จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1574 อันตรายทุกย่างก้าว
บทที่ 1574 อันตรายทุกย่างก้าว
เพียงแต่เขาในตอนนั้น ยังเป็นเด็กทารกอยู่
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต เขาไม่ได้รู้สึกอะไรอยู่แล้ว
นอกจากวิธีไหว้บรรพบุรุษของทุกๆปีแล้ว เวลาอื่นๆเขาไม่เคยกลับมาที่เมืองซวูอู๋เลย
อาการบาดเจ็บของฮ่องเต้หนักขึ้นเรื่อยๆ ในเวลานี้ คือเวลาที่อ่อนแอมากๆของยอดฝีมือที่ร้ายกาจอย่างฮ่องเต้
เวลาที่อ่อนแอที่สุด ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นคนธรรมดาหรือนักบำเพ็ญเซียน ไม่ว่าคนๆนั้นจะมีพลังแข็งแกร่งแค่ไหน ถ้าเขาเสียชีวิตทันที มันก็คงไม่มีเรื่องอะไรเลย แต่ถ้าเขายังมีลมหายใจอยู่ และนอนรอความตายอย่างช้าๆ มันเป็นเวลาที่อ่อนแอมากๆสำหรับเขา
ดังนั้น สำหรับทุกคนในราชวงศ์ เวลานี้คือเวลาที่อันตรายทุกย่างก้าว
เพราะในช่วงเวลาแบบนี้ อาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ !
ถึงแม้เขาจะเป็นกษัตริย์องค์ต่อไป เป็นไท่จื่อ มันก็ไม่มีข้อยกเว้น!
ดังนั้นครั้งนี้ เขาก็เลยเดินทางมาที่นี่!
ปล่อยมือจากเรื่องทั้งหมด และเดินทางมาที่เมืองซวูอู๋
สำหรับเขาแล้ว การซื้อใจคนอื่นๆนั้น มันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
การสร้างฐานกำลังของตัวเองก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ
อย่างไรก็ตาม การแสดงท่าทางและความคิดของตัวเองออกมาก็สำคัญมากๆเช่นกัน
เขาทำให้ฮ่องเต้มองเห็น ถึงแม้หลายปีที่ผ่านมา เขาจะให้ความสนใจเรื่องบุกเบิกสนามรบหมื่นจักรวาลนั้น ก็เพราะเหตุผลนี้ เพราะฮ่องเต้ก็คงคาดหวังเรื่องนี้เหมือนกัน
ถ้าพูดว่าฮ่องเต้ยังมีเรื่องที่ห่วงใยนั้น และยังทำไม่สำเร็จ
เรื่องแรกคือตายในบ้านเกิดตัวเอง!
ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือการบุกเบิกสนามรบหมื่นจักรวาล!
ฮ่องเต้ที่แข็งแกร่งมากๆ เขาไม่เต็มใจที่จะเสียชีวิตไปเงียบๆแบบนี้อย่างแน่นอน
เขาในฐานะเจ้าผู้ครองโลก ในเวลาที่เขาใกล้ตายนั้น เขาคงอยากจะไปที่สนามรบหมื่นจักรวาลอีกครั้ง!
ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายของตัวเองในสนามรบหมื่นจักรวาล !
นี่ถึงจะเหมาะสมกับฐานะอันแข็งแกร่งของเขา !
ยิ่งในเวลาแบบนี้ มันก็ยิ่งอันตรายมากๆ เพราะไม่มีใครสามารถเดาจิตใจของฮ่องเต้ได้เลย
ทั้งสองคนยืนอยู่บนตึกและนิ่งเงียบเป็นเวลานาน
พวกเขาสองคนยืนตั้งแต่ตอนบ่ายจนถึงตอนดึก
ในที่สุดไท่จื่อก็หันหน้ากลับมา
เขามององค์หญิงเก้าและพูดเบาๆ”กลางคืนอาการมันเย็น น้องเล็กกลับไปก่อนเถอะ น้องเล็กต้องรักษาสุขภาพให้มากๆ
ถ้าน้องเล็กเป็นอะไรไป ทางฝั่งน้องสาม คงเสียคนที่มีความสามารถมากๆอย่างแน่นอน!”
เมื่อองค์หญิงเก้าได้ยินก็พยักหน้าทันที และพูดอย่างเย็นชา”ฉันควรจะกลับไปแล้ว
บรรยากาศดึกๆแบบนี้ แค่มองดูชั่วครู่ก็พอแล้ว!”
