หลินหยุนพูดกล่าว “ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เธอน่าจะเป็นสายเลือดฮ่องเต้ แม้ว่าไม่ใช่ฮ่องเต้ ก็เป็นผู้เก่งกาจทรงพลังที่มากเกินความคาดหมายจริงๆ!เพราะงั้นพลังแห่งเส้นสายแข็งแกร่งมาก!”
“ตอนแรกที่บรรพบุรุษของเธอถูกผนึกไว้ ก็ได้รับการดูแลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว!”
โม่หยู่สูดหายใจเข้าลึกๆ พูดด้วยสีหน้าที่ดูแย่มากว่า “ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง!”
หยุดชะงักครู่หนึ่ง เอ่ยปากพูดอีกครั้ง “แต่ว่านี่พวกเรากำลังจะไปยังเขตกลางฟ้าแล้ว ก่อนหน้านี้พี่หลินก็พูดแล้ว ถ้าหากนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์มีการเคลื่อนไหวใดๆ ตอนที่ปลดล็อกผนึกของฉัน ทำให้ผู้เก่งกาจทรงพลังนั่นตื่นตระหนกตกใจแล้ว ”
“ตอนนี้ซินเอ๋อยัยเด็กคนนี้ นำพาผนึกไปยังเขตกลางฟ้าแล้ว หรือว่านี่ก็พูดได้ว่าพวกเราจะถูกพุ่งเป้างั้นเหรอ? ”
หลินหยุนพยักหน้าพร้อมพูดว่า “แม้ว่าพูดแบบนี้ แต่ช่วงเวลานี้ ก็ยังไม่จำเป็น!ผู้เก่งกาจท่านนั้น แสดงให้เห็นว่าไม่ได้อยู่ดาวบำเพ็ญนี้ และอยู่ในระยะที่ไกลอย่างมาก”
“คิดอยากจะกลับกลับว่าไม่ใช่เรื่องในช่วงระยะเวลาสั้นๆ!”
“เพราะงั้นภายในระยะเวลาสั้นๆ น่าจะไม่มีทางเกิดปัญหาใหญ่เกินไปแน่”
“แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าหากเป็นได้ล่ะก็ สามารถปลดล็อกผนึกให้ได้เร็วหน่อยเป็นสิ่งที่จำเป็นนะ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรื่องราวที่ยืดเยื้อออกไปจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ดีเกิดขึ้น”
โม่หยู่ได้ยินก็พยักหน้าแล้ว
หลังจากนั้นบอกลาหลินหยุน ออกไปจากห้องของหลินหยุนแล้ว
เพียงพริบตาเดียวก็ผ่านไป 20วันแล้ว
เรือเดินสมุทรลำใหญ่ที่ไม่อาจจะเทียบเทียมได้ลำหนึ่ง ขับมาท่ามกลางทะเลไม่สิ้น จอดที่เหนือขอบฟ้าแล้ว
ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนไปยังเรือเดินสมุทร
เพราะว่าวันนี้ก็เป็นวันที่ขึ้นเรือ
หลินหยุนพาผู้หญิงทั้งสามออกไปจากเกสเฮ้าว์เลย
มุ่งตรงไปยังท่าเรือของชายฝั่ง
คนกว่าหลายพันคนรวมตัวอยู่ที่ชายฝั่ง รอคอยที่จะขึ้นเรือ
นัยน์ตาและสีหน้าท่าทางของทุกๆคน ล้วนแต่นำมาซึ่งความตื่นเต้นและดีใจ
พวกเขาเหล่านี้
อยู่ที่เขตเหนือสามารถพูดได้ว่าฐานะไม่ได้ต่ำต้อยเลย
แต่ว่า
ตอนนี้ไปที่เขตกลางฟ้า!
นี่สำหรับแต่ละคนแล้ว ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง
เพราะงั้น ตื่นเต้นก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้แต่โม่หยู่ก็เป็นเช่นนี้
เพราะว่าในฐานะผู้ฝึกตนแห่งเขตเหนือ
ทั้งชีวิตนี้ มีโอกาสครั้งหนึ่งที่จะได้ไปเขตกลางฟ้า
ช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
เพราะงั้น
ในขณะที่ตื่นเต้น สายตาของโม่หยู่ก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังหลินหยุนแล้ว
ทุกอย่างนี้ล้วนแต่เป็นเพราะการปรากฏตัวของหลินหยุน