จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1565 แยกกันไป
บทที่ 1565 แยกกันไป
โม่หยู่พูดอีกว่า “ถ้าไม่ใช่คนของ30สำนักนั้น แต่ละคนใช้ค่าใช้จ่ายคนละสามแสนหินทิพย์!”
“และไม่สามารถจะใช้ตอนไหนก็ได้!”
“จะต้องรอ!”
“แล้วก็!”
“ค่ายกลเคลื่อนย้ายขนาดใหญ่แบบนี้ มันเสียพลังงานค่อนข้างมาก!”
“ฉันไปสืบมาอย่างละเอียดแล้วว่า!”
“แต่ละเดือนเคลื่อนย้ายได้แค่ครั้งเดียว!”
“ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวมาก!”
“แค่ด้านหินทิพย์ ก็ถือว่าต้องใช้เยอะมากเลย…..”
เธอไม่ได้พูดอะไรต่ออีก
ต้องจ่ายคนละสามแสนหินทิพย์
มี4คน ทั้งหมดก็หนึ่งล้านสองแสนหินทิพย์!
บนตัวของพวกเขา ไม่มีหินทิพย์มากมายขนาดนั้น
แต่หลินหยุนในตอนนี้ก็กำลังครุ่นคิด
พูดไป
ก็เห็นแสงในมือของหลินหยุน
แล้วก็มีแหวนเก็บของปรากฏออกมาสองอัน
นี่ก็คือข้าวของจากยอดฝีมือจิตปฐมของสำนักพญาทะเลสองคนนั้น
ของดีในนี้มีไม่มาก
แต่อสูรกายใต้น้ำไม่น้อย
แถมยังมีของวิเศษไม่ธรรมดาอีกสองอัน
ล้วนเป็นของที่มีราคาไม่เบาเลยทีเดียว
จะขายออกไปในราคาเป็นล้านก็ไม่มีปัญหา
ถือแหวนเก็บของสองอันนี้ไว้
โม่หยู่ก็พยักหน้า
ไม่นานก็เข้าไปในเมืองอีกครั้ง
อสูรกายใต้น้ำ
โดยเฉพาะอสูรกายใต้น้ำที่ระดับสูง
ล้วนได้รับความนิยม!
โดยเฉพาะอันที่มีสภาพสมบูรณ์
ทุกร้ายล้วนรับซื้อ
ดังนั้น
โม่หยู่จัดการเร็วมาก
แค่ช่วงดื่มชาหมดแก้ว ก็กลับออกมาอีกครั้งแล้ว
ไปลงชื่อใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย!ส่วนผมจะเลือกไปข้ามเทือกปรลัยเอง!”
มองไปยังโม่หยู่
หลินหยุนก็พูดว่า “เอาอย่างนี้ พวกคุณสามคน
พอได้ยินคำพูดของหลินหยุน สองสาวฉินหลันกับโม่หยู่ก็สีหน้าเปลีย่นทันที
ฉินหลันรีบพูดขึ้นว่า “ไม่ได้!เสี่ยวหยุน มันอันตรายเกินไป!”
หลินหยุนได้ยินดังนั้น
ก็พูดเสียงนุ่มนวลออกมาว่า “พี่ฉินหลันวางใจเถอะครับ เมื่อเทียบกับสัตว์อสูรแล้ว ในสายตาผม
ผมว่าคนน่ากลัวกว่าอีก!ผมเข้าไปในเทือกปรลัยคงจะดีกว่าถูกยอดฝีมือของสำนักพญาทะเลตามฆ่าอยู่ที่นี่!”
พอได้ยินหลินหยุนพูดแบบนี้
สองสาวก็มีสีหน้าไม่ดี
ล้วนนิ่งเงียบกันไป
“แต่ว่า……”
ฉินหลันยังอยากจะพูดออกมาอีก
แต่หลินหยุนก็พูดขัดเธอไว้
“พี่ฉินหลัน วางใจเถอะครับ เรื่องที่ไม่มั่นใจ ผมไม่ไปทำมันหรอกครับ!”
ฉินหลันกลับพูดว่า “อย่างไรก็ไม่ได้!เสี่ยวหยุน
งั้นพี่ก็จะไปด้วย!อย่างไรเสียครั้งนี้พี่ก็จะไม่แยกกับนายเด็ดขาด!”
ถ้านายจะทำแบบนี้จริงๆ ล่ะก็
คำพูดของฉินหลัน พูดได้อย่างเด็ดเดี่ยวมาก
ไม่ไว้หน้ากันเลยทีเดียว
พอเห็นในเบ้าตาของเธอมีน้ำตาคลอ
ในใจของหลินหยุน ก็บังเกิดความรู้สึกที่บอกไม่ถูกขึ้นมา
หายใจเข้าอย่างลึก หลินหยุนก็พยักหน้า
อย่างนั้นพวกคุณสองคนก็ไปลงชื่อใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายแล้วกัน!ผมดูแลได้แค่คนเดียว ถ้าพวกเราเดินทางเข้าไปยังเทือกปรลัยกันหมดล่ะก็!”
จากนั้นก็พูดกับโม่หยู่ว่า “ในเมื่อเป็นแบบนี้
“ผมคนเดียวก็จะดูแลทุกคนไม่ไหว!”
“พวกคุณไปใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย!”
“พอถึงศูนย์สวรรค์ ค่อยรอพวกเราก็ได้!”
“ผมคิดว่า ถ้าราบรื่นดี ไม่น่าจะถึงหนึ่งปี พวกเราก็สามารถข้ามไปด้วยแล้ว!”
โม่หยู่เยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว “แต่ว่า……….”
