จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1589 ต่อสู้กับอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักไป้หั่ว
บทที่ 1589 ต่อสู้กับอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักไป้หั่ว
ขณะที่พูด ไท่จื่อก็หันหลังมาเล็กน้อยและมองไปยังหลินหยุนแล้วพูดขึ้นว่า “หลินหยุน อัจฉริยะหั่วยู่ของสำนักไป้หั่วคนนี้ มีพลังบำเพ็ญแดนจิตปฐมตอนปลาย ส่วนนายมีพลังบำเพ็ญแดนจิตปฐมตอนต้น แต่เขานั้นต้องการที่จะท้าประลองต่อสู้กับนายสักครั้ง นายมีความเห็นว่าอย่างไร? ”
หลินหยุนได้ยินดังนั้นก็ครุ่นคิดชั่วครู่ จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคำสั่งของไท่จื่อ หากไท่จื่อต้องการให้ฉันลงมือ ฉันก็จะปฏิบัติตามคำสั่งอยู่แล้ว! ”
ไท่จื่อตกใจ คิดไม่ถึงว่าเวลานี้หลินหยุนจะโยนภาระการตัดสินใจกลับมาให้กับเขา
ส่วนคำพูดของหลินหยุนที่ดังไปถึงหูของทุกคนในที่แห่งนั้น ก็เกิดมีความหมายอื่นขึ้นอีกอย่างหนึ่ง
เพราะว่าความหมายที่ไท่จื่ออยากจะให้หลินหยุนลงมือนั้นก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นไปอีกแล้ว
โดยในเวลานี้ที่หลินหยุนยังคงบ่ายเบี่ยง ก็ยิ่งย้ำเติมถึงความหมายของการปฏิเสธ สำหรับที่ว่าทำไมจะต้องปฏิเสธนั้น ก็ง่ายนิดเดียว เพราะว่าหั่วยู่แข็งแกร่งอย่างมาก ซึ่งเขาไม่มีทางที่จะเอาชนะได้
และในขณะที่หลินหยุนพูดจบลง ด้านล่างของเวทีประลองอีกฝั่งหนึ่ง ชายหนุ่มคนหนึ่งก็พลันตะโกนเยาะเย้ยเสียงดังขึ้นว่า “หลินหยุน ในงานย่องเยาว์นั้นนายทำตัวกำเริบเสิบสาน และหลงระเริงอย่างที่สุดไม่ใช่เหรอ? ราวกับว่านายไม่เห็นผู้บำเพ็ญเซียนรุ่นใหม่ในเขตกลางฟ้าทั้งหมดอยู่ในสายตาของนายเลย! ”
“ทำไมตอนนี้ถึงไม่กล้าที่จะลงมือล่ะ? ”
“ดูเหมือนว่านายเองก็รู้จักเกรงกลัวเหมือนกัน! ”
“ดูเหมือนว่านายเองก็ไม่ได้จะกำเริบเสิบสานจริง ๆ! ”
“ก็แค่ดีแต่ปากเท่านั้น! ”
เมื่อคนผู้นี้พูดจบลง ก็มีคนจำนวนมากทยอยพูดออกความคิดเห็นกันมากขึ้น
พวกคนที่เอ่ยปากพูดเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่เข้าร่วมงานย่องเยาว์ในวันก่อน ที่ถูกหลินหยุนข่มเหงอย่างเผด็จการ จนไม่กล้าที่จะพูดอะไรออกมา
เวลานี้ได้โอกาสที่จะกดขี่ข่มเหงหลินหยุนบ้างแล้ว จึงไม่มีทางที่จะหยุดลงง่าย ๆ เป็นแน่!
