จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1596 เดินทางไปสถาบันราชภัฏ
บทที่ 1596 เดินทางไปสถาบันราชภัฏ
การรับลูกศิษย์ครั้งนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่ความต้องการของหลินหยุนอยู่แล้ว
แต่ในเมื่อหลินหยุนยอมรับลูกศิษย์แล้ว ไม่ว่ามันจะเป็นความต้องการของเขาหรือไม่ ยังไงซะเด็กสองคนนี้ก็เป็นลูกศิษย์ของเขา
เมื่อมองเห็นสายตาของลูกชายทั้งสองคนที่มองมา ไท่จื่อพูดทันที
เนื่องจากพ่อมีงานจำนวนมากต้องจัดการ และไม่มีเวลามานั่งสั่งสอนพวกเจ้าสองคน!”
“โดยปกติแล้วพ่อตามใจพวกเจ้าสองคนมากจนเกินไป
“ในเมื่อวันนี้พวกเจ้าสองคนไหว้เขาเป็นอาจารย์แล้ว ก็ต้องทำตามทุกอย่างที่อาจารย์สั่ง!”
“ดั่งคำที่ว่า อาจารย์ก็เหมือนกับพ่อคนที่สอง!”
“พวกเจ้าสองคนอย่าคิดที่จะทำเรื่องผิดและกำเริบเสิบสานอีก!”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ต้องเชื่อฟังอาจารย์ เหมือนกับที่เชื่อฟังพ่อ!”
“พวกเจ้าสองคนเข้าใจไหม?”
คำพูดของเหล่านี้ของไท่จื่อ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเด็กสองคนนี้คาดคิดไม่ถึงจริงๆว่าเขาจะพูดออกมาแบบนี้
การไหว้อาจารย์หลายๆครั้งที่ผ่านมา พ่อของพวกเขาไม่เคยพูดคำเหล่านี้ออกมาเลย
อาจารย์เหมือนพ่อคนที่สอง คำนี้มันสำคัญมากๆ
อย่ามองว่าพวกเขาสองคนยังเป็นแค่เด็กเล็ก
ครั้งนี้พ่อของพวกเขาสองคนเอาจริงแล้ว
แต่พวกเขาเกิดในตระกูลราชวงศ์และในสภาพแวดล้อมแบบนี้ พวกเขาสองคนก็ตอบสนองได้ทันที
มีอีกเรื่องหนึ่ง พ่อของพวกเขาต้องให้ความสำคัญกับอาจารย์คนนี้มากๆ!
ตอนนี้สีหน้าพวกเขาสองคนเคร่งขรึมทันที และรีบทำความเคารพ “รับทราบ!”
หลินหยุนพูด “วันนี้พวกเจ้าสองคนเป็นลูกศิษย์ของฉัน
แต่พวกเจ้าไม่ได้เป็นลูกศิษย์คนแรก ก่อนหน้านี้อาจารย์เคยรับลูกศิษย์ไว้สี่คน
พวกเจ้าสองคนมีศิษย์พี่ทั้งหมดสี่คน”
“อย่างไรก็ตาม พวกเจ้าอยากจะเจอศิษย์พี่นั้น มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ”
“ตอนนี้ไม่ต้องคิดอะไรมาก!”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าสองคนก็ตามอาจารย์ไปฝึกฝนก็แล้วกัน!”
เมื่อหลินหยุนพูดจบ ไท่จื่อที่อยู่ข้างๆก็พูดด้วยรอยยิ้ม “หลินหยุน
นายอย่าใส่ใจละกัน รอเวลาผ่านไปอีกสักหน่อย ฉันจะจัดพิธีไหว้อาจารย์อย่างยิ่งใหญ่ให้นาย!”
พิธีไหว้อาจารย์ในวันนี้เรียบง่ายไปหน่อย
หลินหยุนโบกมือและพูด
“ความหวังดีของไท่จื่อ หลินหยุนขอรับไว้ด้วยใจ ฉันไม่ค่อยสนใจเรื่องยุ่งยากพวกนี้ แต่เรื่องที่จะให้หลินหยุนไปที่สถาบันราชภัฏ
รีบๆหน่อยก็จะดี!”
ไท่จื่อพยักหน้า “เรื่องนี้นายโปรดวางใจ ฉันได้เขียนพระราชกฤษฎีกาไว้แล้ว”
ขณะพูด ไท่จื่อก็สะบัดแขนเบาๆ หยกชิ้นหนึ่งที่อยู่บนโต๊ะด้านหน้าก็บินไปหาหลินหยุนทันที
ไท่จื่อพูด “นายถือพระราชกฤษฎีกาที่ฉันเขียนขึ้น
และป้ายแสดงฐานะของคุณ
นายสามารถไปที่สถาบันราชภัฏได้เลย จะมีคนจัดการทุกอย่างให้นายเอง”
ไท่จื่อนิ่งไปชั่วครู่ จากนั้นก็พูด
ต้องทำตามกฎระเบียบของสถาบันราชภัฏ แม้แต่ฉันเอง ก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งกฎระเบียบของสถาบันราชภัฏได้!”
