จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1592 อาหลี
บทที่ 1592 อาหลี
หลังจากงานสรรเสริญเก้าสำนักเสร็จสิ้นแล้ว ไท่จื่อกับองค์หญิงเก้าไม่ได้จากไปทันที
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าไท่จื่อมีเรื่องที่สำคัญกว่างานสรรเสริญเก้าสำนักอยู่ นั่นก็คือการเตรียมงานไหว้บรรพบุรุษที่จัดขึ้นทุกๆปี
สำหรับงานย่องเยาว์กับงานสรรเสริญเก้าสำนัก เมื่อเทียบกับการเตรียมงานไหว้บรรพบุรุษแล้ว สองงานนี้ก็เป็นแค่งานที่ถือโอกาสจัดขึ้นก่อนหน้าเท่านั้น
แต่การไหว้บรรพบุรุษนั้นเป็นเรื่องภายในของราชวงศ์ คนภายนอกไม่สามารถมาร่วมงานได้
ดังนั้น หลังจากงานสรรเสริญเก้าสำนักเสร็จสิ้นแล้ว คนที่มารวมตัวกันที่เมืองซวูอู๋ก็จะทยอยจากไปทันที
หลินหยุนพาฉินหลันพักอยู่ในวังรองเหมือนเดิม
แต่ว่าในตอนนี้ ทางฝั่งไท่จื่อและทุกคนที่อยู่ในวังรอง ตอนนี้พวกเขามองหลินหยุนเปลี่ยนไปทันที
เพราะทุกคนต่างรู้ดี คนอย่างหลินหยุน คงจะได้รับความสนใจจากไท่จื่ออย่างแน่นอน!
ถ้าล่วงเกินผิดใจกับหลินหยุน มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย!
ดังนั้นในเวลาปกติ หลินหยุนก็มีอิสระมากๆ ยังไงซะที่นี่ก็คือเขตด้านในของวังรอง ดังนั้นหลินหยุนก็ทำตามกฎระเบียบเหมือนกัน
เขาไม่ได้ออกจากลานเล็กๆเลย เขาเก็บตัวฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง
ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาต่อสู้กับคุณชายหั่วยู่ เขาได้ใช้พลังจิตญาณของเจียซินไปไม่น้อย ทำให้เขาโดนพลังย้อนกลับจนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บไม่ได้หนักหนาอะไร
ในวันนี้ ตอนนี้หลินหยุนกำลังฝึกฝนอยู่ ฉินหลันเปิดประตูและเดินเข้ามา เธอมองหลินหยุนและพูด “เสี่ยวหยุน องค์หญิงเก้าให้คนมาเรียกนายไปพบ!”
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกายทันที เขาพยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นและพูดกับฉินหลัน “พี่ฉินหลันโปรดวางใจ ผมจะรีบไปรีบกลับ!”
ขณะพูด เขาก็ก้าวเท้าออกจากห้องพักทันที
ด้านหน้าประตู มีเด็กผู้หญิงอ้วนท้วนน่ารัก อายุสิบกว่าปีกำลังยืนรอหลินหยุนอยู่
เธอก็คือเด็กผู้หญิงที่บังคับรถม้าให้กับองค์หญิงเก้าก่อนหน้านี้
เมื่อมองเห็นหลินหยุนเดินออกมาจากห้องพัก
คุณเป็นหลินหยุนนี่เอง? คิดไม่ถึงจริงๆว่าคุณจะร้ายกาจขนาดนี้! คุณรู้หรือเปล่า ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเสียงของคุณแล้ว!”
เด็กผู้หญิงก็หัวเราะทันที เธอเผยฟันเขี้ยวอันน่ารักออกมาและพูด “อ้า
หลินหยุนหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็ถามด้วยน้ำเสียงเบาๆ “ไม่ทราบว่าองค์หญิงเก้าเรียกฉันไปพบ มีเรื่องอะไรเหรอ?”
เมื่อเด็กผู้หญิงได้ยินก็ขมิบปากและพูด “เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้
ใครก็เดาใจเธอไม่ออกหรอก ฉันจะไปรู้ได้ยังไง?”