ถ้าทำอะไรเร่งรีบเกินไปก็ไม่ได้
เมื่อพูดจบ เธอก็เดินลงจากตึกทันที
เมื่อมองเห็นองค์หญิงเก้าเดินจากไป สายตาของไท่จื่อก็เปล่งประกายทันที
เขายืนครุ่นคิดทันที
หนึ่งวันผ่านไป นอกจากสำนักเลือนรางแล้ว อีกแปดสำนักใหญ่ก็มาถึงแล้ว
ยังมีสำนักระดับสองจำนวนมากที่เดินทางมาถึงเมืองซวูอู๋ด้วย
ผ่านไปอีกหนึ่งวัน งานย่องเยาว์ก็เริ่มขึ้นแล้ว
งานย่องเยาว์คืออาหารจานแรก งานสรรเสริญเก้าสำนักคืออาหารจานหลัก!
แต่ก็ไม่มีใครกล้าดูถูกงานย่องเยาว์เลย
สำหรับคนที่สามารถเข้าร่วมงานนี้ได้ มันคือเกียรติยศอันสูงของพวกเขาแล้ว
นี่คือก้าวสำคัญมากๆที่พวกเขาสามารถเข้าไปในราชสำนักในวันข้างหน้า
ราชสำนักในเวลานี้
ในจำนวนสิบคน มีคนมากกว่าครึ่งหนึ่ง เคยเข้าร่วมงานย่องเยาว์มาแล้ว
ดังนั้น
คนที่อยากจะเข้าไปในราชสำนัก จะไม่ดูถูกงานนี้อย่างแน่นอน
ในทางตรงกันข้าม พวกเขาให้ความสำคัญกับงานนี้มากๆ
ยิ่งไปกว่านั้น งานย่องเยาว์ครั้งนี้ มีไท่จื่อมาจัดงานนี้และเข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วยตัวเอง!
ด้านในของห้องโถงใหญ่อันกว้างและสว่างนั้น มีการจัดที่นั่งหลายร้อยตำแหน่งเอาไว้ แต่ไม่ได้มีการระบุตำแหน่งต่างๆว่าเป็นของใคร
สำหรับองค์หญิงเก้านั้น เธอมีโต๊ะธรรมดาที่อยู่ข้างๆเท่านั้น
ด้านบนมีเพียงแค่ที่นั่งอันเดียวเท่านั้น เห็นได้ชัดเจนว่ามันเป็นที่นั่งของไท่จื่อ
วัยรุ่นอัจฉริยะทุกคนค่อยๆเดินเข้ามา ทางด้านหลินหยุน เขาได้พาฉินหลันเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ด้วย พวกเขาสองคนเดินเข้ามาพร้อมกัน
จู่ๆก็มีคนจำนวนมากนินทาพวกเขาสองคนเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นหน้าประตูวังก่อนหน้านี้
มันเป็นเรื่องที่ทำให้ทุกคนจำได้ขึ้นใจทันที
โดยเฉพาะเรื่องนี้ถูกองค์หญิงเก้าช่วยเหลือ จนทำให้เรื่องนี้ไม่บานปลาย
ทุกคนต่างรู้ดี
องค์หญิงเก้ากับไท่จื่อไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกัน
ดังนั้น คนๆนี้ได้รับความช่วยเหลือจากองค์หญิงเก้าอย่างหลินหยุน
ในงานครั้งนี้
เขาจะเผชิญหน้ากับไท่จื่อได้ยังไง เรื่องนี้น่าสนใจมากๆ
ส่วนไท่จื่อกับองค์หญิงเก้าจะเผชิญหน้าและปะทะกันบนงานเลี้ยงหรือไม่นั้น มันก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆเช่นกัน อย่างไรก็ตามมีคนจำนวนมาก ต่างมีความคิดของตัวเองอยู่ในใจ
ทางฝั่งหลินหยุนนั้น เขาไม่ได้คิดอะไรมาก สำหรับฉินหลันนั้น เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็คุ้นชินกับบรรยากาศแบบนี้แล้ว
พูดกันตามตรง มันไม่ต่างอะไรกับลูกเศรษฐีจัดงานเลี้ยงฉลองในดาวไกอาเลย
มันต่างกันตรงที่ คนที่มาร่วมงานนี้เป็นคนที่แข็งแกร่งมากๆเท่านั้น !
ถ้าพูดไม่เข้าหูก็คงลงมือต่อสู้กันทันที สำหรับการโดนอีกฝ่ายสังหารจนเสียชีวิต มันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล
เหตุผลเดียวของโลกใบนี้ก็คือ คุณแข็งแกร่งมากพอไหม!
