จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1648 สถานะเป็นที่รับรู้ไปทั่ว
องค์หญิงเก้าได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า “ทำไมถึงไม่ต้องการให้ฉันหาสถานที่เงียบสงบแล้วเหรอ? ”
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ตอนนั้นกับตอนนี้มันแตกต่างกัน ก่อนหน้านี้ถ้าหากไม่มีองค์หญิงเก้า สำหรับไท่จื่อแล้ว ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ตอนนี้มองว่า ควรจะมีองค์หญิงเก้าจึงจะเป็นการดีที่สุด! ดังนั้นจึงไม่ต้องหาสถานที่สงบเงียบอะไรอีกแล้ว! ”
องค์หญิงเก้ามองไปที่หลินหยุนอย่างลึกซึ้งในทันที “นายนี่ช่างตรงไปตรงมาเสียจริง! ”
หลินหยุนยิ้มและพูดขึ้นว่า “ฉันก็เป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว! ”
เมื่อพูดจบ ก็ออกไปจากโรงเหล้าในทันที
ช่วงเช้าของวันถัดมา องค์หญิงเก้าก็มาถึงสถาบัน
แล้วก็ตรงไปยังวิมานของหลินหยุน
หลังจากที่เข้าไปด้านในแล้ว ก็ไม่ได้ออกมาอีกเลย……
เป็นเวลาสิบวันติดต่อกัน
องค์หญิงเก้าไม่ได้ออกมาด้านนอกเลยแม้เพียงครั้งเดียว
วิมานของหลินหยุนก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนขึ้นในทันที
ลูกศิษย์ของสถาบันต่างก็งุนงงกันไปทั้งหมด!
เป็นที่ทราบกันว่า องค์หญิงเก้านั้นเป็นคนของฝ่ายองค์ชายสาม
ส่วนหลินหยุนเป็นคนของฝ่ายไท่จื่อ!
คิดไม่ถึงว่าสองคนนี้ จะมาลงเอยร่วมกันได้
เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อนเลย
ทางฝ่ายของไท่จื่อเองนั้นก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน
เขาทราบดีว่าหลินหยุนนั้นรับรู้ว่าองค์หญิงเก้าอยู่ฝ่ายเดียวกันกับเขา
แต่ การที่ทั้งสองคนอยู่ร่วมกันอย่างเปิดเผย ไม่มีการปกปิดแม้แต่น้อยแบบนี้ ก็ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ค่อยสบายใจอยู่เหมือนกัน
แต่ทางหลินหยุนกับองค์หญิงเก้านั้นไม่ได้ไปสนใจเรื่องราวเหล่านี้
เวลานี้หลินหยุน ก็ยังคงมุ่นมั่นรักษาอาการป่วยขององค์หญิงเก้าอยู่
โรคร้ายในร่างกายขององค์หญิงเก้านั้น รักษายากอย่างยิ่ง
ซึ่งเป็นโรคร้ายที่มีติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด!