“อย่างไรก็ตาม นายต้องจำเอาไว้ ถ้าเข้าไปในสถาบันราชภัฏแล้ว
หลินหยุนพยักหน้าและพูด “เรื่องนี้ไท่จื่อโปรดวางใจ!”
ไท่จื่อพูด “โอเค
มีอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันจำเป็นต้องเตือนนาย……ช่างมันเถอะ รอนายกลับมา นายก็จะรู้เอง!”
ในเมื่อนายมีพระราชกฤษฎีกาแล้ว นายจะเข้าไปเมื่อไหรก็ได้ ตำแหน่งของสถาบันราชภัฏอยู่ในหุบเขาที่อยู่ด้านหลังของเมืองหลวง
ไท่จื่อหัวเราะทันที
“อาจารย์จะไปสถาบันราชภัฏก่อน หลังจากอาจารย์กลับมา ฉันจะมาตรวจสอบการฝึกฝนของพวกเจ้าสองคน!”
จากนั้นหลินหยุนลุกขึ้นมาและขอตัวกลับก่อน เมื่อเดินมาถึงหน้าประตู เขาก็มองเด็กทั้งสองคนแล้วพูด
เมื่อพูดจบ หลินหยุนก็เดินจากไปทันที
หลังจากกลับมาในห้องพักแล้ว หลินหยุนก็ไปอธิบายกับฉินหลันว่าเขาจะไปฝึกฝนที่สถาบันราชภัฏ
ฉินหลันก็เข้าใจทันที
และในเวลานี้ มีผู้หญิงวัยรุ่นที่แต่งตัวหรูหรามากๆ มาถึงลานเล็กๆแห่งนี้
เธอไม่ใช่ใครที่ไหน เธอคือไท่จื่อเฟย
เมื่อมองเห็นไท่จื่อเฟยมาถึง หลินหยุนก็รู้สึกประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจมากนัก
นี่น่าจะเป็นคำสั่งของไท่จื่อ เนื่องจากกังวลว่าหลินหยุนไปสถาบันราชภัฏแล้ว
เหลือฉินหลันคนเดียวไว้ในตำหนักไท่จื่อและอาจจะทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
หลินหยุนอยู่กับฉินหลันสักพัก จากนั้นเขาก็ออกจากตำหนักไท่จื่อและตรงไปที่สถาบันราชภัฏทันที
ทิศเหนือของเมืองหลวงเป็นภูเขาใหญ่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนา ใครๆก็รู้ว่าสถานที่แห่งนี้คือสถาบันราชภัฏ มันเป็นสถาบันราชภัฏของราชวงศ์!
และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์ !
แต่ไม่มีใครสามารถมองเห็นสถาบันราชภัฏจากด้านนอกของภูเขาได้
เมื่อหลินหยุนมาถึงตีนเขา เขาก็ปล่อยพลังจิตเข้าไปตรวจสอบในหมอกหนาทันที เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์เอาไว้ เขาไม่สามารถตรวจสอบสถานการณ์ที่อยู่ด้านในหมอกหนาได้เลย
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกายทันที แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ภูเขานี้ไม่เล็กเลย
และโดนหมอกหน้าปกคลุมอยู่ เมื่ออยู่ด้านนอก ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าต้องขึ้นไปจากทางไหน
นี่ก็เหตุผลหลักที่ไท่จื่ออยากจะพูดออกมา แต่เขาไม่กล้าพูด มันคงจะเป็นอย่างนั้น !
บางที นี่อาจจะเป็นการทดสอบอย่างหนึ่งก็ได้
ตอนที่หลินหยุนยืนอยู่ตีนเขา กำลังเงยหน้าขึ้นไปมอง
ด้านบนยอดเขาที่มีหมอกหนาปกคลุมอยู่ มีนักบำเพ็ญเซียนใส่ชุดสีขาวหลายๆคน
กำลังมองหลินหยุนผ่านหมอกหนาอยู่
เมื่อมองจากด้านนอก หมอกหนาปิดบังทุกอย่างที่อยู่ด้านใน
แต่ถ้ามองจากด้านใน สามารถมองเห็นทุกอย่างที่อยู่ด้านนอกอย่างชัดเจน !