หลังจากหลินหยุนเดินเข้ามา เขาก็มองไปบริเวณรอบๆ และพบเห็นอะไรบางอย่างทันที
สำหรับการจัดวางตำแหน่งนั้น มันก็แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้ว
ไม่มีการระบุว่าใครอยู่ตำแหน่งอะไร มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน
ไท่จื่อสามารถระบุว่าใครอยู่ตำแหน่งไหนก็ได้ มันจะต้องเกิดเรื่องไม่พอใจขึ้นมาอย่างแน่นอน
ถึงแม้หลินหยุนไม่อยากจะมีปัญหา และรู้ว่าอีกฝ่ายสามารถจัดตำแหน่งให้ใครนั่งก็ได้
หลังจากครุ่นคิดชั่วครู่ หลินหยุนเดินไปยังเก้าอี้ที่อยู่หน้าสุดทางด้านซ้ายที่อยู่ถัดจากที่นั่งของไท่จื่อทันที
ในเวลานี้ เนื่องจากทุกคนพึ่งเดินเข้ามา อันที่จริงไม่มีใครนั่งลงเลย
ถึงแม้ที่นั่งที่อยู่ด้านหลังมากๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าไปนั่ง ทุกคนยืนดูสถานการณ์เท่านั้น
ยังมีคนที่รู้ว่าตัวเองอยู่ในฐานะระดับไหน และรู้ว่าตัวเองควรนั่งอยู่ตรงจุดไหนด้วย
พวกเขารู้ดีว่าตำแหน่งไหนที่ตัวเองไม่ควรไปนั่ง เรื่องเหล่านี้ทุกคนต่างรู้ตัวดี
แต่ในเวลานี้ หลินหยุนไม่สนใจใครเลย
เขาเดินไปตำแหน่งหน้าสุดทางฝั่งซ้ายมือโดยไม่สนใจสายตาของคนอื่นๆเลย
เขาให้ฉินหลันนั่งอยู่ในตำแหน่งข้างๆกับเขา
ส่วนหลินหยุนกำลังจะนั่งอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าสุดทางฝั่งซ้าย
เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนเบิกตากว้างทันที มีคนจำนวนไม่น้อยหายใจเร็วด้วยความตกใจ
ยังมีคนอึ้งจนอ้าปากค้างด้วย แน่นอนว่ามีคนจำนวนมากรู้สึกโกรธทันที
หลินหยุนพึ่งให้ฉินหลันนั่งลง และตัวเขาเองเดินไปยังตำแหน่งหน้าสุดทางฝั่งซ้าย ในขณะที่หลินหยุนยังไม่ทันได้นั่งลง ก็มีน้ำเสียงที่โกรธมากๆดังขึ้น
“คุณเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงกล้าทำแบบนี้!”
“ไม่รู้เหรอว่าฐานะของตัวเองอยู่ระดับไหน!”
“ตำแหน่งด้านหน้าสุดทางฝั่งซ้าย คุณคิดว่าตัวเองคู่ควรกับตำแหน่งนี้เหรอ?”
“รีบไสหัวลงมาเดี๋ยวนี้!”
เมื่อพูดจบ มีพลังที่แข็งแกร่งมากๆพุ่งเข้ามาทันที เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมาถึงด้านหน้าของหลินหยุน เขายื่นมือออกมาและกำลังจะจับตัวหลินหยุนเอาไว้
แต่ในเวลานี้ มีคนจำนวนมากหายใจเร็วด้วยความตกใจอีกครั้ง
“เด็กหนุ่มคนนี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่?”
“เป็นคนที่อวดดีและไม่รู้จักกาลเทศะเลย!”
“กล้ามากที่เดินไปยังตำแหน่งที่นั่งด้านหน้าสุดทางฝั่งซ้าย?”
“และให้เพื่อนตัวเองนั่งยังตำแหน่งรองลงมาด้วย?”
“คนๆนี้โง่จริงๆหรือแกล้งโง่กันแน่?”
“ฮ่าๆ การจัดงานย่องเยาว์ครั้งก่อนๆ เพื่อกลายเป็นจุดสนใจ ก็เคยเกิดเรื่องแบบนี้มาแล้ว!”
“เขาแค่อยากจะได้รับความสนใจจากไท่จื่อกับองค์หญิงเก้าเท่านั้น!”
“ตอนนี้ก็เห็นแล้ว เจี้ยนอู๋เฉินจากสำนักกระบี่ฟ้าได้ลงมือแล้ว!”
“เจี้ยนอู๋เฉินฝึกฝนถึงแดนจิตปฐมตอนกลางแล้ว จัดการเด็กหนุ่มที่อวดดีคนนี้ คงไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว!”
“มันก็ไม่แน่เสมอไป!”
“ในเมื่อเด็กหนุ่มคนนี้ไม่กลัวอะไรเลย เขาอาจจะมีความสามารถอื่นๆก็ได้!”