จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1594 แก่งแย่งกัน แต่ไม่ได้ต่อสู้กันจริงๆ
บทที่ 1594 แก่งแย่งกัน แต่ไม่ได้ต่อสู้กันจริงๆ
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกายทันที เห็นได้อย่างชัดเจนว่าองค์หญิงเก้ารู้จักนางฟ้าปรวนแปร
บางทีพวกเธออาจจะสนิทสนมกันมากๆ และเธอก็มองนางฟ้าปรวนแปรไว้สูงมากๆด้วย
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าก่อนหน้านี้
ขณะที่เธอพบหน้านางฟ้าปรวนแปร เธอก็รู้สึกว่านางฟ้าปรวนแปรเหมาะสมมากๆ
เธอคนนี้เป็นคนที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องเหล่านี้ อันที่จริงหลินหยุนไม่ได้สนใจเลย เขาคิดเพียงเรื่องเดียวนั่นก็คือสนามรบหมื่นจักรวาล
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้
ฉันอยากจะรู้เรื่องของสนามรบหมื่นจักรวาลมากขึ้น ไม่ทราบว่าองค์หญิงสามารถเล่าเรื่องของสนามรบหมื่นจักรวาลให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?”
หลินหยุนก็มององค์หญิงเก้าและพูด “องค์หญิงเก้า
สำหรับเรื่องของสนามรบหมื่นจักรวาล หลินหยุนอยากจะรู้เรื่องเหล่านี้เอาไว้เยอะๆ!
อย่าพูดถึงนักบำเพ็ญเซียนจากดาวนกขาวเลย แม้แต่โลกฉองหลง คงไม่มีใครที่รู้เรื่องของสนามรบหมื่นจักรวาลมากกว่าเขาอย่างแน่นอน!
ชาติที่แล้ว หลินหยุนสำรวจไปทั่วหมื่นจักรวาล แต่เวลาส่วนใหญ่ เขาจะอยู่ที่สนามรบหมื่นจักรวาลมากกว่า
การที่เขาสามารถฝึกฝนจนพลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วก็เพราะสนามรบหมื่นจักรวาล
สถานที่ตรงนั้นเต็มไปด้วยอันตรายทุกย่างก้าว แต่มันก็มีความโชคดีทุกย่างก้าวเหมือนกัน
ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น แม้แต่หลินหยุนที่ฝึกฝนถึงแดนกษัตริย์เซียน แต่เขาก็ไม่สามารถสำรวจทุกที่ของสนามรบหมื่นจักรวาลได้
โดยเฉพาะบริเวณด้านนอกสุด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย
ถึงแม้เขาจะเข้าใจสถานที่แห่งนี้มากๆ
แต่เขากลับไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าโลกฉองหลงอยู่ตำแหน่งไหนของสนามรบหมื่นจักรวาลกันแน่
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน สายตาขององค์หญิงเก้ากระตุกทันทีและพูด
“ดูเหมือนว่าคุณจะให้ความสนใจสนามรบหมื่นจักรวาลมากๆ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็พอเข้าใจได้ คนที่เป็นอัจฉริยะ คนที่เป็นสุดยอดอัจฉริยะจริงๆ
และมีความทะเยอทะยานมากๆ พวกเขาจะทำแบบนี้เสมอ!”
องค์หญิงเก้านิ่งไปชั่วครู่
คนที่ไม่เคยเจอกับตัวเองคงไม่รู้ว่ามันอันตรายแค่ไหนและคงเข้าใจได้ยาก! พื้นดินอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความตาย! มันเป็นสถานที่แห่งความตายจริงๆ!”
จากนั้นเธอก็พูด “ความอันตรายของสนามรบหมื่นจักรวาลนั้น
“ดังนั้น
ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณจริงๆ แต่ฉันก็อยากจะบอกคุณตามตรง
ถ้ายังไม่ถึงแดนสู่ธรรมะ อย่าเข้าไปส่วนลึกของสนามรบหมื่นจักรวาลโดยเด็ดขาด”
“ถึงแม้คุณจะเป็นคนของไท่จื่อ
ไม่ว่าอนาคตข้างหน้า ไท่จื่อหรือองค์ชายสามจะขึ้นครองบัลลังก์ แต่คนอย่างคุณ ถ้าให้ดีก็ไม่ควรเสียชีวิต!
มันจะส่งผลดีต่อราชวงศ์มากๆ!”
หลินหยุนพูด “องค์หญิงเก้าเคยไปที่สนามรบหมื่นจักรวาลไหม?”
องค์หญิงเก้าพยักหน้า
ฉันเหมือนกันคุณตอนนี้เลย ให้ความสนใจสนามรบหมื่นจักรวาลมากๆ ฉันก็เลยขอร้องให้อ๋องบู๊พาฉันเข้าไปครั้งหนึ่ง!”