ถือว่าเป็นอาการผิดปกติที่มีมาตั้งแต่กำเนิด
น่าจะได้รับบาดเจ็บอย่างหนักตอนที่อยู่ในครรภ์มารดา
ดังนั้นเมื่อกำเนิดออกมาก็มีโรคร้ายนี้ติดตัวตามมาด้วย
การที่หลินหยุนจะรักษาให้หายนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเลย
จนกระทั่งถึงวันที่สิบ องค์หญิงเก้าก็ได้ส่งเสียงร้องโอดครวญอันเจ็บปวดขึ้น
จึงดึงดูดความสนใจของทุกคนในสถาบันทันที
แต่ในขณะนั้นเอง สถานที่ต้องห้ามด้านหลังภูเขาก็เกิดเสียงร้องดังลั่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ลูกศิษย์ทุกคนในสถาบันต่างก็ตื่นตะลึงกันขึ้นโดยพลัน
กลุ่มยอดฝีมือผู้บริหารระดับสูง ต่างก็ออกมาจากวิมานและยอดเขาของตนเองในทันที พร้อมกับเหาะเหินมุ่งหน้าไปยังสถานที่ต้องห้ามนั้นโดยเร็ว
ภายในวิมานของหลินหยุน
องค์หญิงเก้าในเวลานี้มีสีหน้าที่ขาวซีดอย่างที่สุด ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยรอยคราบเลือดสีดำ
แต่ในตอนนี้กลิ่นอายลมหายใจแห่งชีวิตของเธอนั้นค่อนข้างจะสมบูรณ์เป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นแล้ว
ได้ยินเสียงดังสะเทือนเลือนลั่นและความเคลื่อนไหวดังกล่าวนั้น องค์หญิงเก้าก็มองมาที่หลินหยุนทันที แล้วร่างกายก็หายวับออกไปจากวิมาน หลินหยุนจึงรีบตามออกไป ซึ่งทั้งสองคนได้มุ่งหน้าไปยังสถานที่ต้องห้ามด้านหลังภูเขานั้น
ขณะที่ทั้งสองคนมาถึง
หินศิลาที่เดิมทีตั้งตระหง่านอยู่อย่างสงบนิ่ง ก็ได้เกิดการสั่นไหวขึ้นอย่างรุนแรง ไม่นานนัก ด้านหลังของหินศิลาก็ปรากฏช่องทางเส้นหนึ่งขึ้น
จากนั้นกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงอย่างที่สุด ก็ได้ส่งกลิ่นกระจายออกมาจากช่องทางนั้น
หลังจากนั้น ทุกคนก็มองเห็น เงาร่างร่างหนึ่งที่ผอมบางและเต็มไปด้วยเลือด ได้คืบคลานอย่างยากลำบากออกมาจากช่องทางดังกล่าวนั้น
“ศิษย์พี่! ”
“ศิษย์น้อง! ”
“……”
ฟางเอี่ยน รวมไปถึงท่านอู๋และท่านหลิว เห็นแวบแรกก็รู้ได้ทันทีว่าคนผู้นั้นคือผู้อาวุโสเจียง
จึงได้รีบเข้าไปประคองร่างของผู้อาวุโสเจียงขึ้นจากพื้น
ร่างกายและลมหายใจของผู้อาวุโสเจียงนั้นอ่อนแออย่างมาก แต่เวลานี้กลับอยากที่จะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพียงแต่ว่าตอนนี้เธอไม่มีแรงกำลังที่จะหัวเราะออกเสียงแล้ว
เธอได้ใช้กำลังทั้งหมดในร่างกาย ยกมือซ้ายของตนเองขึ้นมา ท่ามกลางฝ่ามือมีตัวอักษรสีทองคำว่า “คำสั่ง” !
จากนั้นเธอก็ใช้แรงกำลังทั้งหมดพูดขึ้นว่า “ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สถาบัน ให้การสนับสนุนไท่จื่ออย่างเต็มที่ เพื่อขึ้นครองบัลลังก์! ”
เมื่อพูดจบ ผู้อาวุโสเจียงก็สลบลงไปทันที
ฟางเอี่ยนรีบพูดขึ้นว่า “รีบนำตัวศิษย์พี่กลับไปรักษาอาการก่อน! ”
ท่านอู๋และท่านหลิวรีบพยักหน้า ช่วยกันนำตัวผู้อาวุโสเจียง กลับไปยังตำหนักใหญ่เขาหลักทันที
ฟางเอี่ยนสูดหายใจลึก พร้อมกับมองไปที่อาจารย์อาทั้งสามคนด้วยสีหน้าที่ย่ำแย่ “อาจารย์อาทั้งสาม เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ทราบว่าอาจารย์อาทั้งสามจะมีอะไรรับสั่งอีกหรือไม่? ”
ผู้อาวุโสทั้งสามคนต่างก็สูดหายใจลึก และมองหน้าสบตาซึ่งกันและกัน พร้อมกับพูดขึ้นอย่างจำใจว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีอะไรที่จะพูดอีกแล้ว! สถาบันราชภัฏประกาศให้รับทราบโดยทั่วกันว่า จะให้การสนับสนุนไท่จื่ออย่างเต็มที่เพื่อขึ้นครองบัลลังก์! ไม่ว่าผู้ใด ไม่ว่าอิทธิพลอำนาจใด ห้ามที่จะมายุ่งเกี่ยวแทรกแซง และละเมิดคัดค้านโดยเด็ดขาด! ”
นี่คือสถาบันราชภัฏ!