ส่วนหั่วยู่ที่อยู่บนเวทีนั้นก็หัวเราะเหอะเหอะ และแสดงท่าทางป้องมือไปทางหลินหยุน และพูดว่า “ไอ้หนุ่ม ไม่ต้องกลัว แม้ว่าฉันจะเผด็จการโหดร้ายไปสักหน่อย แต่ก็จะไม่ทำให้นายถึงกับเสียชีวิตหรอก! ”
“ใช่แล้ว นายก็แค่แดนจิตปฐมตอนต้นใช่ไหม? ”
“อย่างนั้นฉันเองก็จะไม่เอาเปรียบนาย! ”
“ฉันจะปิดผนึกพลังบำเพ็ญของฉันไว้ที่แดนจิตปฐมตอนต้นเพื่อต่อสู้กับนาย แบบนี้ ก็น่าจะยุติธรรมดีแล้วนะ? ”
“ถ้าขนาดนี้แล้วนายยังไม่กล้าอีกล่ะก็ อย่างนั้นนายก็ไม่คู่ควรที่จะเข้าไปในสถาบันราชภัฏแล้ว และยิ่งจะไม่คู่ควรที่จะเป็นอาจารย์ของทั้งสองซื่อจื่อของไท่จื่อแล้วด้วย! ”
หลินหยุนยิ้มเยาะอยู่ในใจ
งั้นฉันก็จะประลองกับนายดูสักรอบ! ”
จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหมือนว่าฉันจะไม่มีเหตุผลที่จะไม่ลงมือแล้ว ตกลง
เมื่อหลินหยุนพูดจบ ก็เหาะขึ้นไปบนเวที
ส่วนหั่วยู่ก็จี้จุดไปที่ร่างกายของตนเอง ทันใดนั้น พลังบำเพ็ญในร่างของเขาก็ลดลง ถึงขั้นแดนจิตปฐมตอนต้น
แต่หั่วยู่กลับไม่ได้สนใจแต่อย่างใด มองไปที่หลินหยุนและหัวเราะเหอะเหอะ “วางใจได้ ฉันพูดแล้วว่าจะไม่เอาเปรียบนายก็จะไม่เอาเปรียบนายแน่นอน”
“ตอนนี้ฉัน
โดยหลังจากที่รับมือกับสามกระบวนท่าของนายแล้ว ฉันจึงจะลงมือ แบบนี้ก็ไม่ถือว่ารังแกนายแล้วสินะ? ”
มีพลังบำเพ็ญแค่ขั้นแดนจิตปฐมตอนต้น แบบนี้แล้วกัน ฉันจะให้นายเป็นฝ่ายที่ลงมือก่อน
หลินหยุนพยักหน้า
และพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ขอขอบคุณเป็นอย่างมาก!
”
หลินหยุนเองก็ไม่พูดอะไรพร่ำเพรื่อ ในมือเกิดประกายแสง ดาบเฮ่าเทียนก็ปรากฏขึ้น
ดาบเฮ่าเทียนในวันนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนบ้างเล็กน้อย
กลิ่นอายของกระบี่ได้ยับยั้งอยู่ภายในมากขึ้นกว่าเดิมมาก
ดาบเฮ่าเทียนพลันสั่นไหวขึ้น จากนั้นชี่กระบี่ที่แฝงไปด้วยจิตสังหารก็ทิ่มแทงโจมตีออกไปอย่างบ้าคลั่งในทันที
ทันใดนั้น
ด้านบนของเวที ก็เต็มไปด้วยเจตนาสังหารอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อรับรู้สัมผัสได้ถึงพลังอานุภาพกระบี่ของหลินหยุน
ทุกคนต่างก็ดวงตาเป็นประกาย
เกิดความตกตะลึง
ทรงพลังอย่างมาก!
ช่างทรงพลังอย่างมากเลยทีเดียว!
อีกทั้งกระบี่ก็มีความรวดเร็วมากจนถึงขั้นน่าเหลือเชื่อ
แต่จิตสังหารกลับยังรุนแรงได้ขนาดนี้ ซึ่งทำให้ผู้คนต้องตกตะลึง!
พวกยอดฝีมือผู้เก่งกาจ ต่างก็ทยอยพากันพยักหน้า
หลินหยุนผู้นี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ มิน่าล่ะที่สามารถเอาชนะอัจฉริยะทั้งหมดในงานย่องเยาว์ได้
พลังอานุภาพของกระบี่นี้ต่อให้ยอดฝีมือแดนจิตปฐมตอนปลายเป็นผู้รับมือ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
หั่วยู่เองก็แปลกใจไม่น้อย จากนั้นก็หัวเราะฮ่าฮ่า จิตวิญญาณการต่อสู้ก็พุ่งทะยานขึ้นทันที
“ดูเหมือนว่านายจะพอมีพลังความสามารถอยู่บ้าง ไม่เลวเลย! แต่ถ้านายคิดว่าเพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะเอาชนะฉันได้แล้วล่ะก็
คงจะคิดมากเกินไปแล้ว! ”
หั่วยู่กวัดแกว่งแขนโดยพลัน กำแพงเพลิงก็ปรากฏขึ้นที่ตรงหน้าบริเวณทรวงอก
ชี่กระบี่ที่แฝงไปด้วยพลังสังหารอันไม่มีที่สิ้นสุดก็ได้ทิ่มทะลุเข้าไปในกำแพงเพลิงนั้นทันที
กำแพงเพลิงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ท้ายที่สุดก็พังทลายลง
แต่ก็ได้ทำลายเผาผลาญพลังอานุภาพกระบี่ของหลินหยุนทั้งหมดลงด้วยเช่นกัน
หั่วยู่หัวเราะเหอะเหอะและพูดว่า “ฉันพูดเอาไว้แล้วว่า
แต่ก็เพียงแค่ไม่เลวเท่านั้น! ฉันเองยังคงรู้สึกผิดหวังอยู่บ้างเล็กน้อย! ”
ถ้าหากนายมีพลังความสามารถแค่นี้ แม้ว่าจะไม่เลว
“ฉันได้ยินว่านายบำเพ็ญฝึกฝนมรรคาวิญญาณ
แบบนี้แล้วกัน แสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มรรคาวิญญาณของนายออกมาเถอะ! ให้ฉันได้เห็นว่า
พลังความสามารถทั้งหมดของนายนั้นมีถึงขั้นไหนกันแน่! ”
“หวังว่าคงจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ! ”
หลินหยุนดวงตาเป็นประกาย จากนั้นก็พยักหน้า และพูดขึ้นว่า
งั้นฉันก็จะจัดให้ตามที่นายต้องการ! ”
“ตกลง ในเมื่อนายต้องการที่จะลองสัมผัส
เมื่อหลินหยุนพูดจบ ทันใดนั้นแส้วิญญาณที่มองไม่เห็นที่แข็งแกร่งทรงพลัง ก็ฟาดตีไปที่หั่วยู่อย่างรุนแรง
หั่วยู่จับแส้วิญญาณไว้ทันที หัวเราะฮ่าฮ่า และพูดขึ้นว่า “มีพลังเพียงแค่นี้หรอกเหรอ? ทำให้ฉันต้องผิดหวังจริง ๆ ด้วย! ความสามารถระดับนายนี้คู่ควรที่จะเป็นอาจารย์ของซื่อจื่อทั้งสองคนด้วยเหรอ? คู่ควรที่ไท่จื่อจะให้ความสำคัญด้วยเหรอ? คู่ควรที่จะเข้าไปในสถาบันราชภัฏด้วยเหรอ? มันช่างน่าขันสิ้นดี! ”
ขณะที่พูด เขาก็กวัดแกว่งแขน เปลวเพลิงสีเขียวก็ปรากฏขึ้นที่ข้างกายของเขา
นี่คือเพลิงพิลึก
ใช้สำหรับเผาผลาญจิตญาณโดยเฉพาะ
เดิมทีหลินหยุนคิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีสมบัติล้ำค่าสูงสุดที่ใช้สำหรับป้องกันการโจมตีของจิตญาณ แต่คิดไม่ถึงว่า ฝ่ายตรงข้ามจะใช้เพลิงพิลึกฟ้าดินที่เป็นพลังเผาผลาญจิตญาณโดยเฉพาะ
เพลิงพิลึกฟ้าดินมีหลากหลายประเภท และก็มีพลังอานุภาพที่แตกต่างกัน
เปลวเพลิงที่มีพลังเผาผลาญจิตญาณประเภทนี้ ไม่ใช่ว่าจะพบเจอได้ง่ายเลย
แต่ฝ่ายตรงข้ามคิดว่าเพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะต้านทานการโจมตีพลังจิตญาณของเขาได้แล้วล่ะก็ บอกได้เพียงแค่ว่า ช่างไร้เดียงสาเกินไปแล้ว
หลินหยุนดวงตาเป็นประกายขึ้นโดยพลัน แส้วิญญาณก็ได้ฟาดตีไปยังเปลวเพลิงสีเขียวนั้นจนดับสลายลง จากนั้นก็ฟาดตีไปยังร่างกายของหั่วยู่อย่างรุนแรง
หั่วยู่พลันร้องโอดครวญขึ้น แล้วก็กระอักเลือดออกมาในทันที
ร่างกายกระเด็นไปยังขอบเวทีจึงจะสามารถทรงตัวเอาไว้ได้
เห็นเหตุการณ์ดังนี้แล้ว ทุกคนต่างก็พากันสูดหายใจขึ้น
มีเพียงแค่พวกผู้เก่งกาจที่สำเร็จขั้นแดนดั่งเทพแล้วเท่านั้นที่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร
เพราะว่าในขณะที่หลินหยุนใช้แส้วิญญาณฟาดตีลงไปนั้น พวกเขาต่างก็รู้สึกถึงความตกตะลึงกันมากแล้ว
พลังจิตญาณนี้ช่างมีความแข็งแกร่งอย่างมาก
ส่วนผู้คนจำนวนมากที่เห็นเหตุการณ์นี้ ต่างก็ไม่เชื่อในสายตาของตนเองกันทั้งหมด
คิดไม่ถึงเลยว่าระดับคุณชายหั่วยู่ ที่เป็นถึงสุดยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งที่คู่ควรเหมาะสมอย่างแท้จริงของสำนักไป้หั่วนั้น จะได้รับบาดเจ็บ?
แม้ว่าหั่วยู่จะปิดผนึกพลังบำเพ็ญของตนเอง และควบคุมตนเองไว้ที่แดนจิตปฐมตอนต้น
แต่มันก็น่าเหลือเชื่อเหลือเกิน!