จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1552 มาถึงเกาะนกนางนวล
บทที่ 1552 มาถึงเกาะนกนางนวล
ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่หลินหยุนจะสามารถแสดงร่างรางของมหากษัตริย์ได้
ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว
หลังจากที่เขาฟื้นคืนชีวิตกลับมานั้น
ด้วยพลังบำเพ็ญที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงค่อย ๆ พบว่ามีดวงจิตที่เคยได้เก็บรักษาเอาไว้
สิ่งนี้สามารถพูดได้ว่าเป็นไพ่เด็ดคุ้มกันชีวิตใบสุดท้าย ที่แข็งแกร่งทรงพลังอย่างที่สุด
สิ่งที่เขาพิจารณานั้น
ก็คือว่า เพื่อที่จะได้ครอบครองแก้วหินวิญญาณของพญาค้างคาว แล้วต้องแสดงร่างรางของมหากษัตริย์เป็นครั้งสุดท้ายนั้น มันเหมาะสมและคุ้มค่าหรือไม่
อันที่จริงไม่ว่าจะพิจารณาในด้านไหน
ล้วนแต่เป็นการสูญเสียทั้งหมด!
พิจารณามาถึงขั้นสุดท้าย หลินหยุนก็ยังคงตัดสินใจที่จะใช้อยู่ดี!
ก็เหมือนกับที่เจียซินพูดไว้ว่า
นี่เป็นโอกาสครั้งยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
ที่จะสามารถได้ครอบครองแก้วหินวิญญาณของพญาค้างคาว
ซึ่งจะทำให้ทั้งการบำเพ็ญฝึกฝนและหล่อหลอมด้านพลังแห่งจิตวิญญาณของเขาในอนาคตนั้น สะดวกราบรื่นอย่างมากเลยทีเดียว
อย่างน้อยก่อนที่จะเข้าสู่ธรรมะก็คงเป็นแบบนี้
โดยไม่จำเป็นที่จะต้องไปตามหาสมบัติล้ำค่าเพื่อบำเพ็ญฝึกฝนด้านจิตวิญญาณอีกต่อไปแล้ว
เพียงแค่ดูดซับพลังของแก้วหินวิญญาณอย่างต่อเนื่องก็เพียงพอแล้ว!
นี่ก็คือโชคชะตา!
แต่หากเก็บไพ่เด็ดใบนี้ไว้ ก็เท่ากับว่าเขาจะต้องไปตามหาสมบัติล้ำค่าและทรัพยากรที่มากขึ้น
ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะตามหากันได้ง่าย ๆ
ดังนั้น
เขาจึงได้ตัดสินใจ
กลืนกินแก้วหินวิญญาณของพญาค้างคาวที่ถูกผนึกเอาไว้
ทำให้สามารถครอบครองทะเลพลังจิตของพญาค้างคาวได้โดยสมบูรณ์
บวกกับรอยประทับสุดท้ายที่ปลดปล่อยโดยร่างรางของมหากษัตริย์
ทำให้พญาค้างคาวในเวลานี้ ไม่มีการดิ้นรนต่อสู้อะไรเลย
เพราะว่ามันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของหลินหยุนไปแล้ว
เวลานี้ หลินหยุนมีสีหน้าขาวซีดอยู่บ้าง
พลังแห่งจิตวิญญาณควบคุมพญาค้างคาวให้มุดออกไปยังท้องทะเล
โดยที่เขานั่งอยู่บนศีรษะของพญาค้างคาว
รับรู้สัมผัสเล็กน้อย จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้
โดยเขาได้ประทับรอยประทับไว้บนร่างของฉินหลันและโม่หยู่สองหญิงสาวนั้น
แม้ว่าในเวลานี้จะอยู่ท่ามกลางทะเลไม่สิ้น
ระยะห่างของทั้งสองฝ่ายจะห่างไกลกันเป็นอย่างมาก
แต่ความรู้สึกอันเบาบางก็ยังคงมีอยู่บ้าง
พญาค้างคาวมุ่งหน้าเดินทางอย่างรวดเร็วในทะเลไม่สิ้น
ด้านหลังยังมีค้างคาวทะเลติดตามมาอยู่เป็นจำนวนมาก
นี่คือราชาของพวกมัน
ภายใต้คำสั่งของราชา พวกค้างคาวทะเลจำนวนมากจะต้องติดตามอยู่อย่างใกล้ชิดแน่นอน
เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบวัน
ในที่สุด
บริเวณเบื้องหน้า ก็มองเห็นเรือทะเลลำใหญ่หนึ่งลำ
เรือทะเลมีความเร็วอย่างมาก
แต่พญาค้างคาวมีความเร็วมากยิ่งกว่า
เมื่อเห็นเรือลำใหญ่นั้น
หลินหยุนก็ถอนหายใจยาว
ในที่สุดก็ไล่ตามทันแล้ว!