นี่คือเผด็จการและอิทธิพลอำนาจของสถาบันราชภัฏ!
ได้ยินผู้อาวุโสทั้งสามคนกล่าวแสดงท่าทีออกมาแล้ว หลินหยุนกับองค์หญิงเก้าก็มองหน้าสบตาซึ่งกันและกัน ซึ่งสามารถที่จะโล่งอกลงได้อย่างจริง ๆ เสียที
เรื่องราวได้ดำเนินมาจนถึงตอนนี้ ในที่สุดก็สามารถพูดได้แล้วว่า ใกล้ที่จะสิ้นสุดลงแล้ว!
ไม่นานนัก
หลังจากที่สถาบันราชภัฏได้มีการประกาศออกไปอย่างเป็นทางการ องค์ชายสามเองก็ถอนตัวออกมาจากการช่วงชิงบัลลังก์อย่างสมบูรณ์แล้ว
ส่วนเวลาการขึ้นครองบัลลังก์ของไท่จื่อนั้น ก็ได้กำหนดเวลาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก็ยังคงเป็นเวลาหลังจากที่ทำการไว้ทุกข์ครบสามปี
แต่นี่มันแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง!
เพราะว่าทั้งฝ่ายบู๊และฝ่ายบุ๋นทั้งหมดในราชวงศ์ ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะเคลื่อนไหวหรือทำการอะไรอีกแล้ว!
โดยหลังจากที่เรื่องนี้สิ้นสุดลงไปได้ไม่นานนัก
อ๋องบู๊ก็เดินทางกลับมาจากสนามรบหมื่นจักรวาลแล้ว
โดยหลังจากที่เทพแห่งสงครามของราชวงศ์กลับมา ก็ยิ่งไม่ต้องใจจดใจจ่อกับเรื่องดังกล่าวอีกต่อไปแล้ว
แต่ว่า ในเวลานั้นเอง สถานะของหลินหยุน ก็ถูกแพร่กระจายเป็นที่รับรู้ไปทั่งทั้งราชวังแล้ว
จากนั้นก็ราวกับสายลมที่กระโชกแรง แพร่กระจายไปทั่วทั้งเขตกลางฟ้าแล้ว
หลินหยุน คือผู้บำเพ็ญเซียนดาวไกอา!
กระทั่งในตอนที่อยู่เขตเหนือนั้น ยังเคยเข้าไปในแดนเหมันต์สูงสุดนั้นด้วย!
และเคยมีเรื่องบาดหมางกับนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์ ที่ซึ่งเป็นสำนักอันดับหนึ่งของเขตเหนือ!
