จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1562 โม่หยู่บรรลุขั้น
บทที่ 1562 โม่หยู่บรรลุขั้น
พอเห็นหลินหยุนออกมา
ฉินหลันก็รีบพูดว่า “เสี่ยวหยุน แม่นางโม่หยู่จะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
หลินหยุนพูดเบาๆ ว่า “อาจจะมีอันตรายหน่อย แต่ว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่!เพียงแต่ว่าอยากจะบรรลุเลยในครั้งเดียวมันจะยากหน่อย ผมว่าน่าจะติดขัดที่ขั้นตอนสุดท้าย!”
“แต่ว่าไม่เป็นอะไรหรอก!”
“เป็นอาการปกติแบบนี้นั่นแหละ!”
พอได้ยินหลินหยุนพูดแบบนี้ ฉินหลันก็ค่อยเบาใจขึ้นมาหน่อย
หลังจากนั้น10วัน
กลิ่นอายพลังในวิมานก็ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นมา
เป็นกลิ่นอายพลังของแดนจิตปฐม และพุ่งลอยสูงขึ้นไม่หยุด
เนื่องจากค่ายกลที่หลินหยุนตั้งขึ้น
ด้านนอกก็เลยไม่เห็นการเคลื่อนไหวที่ชัดเจน
แต่หลินหยุนเป็นคนตั้งค่ายกลขึ้นมากับมือ
สถานการณ์ภายใน
หลินหยุนรับรู้ได้เป็นอย่างดี
พัฒนาได้อย่างค่อนข้างราบรื่น
ใช้แค่10วัน
จริงๆ แล้วก็เหนือความคาดหมายของหลินหยุนไปเหมือนกัน
นี่ใช้เวลาสั้นกว่าตอนที่หลินหยุนจะบรรลุในตอนนั้นเสียอีก
แน่นอนว่า
เป็นเพราะว่าโม่หยู่ได้สะสมพลังไว้อย่างมากแล้ว
ไม่อย่างนั้นก็จะไม่เกิดสถานการณ์แบบนี้
น่าจำลังสร้างโลกกำลังภายในตัวแล้ว!
หลินหยุนใช้พลังเข้าไปสัมผัส
จากนั้นก็เก็บพลังจิตญาณกลับมา
แล้วฟังเจียซินพูดว่า “เด็กผู้หญิงคนนี้มีพรสวรรค์ไม่น้อย ถ้าได้ชุบเลี้ยงอยู่ในสำนักใหญ่ๆล่ะก็ ความสำเร็จในอนาคตคงจะต้องรุ่งโรจน์แน่ๆ !เพียงแต่ว่าวิชาที่เธอฝึกนั้น มันค่อนข้างจะแตกต่างกับรากทิพย์ของเธอ มันไม่ค่อยสอดคล้องกันมาก!”
หลินหยุนพยักหน้า
จุดนี้ เขาก็มองออกมาตั้งนานแล้วเหมือนกัน
แต่ว่าเขาไม่จำเป็นที่จะต้องไปพูดอะไรมาก
เพราะว่าวิชาที่โม่หยู่เป็นวิชาของตระกูลที่สืบทอดมา
ถึงแม้จะไม่ค่อยสัมพันธ์กันมากเท่าไรนัก
แต่ระดับของวิชาก็ไม่เลวเหมือนกัน
เส้นทางการฝึกวิชามันก็แบบนี้แหละ
ไม่ใช่บอกว่าคนที่มีวิชาระดับสุดยอดแล้วจะฝึกกันได้ทุกคน
วิชาที่ยิ่งมีระดับสูง
ถ้าอยากจะฝึกมัน
ก็จะยิ่งมีความยากมากขึ้น
ดังนั้น
เรื่องการเลือกวิชาที่จะฝึกนั้น
สำคัญที่สุดก็คือความเหมาะสมสัมพันธ์กัน
ผ่านไปอีก3วันแล้ว
กลิ่นอายพลังของจิตปฐมในถ้ำวิมาน ได้มาถึงจุดที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว
ความแข็งแกร่งของพลังนี้