ไม่รู้ว่าพวกคนบนเรือนั้น เมื่อได้พบเห็นเขา จะแสดงอาการท่าทางอย่างไรกันบ้าง
แต่ว่า
หลังจากที่ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้ว
หลินหยุนก็ยังไม่ได้เข้าไปใกล้
เพราะว่าหากเข้าไปใกล้ในตอนนี้
อาจจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นก็เป็นได้
เมื่อพิจารณาจากรอยประทับบนร่างของฉินหลันและโม่หยู่ที่ไม่ได้มีการถูกทำร้ายอะไรนั้น
นั่นแสดงว่าหญิงสาวทั้งสองที่อยู่บนเรือไม่ได้ประสบกับอันตรายใด ๆ
ระยะห่างใกล้เข้ามามากขนาดนี้แล้ว
ความรู้สึกสัมผัสก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น
จึงทำให้หลินหยุนวางใจลงได้อย่างสิ้นเชิง
ค้างคาวทะเลบินไล่ตามอย่างต่อเนื่อง โดยที่หลินหยุนติดตามอยู่ด้านหลังของเรือใหญ่ในช่วงระยะห่างออกไกล
ติดตามแบบนี้มาเป็นเวลานานนับเดือนแล้ว
จนวันหนึ่ง
ด้านหน้าก็ปรากฏพื้นดินแห่งหนึ่งขึ้น
หรือจะบอกว่าเป็นเกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งน่าจะเหมาะสมมากกว่า
มองไปยังเกาะแห่งนั้น
หลินหยุนดวงตาเป็นประกาย และพูดพึมพำกับตนเองว่า “นั่นคงจะเป็นเกาะนกนางนวลล่ะสิ? ”
เพราะว่าในช่วงหลายวันมานี้
เขาได้พบเจอกับนกนางนวลทองระดับต่ำจำนวนมากแล้ว
นั่นเป็นเพราะเข้าใกล้กับเกาะนกนางนวลแล้ว
เจียซินพูดขึ้นว่า “พวกเราจะขึ้นไปบนเกาะไหม? ”
หลินหยุนพยักหน้า
ลองไปดูกันสักหน่อยแล้วกัน”
และพูดว่า “จะต้องไปแน่นอน! บนเกาะนกนางนวลนี้น่าจะมีทรัพยากรอยู่ไม่น้อย
ตอนนี้หลินหยุนคิดอยู่อย่างเดียวว่าต้องการค้นหาทรัพยากรในการบำเพ็ญฝึกฝนให้ได้จำนวนมาก
เพื่อที่จะยกระดับพลังบำเพ็ญของตนเอง
นอกเหนือจากนี้แล้ว เขาก็ไม่ได้คิดอะไรอีก
โดยเกาะนกนางนวลแห่งนี้
แม้แต่สำนักใหญ่ต่าง ๆ ในเขตกลางฟ้า
ต่างก็ได้จัดเตรียมให้ยอดฝีมือมาอยู่ในที่แห่งนี้ด้วย
นั่นเป็นเพราะที่นี่มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์
เจียซินพูดขึ้นว่า “ถ้าเป็นแบบนี้ พวกเราก็อย่าได้เข้าใกล้มากจนเกินไป! ”
“เพราะว่าพญาค้างคาวนี้เป็นที่สะดุดตาอย่างมาก! ”
หลินหยุนพยักหน้า “ไม่เป็นไร ดำลงไปใต้น้ำลึกก็ได้แล้ว! ”
ขณะที่พูด
ร่างของเขาก็แวบหายไป โดยเข้าไปอยู่ในปากของพญาค้างคาวอีกครั้ง
ร่างที่ใหญ่โตของพญาค้างคาวได้ดำดิ่งลงไปยังส่วนลึกใต้ท้องทะเล
และเดินทางไปอีกกว่าครึ่งเดือน
เกาะนกนางนวลนั้นก็อยู่เบื้องหน้าแล้ว
เรือใหญ่ได้จอดพักอยู่ริมฝั่งทะเล
ทุกคนต่างก็ทยอยกันลงจากเรือ
ที่แห่งนี้ เรือทะเลจะต้องจอดพักเพื่อทำการตรวจเช็คบำรุงเป็นเวลาหนึ่งเดือน
ดังนั้นทุกคนจะต้องลงมาจากเรือทั้งหมด
ข้อแรกก็เพื่อเปิดหูเปิดตา รับชมสภาพของเกาะนกนางนวลที่เล่าขานในตำนานว่าเป็นอย่างไร
ข้อสองก็เพื่อพักผ่อนร่างกายให้เต็มที่
โดยหลังจากการต่อสู้อันดุเดือดที่ผ่านไปก่อนหน้านี้นั้น
อย่ามองว่าได้ผ่านพ้นไปเป็นเวลานับเดือนแล้ว แต่การที่ต้องเดินทางล่องเรืออยู่กลางทะเลนั้น แทบจะไม่ได้ฟื้นฟูสภาพร่างกายอะไรเลย
โดยเฉพาะพวกยอดฝีมือขั้นแดนจิตปฐม ที่ร่างกายของแทบทุกคนต่างก็ได้รับบาดเจ็บที่หนักและเบากันบ้างทั้งนั้น
หากไม่ทำการฟื้นฟูในสถานที่แห่งนี้
หากว่าเกิดเหตุอันตรายอะไรขึ้นอีก
ก็คงจะต้องจบชีวิตลงไปเป็นแน่แล้ว!