เมื่อข่าวคราวดังกล่าวได้แพร่กระจายออกไป ไท่จื่อจึงรีบเรียกตัวหลินหยุนเข้ามาพบที่ตำหนักบูรพา
เมื่อเห็นหลินหยุนเดินเข้ามา ไท่จื่อก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าท่าทางที่ย่ำแย่ว่า “พูดมาสิว่า มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? เรื่องดังกล่าวนี้ น่าจะไม่ใช่เรื่องนินทาที่ไม่มีมูลหรอกใช่ไหมล่ะ? ”
หลินหยุนพยักหน้า และพูดขึ้นว่า “ถูกต้อง! ฉันเป็นผู้บำเพ็ญเซียนที่มาจากดาวไกอาจริง ๆ! และก็เคยเข้าไปในแดนเหมันต์สูงสุดนั้น! อีกทั้งยังได้พาสาวน้อยคนหนึ่ง ออกมาจากแดนเหมันต์สูงสุดนั้นอีกด้วย! ”
ไท่จื่อดวงตาเป็นประกาย และพูดขึ้นว่า “ยังมีอะไรอีก? ”
หลินหยุนส่ายศีรษะ และพูดว่า “ยังมีอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือก่อนหน้าที่ฉันจะทำการรักษาอาการป่วยขององค์หญิงเก้านั้น ฉันได้เสนอเงื่อนไขเพื่อแลกกับการรักษาองค์หญิงเก้า โดยฉันได้ขอให้องค์หญิงเก้าช่วยเหลือฉันกำจัดกวาดล้างนิกายวิญญาณ์บริสุทธิ์ หลังจากที่ไท่จื่อขึ้นครองบัลลังก์แล้ว! นอกเหนือจากนี้ ก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว”
ไท่จื่อสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “อะไรนะ นายได้รักษาอาการป่วยขององค์หญิงเก้า……จนหายเป็นปกติแล้วเหรอ? ”
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา หลังจากที่เรื่องราวใหญ่โตทั้งหมดได้ถูกกำหนดและจัดการเรียบร้อยแล้วนั้น เขาเองก็ยังไม่ได้ไปหาองค์หญิงเก้าเลย
หลินหยุนพยักหน้าและพูดว่า “ใช่แล้ว! ”
ไท่จื่อมีกลิ่นอายลมหายใจที่เปลี่ยนไปทันที พร้อมกับพูดขึ้นด้วยแววตาที่น่าเหลือเชื่อ “นาย……นายทำสำเร็จได้อย่างไรกัน? ”
หลินหยุนพูดว่า “ก็แค่บังเอิญเท่านั้น! ”
ไท่จื่อก็ยังคงไม่อยากจะเชื่อ สูดหายใจลึก และพูดว่า “ตกลง! จากเรื่องดังกล่าวนี้ งั้นฉันก็จะปกป้องความปลอดภัยให้กับนายเอง! ”
“เพียงแต่ว่า……นายจะต้องมอบตำแหน่งที่ตั้งของดาวไกอาออกมาจะเป็นการดีที่สุด หรือว่าเส้นทางที่พวกนายเดินทางมากันก็ได้! ”
“ไม่อย่างนั้น ฉันเองก็คงอาจจะไม่รับประกันความปลอดภัยของนายได้! ”
“นายคงจะทราบดีว่า ในอดีตตอนที่แขกจากดาวไกอาถูกกักขังตัวเอาไว้ที่แดนเหมันต์สูงสุดนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะหลังจากที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้น ก็ทำการสังหารกวาดล้างไปทั่วทั้งเขตเหนือ! ”
“นี่เป็นเพียงแค่เหตุผลหนึ่งเท่านั้นเอง! ”
“อีกอย่างหนึ่งคืออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่สืบทอดของพวกเขา ช่างแข็งแกร่งไร้เทียมทานอย่างที่สุด! ”
“ถ้าหากให้เวลากับพวกเขา ปล่อยให้พวกเขาลงหลักปักฐานที่มั่นคงได้แล้วล่ะก็ นั่นจะกลายเป็นกองกำลังที่มิอาจมองข้ามได้เลย! ”
“นายดูตัวของนายเองสิ ไม่ได้เป็นแบบนั้นหรอกเหรอ? ”
“เรื่องนี้สำหรับทุกคนแล้ว ซึ่งรวมไปถึงตัวฉันเองด้วย ล้วนเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดอย่างมหาศาล! ”
“ถ้าหากนายไม่มอบมันออกมา ฉันเองก็คงจะไม่อาจรับประกันความปลอดภัยของนายได้! ”
“แน่นอนว่า ฉันเองก็จะไม่บีบบังคับนายเช่นกัน! ”