เธอทำตัวอย่างนั้นตลอด
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเด็กผู้หญิงไม่อยากจะพูดเรื่องขององค์หญิงเก้ามากนัก เธอเปลี่ยนคำพูดทันที จากนั้นก็มองหลินหยุนและถาม
คุณโจมตีหั่วยู่จนบาดเจ็บสาหัสและสลบไป มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?”
“ใช่แล้วๆ ฉันได้ยินมาว่าในงานสรรเสริญเก้าสำนัก
หลินหยุนพยักหน้าและพูด “เป็นเรื่องจริง!”
ใครก็เดาใจเธอไม่ออกหรอก ฉันจะไปรู้ได้ยังไง?”
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเด็กผู้หญิงไม่อยากจะพูดเรื่องขององค์หญิงเก้ามากนัก เธอเปลี่ยนคำพูดทันที จากนั้นก็มองหลินหยุนและถาม
เมื่อได้รับคำตอบจากปากของหลินหยุน เด็กผู้หญิงตื่นเต้นดีใจทันที
จากนั้นเธอก็ขยับจมูกและพูดอย่างดีใจทันที “สั่งสอนได้ดี
สั่งสอนได้สะใจมากๆ! หั่วยู่เป็นคนที่น่ารังเกียจมากๆ!”
“ถ้ารู้ว่าเขาจะโดนสั่งสอนจนสลบไป ในงานสรรเสริญวันนั้น ฉันคงจะไปดูด้วยตัวเอง!”
“เห้อ เสียดายโอกาสนี้จริงๆ!”
เมื่อเด็กผู้หญิงคนนี้พูดประโยคเหล่านี้ออกมา ตัวเธอเองไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เมื่อหลินหยุนได้ยิน เขาก็รู้สึกตกตะลึงทันที
เดิมทีเขาคิดว่าเด็กผู้หญิงคนนี้คือคนรับใช้ประจำตัวขององค์หญิงเก้า แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ มันไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้!
ฐานะของเด็กผู้หญิงคนนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดอยู่ พวกเขาก็เดินมาถึงตึกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกับสวนดอกไม้อย่างรวดเร็ว
เด็กผู้หญิงพูดกับหลินหยุนเบาๆ
“หลินหยุน ฉันจำชื่อคุณไว้แล้ว ฉันชื่ออาหลี ถ้ามีเวลาฉันจะเล่นกับคุณ คุณเข้าไปเองเลย
ฉันไม่อยากมองเห็นสีหน้าของคนที่อยู่ด้านใน!”
ขณะพูด เด็กผู้หญิงก็ไม่สนใจว่าหลินหยุนจะรับปากไหม เธอหันหลังเดินจากไปและร้องเพลงเบาๆไปด้วย
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกายทันที เขาหันหลังและเดินเข้าไปในตึกทันที
“หลินหยุนคารวะองค์หญิงเก้า!”
“ไม่ทราบว่าองค์หญิงเก้าเรียกหลินหยุนมาพบ มีเรื่องสำคัญอะไรเหรอ?”
องค์หญิงเก้าไม่ได้เงยหน้าขึ้น เธอยืนตัดกิ่งไม้ที่อยู่ในกระถางอย่างตั้งใจ
หลินหยุนยืนมองเธออยู่แบบนั้น ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมเอ่ยปากพูด เขาก็ไม่อยากพูดอะไรอีก
ทั้งสองคนนิ่งเงียบทันที ด้านในห้องโถงใหญ่มีแต่เสียงตัดกิ่งไม้
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดองค์หญิงเก้าก็ถอนหายใจยาวๆออกมา จากนั้นเธอก็วางกรรไกรตัดกิ่งไม้ลงด้วยความพอใจ
เธอหันหน้ากลับมามองหลินหยุนและถามเบาๆ “รู้สึกยังไงบ้าง?”
หลินหยุนพูด “ฉันไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้ ดังนั้นฉันก็เลยไม่อยากจะแสดงความคิดเห็น!”
องค์หญิงเก้าค่อยๆขยับตัวและเดินไปล้างมือทันที จากนั้นก็พูดเบาๆ
ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ทำไมก่อนหน้านี้ถึงต้องทำตัวอวดดีและอวดฉลาดด้วย? คุณต้องการเป็นจุดสนใจของไท่จื่อใช่ไหม?”
“คุณเป็นคนที่ฉลาดมากๆ!
“ถ้าต้องการแค่นั้น คุณก็ไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้!”