เห็นเรือทะเลจอดพักอยู่ริมฝั่ง
หลินหยุนก็มาถึงสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป โดยออกมาจากร่างพญาค้างคาว แล้วกระโดดขึ้นไปบนเกาะนกนางนวล
เพราะว่าที่นี่คือกลางทะเลไม่สิ้น
หากจะต่อกรกับอสูรกายใต้น้ำ โดยเฉพาะยอดอสูรกายใต้น้ำที่เทียบเท่าได้กับขั้นแดนดั่งเทพนั้น
คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างเด็ดขาด
หลินหยุนย่ำก้าวขึ้นมาบนเกาะ
หลังจากที่ได้ปรับเปลี่ยนการแต่งกายและกลิ่นอายลมหายใจ รวมไปถึงปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาด้วยเล็กน้อย จากนั้นก็มาถึงบริเวณที่จอดเรือใหญ่
โดยคนที่อยู่บนเรือนั้น ก็กำลังทยอยลงเรืออยู่
คนจำนวนนับพันทยอยกันลงจากเรือ
ซึ่งถือว่ามีจำนวนที่ไม่น้อยเลย
โดยที่หลินหยุนยืนมองดูอยู่ที่ไกลออกไปอย่างเงียบสงบ
รอยประทับที่เขาประทับไว้บนร่างของฉินหลันและโม่หยู่ สามารถที่จะทำให้เขารับทราบถึงตำแหน่งที่อยู่ของทั้งสองคนอย่างชัดเจน
รอประมาณครึ่งชั่วโมง
ในที่สุดหญิงสาวทั้งสองคนก็พาซินเอ๋อ ปรากฏตัวขึ้นในสายตาของเขาแล้ว
แต่สิ่งที่หลินหยุนคาดคิดไม่ถึงก็คือ
เวลานี้หญิงสาวทั้งสองคนกำลังเดินตามอยู่ด้านหลังของนางฟ้าปรวนแปรและยายเฒ่าจิวซานนั้น
เมื่อย้อนคิดทบทวน หลินหยุนก็พอที่จะเข้าใจจุดสำคัญได้บ้างแล้ว
จึงไม่ได้รีบร้อนเข้าไปหา
เห็นหญิงสาวทั้งสองคนอยู่ข้างกายของนางฟ้าปรวนแปร
เขาเองก็วางใจลงได้อย่างมากเลย
เดิมทีหลินหยุนคิดว่าเมื่อพวกเธอปรากฏตัวขึ้น ก็จะพาหญิงสาวทั้งสองไปในทันที
แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังนี้แล้ว
ความคิดของเขาก็ได้แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพียงแค่นางฟ้าปรวนแปรไม่เปลี่ยนแปลงความคิดเป็นอย่างอื่น ถ้าอย่างนั้นแล้วหากหญิงสาวทั้งสองคนเดินตามอยู่ด้านหลังของเธอ ก็คงจะรับประกันความปลอดภัยได้บ้าง
ถึงขนาดที่มีความปลอดภัยมากกว่า เดินตามอยู่ด้านหลังของเขาเสียอีก
แต่เขาเองก็ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่านางฟ้าปรวนแปรนั้น คิดวางแผนการอะไรไว้กันแน่
เมื่อเห็นกี่คนนั้นลงมาจากเรือแล้ว
ก็มีหญิงวัยกลางคนสองคน รีบเข้ามาต้อนรับโดยเร็ว
หญิงวัยกลางคนทั้งสองคนนี้
ต่างก็สวมใส่ชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อน และในมือก็ถือกระบี่ยาวสีขาวคนละเล่ม
เมื่อเข้ามาต้อนรับแล้ว ก็ได้นำพานางฟ้าปรวนแปรและยายเฒ่าจิวซาน มุ่งหน้าเดินเข้าไปในเมืองนกนางนวล