“ตอนเด็กเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นฉันยังฝึกฝนถึงแดนยาทองเอง
“ฉันก็เคยไปแค่ครั้งนั้นครั้งเดียว!”
“แต่ความกลัวที่ฉันสัมผัสได้ ถึงแม้จะผ่านมาหลายปี แต่มันก็เหมือนพึ่งเกิดเมื่อวานนี้!”
“มีเพียงความน่ากลัวเท่านั้น ไม่มีความรู้สึกอย่างอื่นเลย!”
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกายทันทีและพูด “องค์หญิงเก้า ไม่ทราบว่าคุณมีแผนผังดาวจักรวาลของสนามรบหมื่นจักรวาลไหม?”
องค์หญิงเก้าอึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นก็ส่ายหัวและพูด
แม้แต่ไท่จื่อก็ไม่มีเหมือนกัน! มีเพียงนายพลที่อยู่ในสนามรบถึงจะมีแผนผังดาวจักรวาลอยู่ในมือ”
“แผนผังดาวจักรวาลนั้นเป็นความลับมากๆ อย่าพูดถึงฉันเลย
หลินหยุนไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย เขาถามทันที “ถ้างั้นแผนผังดาวจักรวาลทั้งหมดของสนามรบหมื่นจักรวาล แม้แต่นายพลที่อยู่ในสนามรบก็คงไม่มีใช่ไหม?”
องค์หญิงเก้าพูด
เพียงแต่สถานที่สำคัญต่างๆจะมีกำลังทหารค่อยเฝ้าอยู่! ถึงแม้จะเป็นแบบนี้ แต่ก็ไม่กล้ารับประกันว่าจะไม่เกิดเรื่องอันตรายขึ้น!”
“พวกเขาอาจจะมีอยู่ในมือ พื้นที่ที่ถูกโลกฉองหลงของพวกเราบุกเบิกมา มันจะมีแผนที่เสมอ
เมื่อหลินหยุนได้ยินก็หมดคำพูดทันที เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอเข้าใจผิด
พื้นที่ทั้งหมดของสนามรบหมื่นจักรวาลที่เขาพูดออกมา ไม่ใช่พื้นที่เล็กๆกันดารที่พวกเขาบุกเบิกออกมา แต่มันคือพื้นที่ทั้งหมดของสนามรบหมื่นจักรวาลต่างหาก
อย่างไรก็ตาม เขาก็จนปัญญาจริงๆ เพราะนี่คือวิสัยทัศน์ที่แตกต่างกัน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ หลินหยุนก็เปลี่ยนวิธีถามทันที
มีโลกที่ใกล้ๆกับโลกฉองหลงของเราไหม มันคือโลกอะไรเหรอ?หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ บริเวณรอบๆของโลกฉองหลงยังมีโลกที่แข็งแกร่งกว่าพวกเราไหม?”
“องค์หญิงเก้า อันที่จริงฉันได้ยินมาว่าโลกทุกใบต่างพยายามบุกเบิกสนามรบหมื่นจักรวาล
องค์หญิงเก้าพูด “มีอยู่แล้ว! มีโลกสามใบที่ใกล้พวกเราที่สุด
โลกสองใบนี้มีพลังที่ธรรมดามากๆ โลกสองใบนี้อ่อนแอกว่าโลกฉองหลงของพวกเราอีก แต่มีโลกใบหนึ่งที่แข็งแกร่งมากๆ มันคือโลกเซิ่งหยวน”
แบ่งเป็นโลกศฤคาลฟ้ากับโลกพยัคฆ์ฟ้า
“แผ่นดินที่พวกเราบุกเบิกออกมานั้น มาจากการยึดพื้นที่บางส่วนมาจากโลกพยัคฆ์ฟ้ากับโลกศฤคาลฟ้า”
“แต่พื้นที่ของโลกเซิ่งหยวนนั้น พวกเราไม่กล้าเข้าไปยุ่งเลย!”
“เมื่อหลายปีก่อน การที่ฮ่องเต้บาดเจ็บสาหัส นั้นก็เป็นเพราะพวกเราต่อสู้กับโลกเซิ่งหยวน”
“ตั้งแต่นั้นมา การบุกเบิกสนามรบหมื่นจักรวาลของพวกเราก็เริ่มช้าลงเรื่อยๆ!”