“ขอแค่คุณแสดงความสามารถของตัวเองออกมา!”
“ถึงแม้คุณไม่แสดงความเย่อหยิ่งอวดดีออกมา แต่คุณก็คงได้รับความสนใจจากไท่จื่ออยู่แล้ว!”
“คุณก็น่าจะรู้ ตอนนี้ไท่จื่อกำลังรวบรวมคนที่มีความสามารถ!”
“สำหรับคนที่มีความสามารถอย่างคุณ ไท่จื่อไม่ยอมเสียคนอย่างคุณไปอย่างแน่นอน!”
เมื่อหลินหยุนได้ยิน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาและพูด “ฉันไม่ได้อยากแสดงความเย่อหยิ่งอวดดีออกมา การพูดจา การกระทำของฉัน มีบรรทัดฐานเสมอ”
เมื่อองค์หญิงเก้าได้ยิน เธอก็อยากรู้ทันทีและพูด “ลองพูดออกมาสิ?”
หลินหยุนพูด “ฉันทำตามความคิดของตัวเองเสมอ!”
หลินหยุนนิ่งเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นก็พูด “ในงานย่องเยาว์ ฉันอยากนั่งตำแหน่งนั้นจริงๆ ดังนั้นฉันก็เลยนั่งลงบนตำแหน่งนั้น ฉันไม่ได้อยากจะมีเรื่องกับใครเลย แต่เป็นพวกเขาต่างหากที่เห็นฉันนั่งลงบนตำแหน่งนั้นแล้วมาหาเรื่องฉัน!”
องค์หญิงเก้าพูด “ไม่ว่าใครหน้าไหน เมื่อเห็นคุณที่เป็นยอดฝีมือแดนจิตปฐมตอนต้นและไม่มีชื่อเสียงเลย แต่คุณกลับเลือกที่นั่งยังตำแหน่งนั้น มันต้องมีคนออกมาหาเรื่องคุณอยู่แล้ว!”
หลินหยุนพูดด้วยรอยยิ้ม “เรื่องแบบนี้ฉันไม่สามารถบังคับคนอื่นๆได้อยู่แล้ว! สิ่งที่ฉันทำได้ก็คือ ตอนที่มีคนกล้ามาหาเรื่องฉัน ฉันก็จะจัดการคนๆนั้น! มันก็แค่นี้เอง!”
“หลังจากองค์หญิงเก้ากับไท่จื่อมาถึง ฉันมองออกทันที ถ้าฉันไม่ลงไปบนเวทีประลอง คนอื่นๆก็คงไม่ลงไปเหมือนกัน เพราะมันคืองานย่องเยาว์ ถ้าไม่มีใครลงมือประลองจริงๆ เมื่อเรื่องนี้ถูกแพร่กระจายออกไป มันจะส่งผลกระทบที่ไม่ค่อยดีเลย!”
“ดังนั้นฉันก็เลยเลือกที่จะลงไปยังเวทีประลอง!”
“สำหรับคำพูดของฉัน มันก็เหมือนกัน ฉันคิดอะไรอยู่ ก็จะพูดตรงๆออกไปเลย!”
“วันนั้นมีอัจฉริยะจำนวนมากที่อยู่ในเหตุการณ์ พวกเขาทำให้ฉันผิดหวังมากๆ!”
“บางทีคนอื่นๆอาจจะคิดว่าหลินหยุนอวดดี เย่อหยิ่ง แต่ตัวฉันเองไม่เคยมีคิดแบบนี้เลย!”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ของหลินหยุน องค์หญิงเก้าที่มีใบหน้าเย็นชาตลอดเวลา แต่เธอกลับเผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นดวงตาอันงดงามของเธอก็มองไปที่หลินหยุนและพูดเบาๆ “คิดไม่ถึงจริงๆ คุณเป็นคนที่ตรงมากๆ!”
คนตรงๆหมายถึงนิสัยของเขา
องค์หญิงเก้านิ่งเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นดวงตาของเธอก็เปลี่ยนไปทันทีและพูดอย่างเคร่งขรึม “คุณรู้ว่าฉันกับไท่จื่อไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกัน คนที่ฉันคอยสนับสนุนอยู่คือองค์ชายสาม!”
หลินหยุนพยักหน้า “เรื่องนี้ฉันก็รับรู้มาบ้าง!