แม้แต่หลินหยุนเองก็ยังคิดไม่ถึง
คิดไม่ถึงว่าโม่หยู่จะสามารถมาถึงขั้นนี้ได้
ในถ้ำวิมาน
มีพลังที่หมุนวนขนาดใหญ่ล้อมรอบโม่หยู่
กลืนกินพลังทิพย์ไม่หยุดอย่างบ้าคลั่ง
แต่ว่า ในตอนนี้เอง
หลินหยุนก็หันขวับไปมอง
วินาทีต่อมา ก็เคลื่อนตัวไปอย่างเร็ว เข้าไปในถ้ำวิมานนั้น
โม่หยู่ในตอนนี้ ร่างกายได้พองใหญ่ขึ้นเหมือนลูกบอล
พอเห็นดังนั้น
หลินหยุนก็ตกใจขึ้นมา
แกว่งแขนไป
เพื่อไปทำลายค่ายกลรวมพลังก่อน
จากนั้นก็ไปตัดพลังที่เกี่ยวเนื่องกันระหว่างตัวโม่หยู่กับชี่ทิพย์ด้านนอก
ทำให้โม่หยู่ไม่สามารถดูดซับชี่ทิพย์ได้อีก
และในขณะเดียวกัน
พลังที่ไร้ลักษณ์สายหนึ่งรวมตัวกัน
หลินหยุนสกัดจุดไป
แล้วก็เข้าไปอยู่ในร่างกายของโม่หยู่
ถึงแม้จะเป็นหญิงชายต่างกัน
แต่ตอนนี้จะไปสนอะไรมากไม่ได้
ภายใต้การนำพาของพลังจิตญาณ
ทั่วกายของโม่หยู่ ก็มาปรากฏขึ้นในหัวของหลินหยุนทั้งหมด
ไม่นาน พลังทิพย์ที่เต็มเปี่ยม ก็ถูกหลินหยุนนำพาออกมาทั้งหมด
ส่วนร่างกายของโม่หยู่ ก็รีบกลับกลายเป็นเหมือนเดิมทันที
พักใหญ่
ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวและเงียบสงบไป
แล้วก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา
พอเห็นหลินหยุน โม่หยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างเจ็บปวดหนึ่งครั้ง
“พี่หลิน ขอบคุณมากเลยนะพี่หลิน”
หลินหยุนส่ายหัว แล้วขมวดคิ้วพูดว่า “แม้แต่จะบรรลุระดับพลังก็ยังควบคุมตนเองไม่ได้ สมาธิของเธอนั้นขาดการฝึกฝนมากเลยนะ!”
โม่หยู่ก็ไม่ปฏิเสธ!
ถ้าไม่ได้หลินหยุนลงมือช่วยทันเวลาล่ะก็ เธอก็คงจะถูกพลังทิพย์ทำให้ร่างกายพองตัวจนระเบิดตายไปแล้ว!
ยังดีที่มีหลินหยุนคอยช่วย
ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “ขอบคุณพี่หลินมากเลย!”
“ไม่เป็นไร ถึงแม้จะไม่สามารถก้าวข้ามขั้นสุดท้ายไปได้ทั้งหมด แต่ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว!ควบคุมพลังให้นิ่งก่อนเถอะ
หลินหยุนพูดว่า
ห่างจากการเข้าสู่ขั้นจิตญาณไม่ไกลแล้ว!”
พูดไป หลินหยุนก็เคลื่อนตัวออกถ้ำวิมานมาอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นหลายวัน
โม่หยู่ก็เดินออกมาจากถ้ำวิมานเองเลย
โม่หยู่ในตอนนี้
ถึงแม้จะบอกว่ายังไม่สามารถข้ามจุดนั้นได้ทั้งหมดแล้วกลายเป็นผู้บำเพ็ญแดนจิตปฐม
แต่พลังบนตัวของเธอนั้น ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน!