ในเวลานี้ สายตาของทุกคนต่างมองไปที่หลินหยุนทันที
หนึ่งในชายวัยรุ่นที่อยู่ด้านในก็หัวเราะทันที และพูดกับคนอื่นๆ
“ศิษย์พี่ทุกท่าน
หลินหยุนคนนี้ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย ทำไมไท่จื่อถึงให้ความสำคัญกับเขาขนาดนี้?”
ชายวัยรุ่นอีกคนได้ยิน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
เอาชนะหั่วยู่ที่เป็นยอดฝีมือแดนจิตปฐมตอนปลาย ไท่จื่อก็คงให้ความสำคัญกับคุณอย่างแน่นอน!”
“ศิษย์น้องฉี ถ้าคุณสามารถใช้พลังของแดนจิตปฐมตอนต้น
ชายวัยรุ่นที่พูดคนแรกอึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นก็พูดทันที “เรื่องนี้……ฉันทำไม่ได้จริงๆ
อย่างไรก็ตาม ถ้าใช้พลังในระดับเดียวกัน สำหรับฉันแล้วมันไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย! ถึงแม้จะต่ำกว่าอีกฝ่ายหนึ่งระดับ
ฉันก็สามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายได้ แต่ถ้าต่างกันถึงสองระดับ ฉันทำไม่ได้จริงๆ!”
คนที่สามารถเข้าสถาบันราชภัฏได้ ทุกคนต่างเป็นอัจฉริยะและสุดยอดอัจฉริยะ
ทุกคนต่างเป็นคนที่ร้ายกาจที่สุดในรุ่น
แต่เมื่อนึกถึงว่าตัวเองห่างจากอีกฝ่ายสองระดับ และคู่ต่อสู้ยังเป็นหั่วยู่ด้วย วัยรุ่นคนนั้นก็ยอมใจและนับถือจริงๆ!
ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ วัยรุ่นคนนั้นก็พูด “แต่ศิษย์พี่ทุกท่าน พวกคุณ……คิดว่าไท่จื่อตั้งใจให้หั่วยู่พ่ายแพ้ให้กับคนๆนี้หรือเปล่า?”
“หั่วยู่แข็งแกร่งมากแค่ไหน อันที่จริงพวกเราต่างรู้เรื่องนี้ดี ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าหั่วยู่จะพ่ายแพ้ให้คนที่ไม่มีชื่อเสียงอะไรเลย!”
วัยรุ่นชายที่อายุเยอะกว่าอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาและพูด
การที่เขาส่งคนมาที่นี่ มันจะต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน!”
“คุณคิดอะไรอยู่ หลายปีที่ผ่านมาไท่จื่อไม่เคยส่งใครมาที่สถาบันราชภัฏเลย
“ถ้าศิษย์น้องพูดว่าคนอื่นแกล้งทำเป็นพ่ายแพ้นั้น มันอาจจะเป็นไปได้ แต่ด้วยนิสัยของหั่วยู่ เขาจะยอมเชื่อฟังคำสั่งของไท่จื่อเหรอ?”
“ต้องรู้ไว้เรื่องหนึ่ง นั่นคือการประลองในงานสรรเสริญเก้าสำนัก!”
“เรื่องที่ขายหน้าแบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่นๆอาจจะยอมทำ แต่ถ้าเป็นหั่วยู่ เขาไม่ทำอยู่แล้ว!”
ชายวัยรุ่นที่พูดก่อนหน้านี้ก็พยักหน้าทันทีและพูด “ศิษย์พี่พูดถูกแล้ว!”
ชายวัยรุ่นนิ่งไปชั่วครู่
ยังไงซะฉันก็ไม่เชื่ออยู่แล้ว !”
จากนั้นเขาก็รู้สึกไม่พอใจและพูด “แต่ว่าศิษย์พี่ พวกคุณดูคนๆนี้สิ แม้แต่ทางขึ้นภูเขาก็หาไม่เจอ คนประเภทนี้จะเอาชนะหั่วยู่ได้ยังไง?
ชายวัยรุ่นอีกคนที่ใส่ชุดสีน้ำเงินก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์น้องฉี
ฉันได้ข่าวมาว่าเขาเป็นนักบำเพ็ญเซียนจากเขตเหนือ เขาไม่เคยมาที่สถาบันราชภัฏของพวกเรามาก่อน เขาขึ้นมาช้าหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ!”
ไม่ต้องใจร้อน
ชายวัยรุ่นอีกคนที่ใส่ชุดสีฟ้าก็พูดทันที
“ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่าน พวกเรามาเดิมพันกันไหม?
มาเดิมพันกันว่าหลินหยุนจะใช้เวลามากแค่ไหนถึงขึ้นมาในภูเขาได้!”