แต่เธอกำลังจะเอ่ยปาก ซินเอ๋อที่ยืนอยู่ด้านหลังก็มากระตุกๆ ชายเสื้อของโม่หยู่
โม่หยู่ก็นิ่งไป
จากนั้นก็มองไปยังหลินหยุน แล้วพยักหน้าพูดว่า
พอพวกเราเคลื่อนย้ายไปแล้ว จะรอพี่ที่ศูนย์สวรรค์!”
“อย่างนั้นก็ได้ พี่หลิน
“สถานที่ที่จะต้องไป ก็คือที่ตั้งสำนักของสำนักพญาทะเลในศูนย์สวรรค์!”
“พอพวกเราเคลื่อนย้ายไปแล้ว ก็จะไม่ไปไหนไกล!”
“พอถึงตอนนั้น!”
“พอพี่หลินกับพี่ฉินหลันถึงศูนย์สวรรค์แล้ว ก็สามารถมาหาพวกเราได้เลย!”
หลินหยุนพยักหน้า พูดว่า “งั้นก็ดี ตกลงเอาแบบนี้เลยนะ!”
นิ่งไปครู่หนึ่ง หลินหยุนก็พูดต่อ “ในเมื่อตกลงกันแบบนี้แล้ว อย่างนั้นพวกเราก็แยกกันเลยแล้วกัน!เจอกันที่ศูนย์สวรรค์!”
โม่หยู่คิดไม่ถึงเลยว่า จะแยกกันเร็วแบบนี้
แต่ว่า ก็ยังพยักหน้าตอบไป
พวกเราจะรอพวกพี่อยู่ที่ศูนย์สวรรค์”
แล้วหายใจเข้าพูดว่า “งั้นก็ได้ พี่หลิน พี่ฉินหลัน พวกพี่จะต้องดูแลตัวเองกันให้ดีนะ
หลินหยุนพยักหน้า
แต่ไม่ได้พูดอะไร
คว้าฉินหลัน แล้วก็เดินทางอ้อมเมืองผิงเฉิงไป
เดินทางมุ่งหน้าลงใต้ต่อไป
ซบอยู่ในอกของหลินหยุน
ฉินหลันก็หันหน้ากลับไปมองโม่หยู่กับซินเอ๋อ
จากนั้นก็หันกลับมา มองหลินหยุนแล้วพูดว่า
“เสี่ยวหยุน
พวกเราจะทิ้งสองคนนั้นไว้จริงๆ ใช่ไหม?”
หลินหยุนพยักหน้าตอบว่า “มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเธอแล้ว!จะได้ไม่ต้องไปเสี่ยงอันตราย!”
“การมีผมอยู่ด้วย สำหรับพวกเธอแล้ว ก็แค่เพื่อได้สัมผัสกับพลังผนึกบนตัวของพวกเธอ!”
“ตอนนี้การผนึกถูกปลดออกไปแล้ว!”
“ต่อให้ผมไม่ออกปลีกตัวออกมาจากพวกเธอ!”
“เดี๋ยวพวกเธอก็คงอยากจะปลีกตัวออกไปจากผมเอง!”
“ดังนั้น ไม่สู้ให้ผมได้ให้โอกาสนี้กับพวกเธอเองเลยก็แล้วกัน!”
พอได้ยินหลินหยุนพูดแบบนี้
ฉินหลันก็บืนปาก “แต่ว่า ฉันก็ไม่เห็นจะมองออกเลยว่า แม่นางโม่หยู่อยากจะปลีกตัวออกไปจากพวกเรา?”
สำหรับแม่นางโม่หยู่นั้น
ฉินหลันมีความทรงจำที่ดีกับเธอมาก
อย่างไรเสียก็อยู่ด้วยกันมาหลายปี
สองฝ่ายล้วนรู้นิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี
อย่างน้อยฉินหลันก็รู้สึกว่า
โม่หยู่ก็เป็นคนดีเหมือนกัน!
และเธอก็มั่นใจว่าเธอไม่เห็นว่าโม่หยู่คิดอยากจะปลีกตัวออกไปจากหลินหยุนเลย
หลินหยุนพยักหน้าพูดว่า “โม่หยู่คนนี้ น่าจะค่อนข้างไร้เดียงสา ค่อนข้างให้ความสำคัญกับความรู้สึก!ดังนั้นเธอไม่มีความคิดที่จะปลีกตัวออกไป นี่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ”
“แต่ว่า……..”
“เธอไม่ได้คิด ก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นไม่คิด!”
พอได้ยินหลินหยุนพูดแบบนี้
ฉินหลันก็อึ้ง แล้วพูดว่า “นายหมายถึงซินเอ๋อใช่ไหม? ไม่หรอกมั้ง?”
“เสี่ยวหยุน ซินเอ๋อเพิ่งอายุเท่าไรเอง?”
“ปีนี้ก็เพิ่งอายุแค่16ปีเอง!”
“ตอนที่เธอออกมากับฉัน ก็มีอายุ11-12ขวบเท่านั้น!”
“ยังเป็นเด็กอยู่เลย!”
“เธอจะมีความคิดแบบนั้นได้อย่างไร?”
“อีกอย่าง จากที่สังเกตดูมาเป็นเวลานาน ฉันไม่เคยพบเลยว่า ซินเอ๋อจะมีอะไรที่ผิดปกติ!”
“นาย…..”
หลินหยุนยิ้ม แล้วมองไปที่ฉินหลัน “ระแวงเกินไปใช่ไหม?”
ฉินหลันยักหน้า
หลินหยุนส่ายหน้าพูดว่า “พี่ฉินหลัน ในโลกนี้จะเอาความไร้เดียงสาหรืออายุที่น้อยไปมองดูคนไม่ได้!ไม่อย่างนั้นล่ะก็ สุดท้ายเราก็จะเสียเปรียบเอง!”