แค่ด้านความแข็งแกร่งของพลัง ก็ได้ใกล้เคียงกับหลินหยุนมากแล้ว
โลกกำลังภายในตัวถูกเปิดออก
สำเร็จแดนจิตญาณ
เพียงแต่ว่ายังไม่ได้ก้าวออกจากจุดนั้นก็เท่านั้นเอง
อีกไม่กี่วัน
ก็จะสำเร็จแล้ว
พอเห็นโม่หยู่ออกมา
ทั้งสี่คนก็เดินทางกันต่อ
วันนี้
ด้านหน้าปรากฏเมืองเล็กๆ อีกแห่งหนึ่ง
เมืองนี้ เมื่อเทียบกันแล้ว ไม่ต่างกับเมืองซินเฉิงครั้งก่อนมากนัก
แต่ว่าตอนที่หลินหยุนเข้าเมืองไปนั้น ก็พบว่าอะไรที่ผิดปกติ
เพราะว่าบนท้องฟ้าของเมืองนี้
กลับปรากฏเงารูปภาพตัวของเขาขนาดใหญ่
เป็นภาพตอนที่เขาเข้าไปในเขตกลางฟ้า แล้วสู้กับชายชราสำนักพญาทะเล
และมีพลังที่เหมือนกันมากด้วย
ในภาพตอนนี้
มีคำว่า ฆ่า ขนาดใหญ่ประทับลงบนภาพนั้น
พอเห็นดังนั้น
หลินหยุนก็ขมวดคิ้ว
จากนั้นก็รีบออกจากเมืองไป
และตอนที่หลินหยุนออกเมืองไปนั้นเอง
ที่ตึกแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง ดวงตาแก่ๆ คู่หนึ่งก็ลืมขึ้นมา
ตามด้วยเสียง เหอะ อย่างไม่พอใจ ร่างแก่ๆ ก็หายวับไป
หลินหยุนก็สัมผัสได้ว่าท่าไม่ดี
พอออกมาจากเมือง ก็รีบไปหาสามสาวทันที แล้วก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกต่อไป
ไม่นานมากนัก
พลังอันแข็งแกร่งทางด้านหลัง ก็รีบตามเข้ามา
หลินหยุนหัวเราะเสียงเย็น แล้วเดินหน้าต่อไป
ในหัวก็ได้รับรู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ชาติที่แล้วเขาผ่านอะไรมาเยอะมาก
สถานการณ์แบบนี้ก็เจอมาไม่น้อย
ขอเพียงได้คิดก็เข้าใจขึ้นมาทันที
ทางฝั่งสำนักพญาทะเลคงจะต้องประกาศคำสั่งตามฆ่าอะไรสักอย่างแน่
ในเขตพื้นที่ของสำนักพญาทะเลทั้งหมดก็คงจะเป็นแบบนี้
แต่ว่า
เมื่อเทียบกับตนเองในชาติที่แล้วนั้น ได้เปลี่ยนใบหน้าและพลังไปแล้ว
ฝั่งตรงข้ามก็ยังคงตามหาตนเองจนพบได้
นี่ก็เลยเหนือความคาดหมายไป
ชายแก่ติดตามมาเร็วมาก
แทบจะชั่วพริบตาก็มาถึงด้านหลังของหลินหยุนแล้ว
“ไอ้หนู มึงหนีไม่พ้นหรอก!”
พอได้ยินเสียงของฝั่งตรงข้าม หลินหยุนก็ทำเหมือนไม่ได้ยิน
แล้วรีบเดินหน้าต่อไป
ผ่านไปอีกชั่วอึดใจ
ชายแก่ก็เข้ามาประชิดตัว
แล้วซัดฝ่ามือออกไปอย่างแรง
พลังซัดเข้ามาอย่างรุนแรง
หลินหยุนก็ตาเป็นประกาย แล้วรีบหลบหลีกไปทันที
ในตอนนี้เอง ชายแก่ก็ได้มาอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว
แล้วจับตัวของหลินหยุนไว้
หลินหยุนก็หยุดยืนให้มั่นคง แล้วมองไปที่ฝั่งตรงข้าม
ไม่รอให้หลินหยุนเอ่ยปาก ชายแก่ก็หัวเราะเสียงเย็นพูดออกมาว่า “หลินหยุนใช่ไหม มึงนี่แหละ เกือบจะฆ่าผู้อาวุโสซือเหวินของสำนักพญาทะเลตายใช่ไหม? กูว่าพลังของมึงมันก็ไม่เท่าไรนี่หว่า!”
หลินหยุนพูดนิ่งๆ ว่า “ในเมื่อพูดแบบนี้ อย่างนั้นพวกเราก็มาประลองกันหน่อยเป็นไง!”
พอสิ้นเสียง หลินหยุนก็ลงมือทันที
พลังจิตญาณหมุนออกมา แส้วิญญาณก็ชักออกมาอย่างรุนแรง
แต่ชายแก่เหมือนจะเตรียมรับมือไว้แล้ว
แสงบนตัวสาดประกายออกมา แล้วปกคลุมตนเองไว้ด้านใน
พอตอนที่แส้วิญญาณฟาดลงมาที่แสงบนตัวของเขานั้น
ถึงแม้แสงนั้นจะสลายไปทันที
แต่ก็ไม่สามารถทำอันตรายอะไรกับจิตญาณของฝั่งตรงข้ามได้เลย!