“ตอนนี้โลกพยัคฆ์ฟ้ากับโลกศฤคาลฟ้าได้ร่วมมือกันแล้ว”
“พวกเขาบีบบังคับให้โลกฉองหลงของพวกเราต้องถอยและรักษาแผ่นดินของตัวเองเอาไว้”
“เนื่องจากฮ่องเต้บาดเจ็บสาหัส ทำให้พวกเราไม่มีกำลังออกไปต่อสู้ หลายปีที่ผ่านมา มีเพียงอ๋องบู๊คนเดียวที่ยังต่อสู้และพยายามรักษาสถานการณ์ตอนนี้เอาไว้!”
“ถ้าฮ่องเต้จากไป……พวกเราก็คงต้านรับไม่ไหวอย่างแน่นอน!”
“หลินหยุน คุณอย่าไปคาดหวังกับสนามรบหมื่นจักรวาลอีกเลย!”
“ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานมากๆ แต่คุณก็ต้องทำตามกำลังที่ตัวเองมี
คุณก็อย่าพูดเกลี้ยกล่อมให้ไท่จื่อบุกเบิกสนามรบหมื่นจักรวาลอีก เพราะนั้นจะสั่นคลอนบัลลังก์ของราชวงศ์ ฉันหวังว่าคุณจะเข้าใจ!”
ถ้าในอนาคตข้างหน้า ฉันพ่ายแพ้แล้ว
“ถึงแม้ไท่จื่อกับองค์ชายสามจะแย่งชิงบัลลังก์กัน แต่มันก็เป็นการแย่งชิงบัลลังก์เท่านั้น ฉันหวังว่าคุณจะเข้าใจ!”
องค์หญิงเก้าแสดงความคิดเห็นของตัวเองออกมาอย่างชัดเจน
การต่อสู้ขององค์ชายสามกับไท่จื่อ มันเป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงบัลลังก์เท่านั้น
อย่างน้อยความคิดของเธอก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว!
การแก่งแย่ง ไม่ควรสั่นคลอนบัลลังก์ของราชวงศ์ ผลประโยชน์ของราชวงศ์ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
อันที่จริงคำพูดเหล่านี้ของเธอ ทำให้หลินหยุนรู้สึกแปลกใจ เนื่องจากองค์หญิงเก้าเรียกเขามาในวันนี้
และคำพูดเหล่านี้ที่พูดออกมา เหมือนพยายามอธิบายให้หลินหยุนฟัง หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เหมือนอธิบายให้หลินหยุนรู้จักไท่จื่อมากขึ้น
เธอบอกให้หลินหยุนรับรู้ ไท่จื่อเป็นคนหัวดื้อและมั่นใจในตัวเองมากๆ
และบอกให้หลินหยุนทราบ ถึงแม้หลินหยุนจะประเมินตัวเองสูงมากๆ
แต่อัจฉริยะอย่างหลินหยุน เมื่อเทียบกับไท่จื่อแล้ว ยังห่างไกลกันมากๆ
แน่นอนว่าเธอไม่ได้พูดคำพูดเหล่านี้ออกมา
และเธอก็ยังบอกให้หลินหยุนรับรู้ถึงการแก่งแย่งชิงบัลลังก์ในตอนนี้ของทั้งสองฝ่ายด้วย
อย่างเช่นอ๋องบุ๋นให้การสนับสนุนองค์ชายสาม
อย่างเช่นอ๋องบู๊ให้การสนับสนุนไท่จื่อ
ยังมีเรื่องที่เธออาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปีด้วย
ในเวลานี้ หลินหยุนก็ไม่เข้าใจจริงๆ องค์หญิงเก้าคนนี้ต้องการอะไรกันแน่
แต่เขาก็ไม่อยากไปคิดมากกับเรื่องเหล่านี้ เรื่องเดียวที่เขาให้ความสำคัญมากๆก็คือสนามรบหมื่นจักรวาล
แต่มองเห็นได้อย่างชัดเจน องค์หญิงเก้าไม่ค่อยรู้จักสนามรบหมื่นจักรวาลเลย
เมื่อรู้เรื่องนี้แล้ว หลินหยุนก็ไม่อยากคุยกับเธออีก
หลินหยุนลุกขึ้นและทำความเคารพองค์หญิงเก้าแล้วพูด “ขอบคุณองค์หญิงเก้ามากๆที่ชี้แนะ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรอีก หลินหยุนขอตัวกลับก่อน!”
องค์หญิงเก้าพยักหน้า “ไท่จื่อน่าจะอยู่อีกหลายวัน จากนั้นเขาก็คงออกจากเมืองซวูอู๋และกลับไปที่เมืองหลวง”
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกายทันที จากนั้นเขาก็หันหลังและจากไป
เมื่อกลับมาถึงลานเล็กๆ หลินหยุนก็ครุ่นคิดสักพักถึงความหมายที่องค์หญิงเก้าต้องการสื่อออกมา