จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1660 เมืองมู่เหมียน
ชายวัยกลางคนหัวเราะอย่างโหดเหี้ยมและพูด”เด็กหนุ่ม ฉันเป็นยอดฝีมือแดนดั่งเทพ ถ้าปล่อยให้คนที่อ่อนแอดั่งมดและฝึกฝนถึงแดนจิตปฐมอย่างนายหนีไปได้ ฉันคงฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน! เด็กหนุ่ม นายเป็นใครกันแน่? พูดมาซะดีๆ ฉันจะให้นายตายอย่างไม่ทรมาน!”
เมื่อชายวัยกลางคนพูดจบ หลินหยุนก็เอ่ยถามเบาๆ “บนตัวของนายมีแผนผังดาวจักรวาลไหม? ถ้านายมีก็รีบมอบแผนผังดาวจักรวาลมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะไว้ชีวิตนาย!”
เมื่อชายวัยกลางคนได้ยินก็อึ้งชั่วครู่ เขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆ หลินหยุนจะกล้าขอแผนผังดาวจักรวาลจากเขา เรื่องนี้ทำให้เขาประหลาดใจมากๆ!
ถ้านักบำเพ็ญเซียนที่มาหาวงศ์สกุลโบราณกาลละก็ เป็นไปไม่ได้ที่อีกฝ่ายจะไม่มีแผนผังดาวจักรวาล
เขาแกล้งพูดอย่างนี้หรือเปล่า!
เพื่อต้องการบ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนที่มาจากโลกภายนอก!
ภายในชั่วพริบตา ชายวัยกลางคนก็คิดออกทันที ทำไมหลินหยุนถึงพูดแบบนี้
ตอนนี้เขาหัวเราะอย่างเย็นชาและพูด”ใช่เหรอ?นายไม่มีแผนผังดาวจักรวาลเหรอ? เด็กหนุ่ม นายใช้เล่ห์เหลี่ยมแบบนี้หลอกฉันไม่ได้หรอก! ในเมื่อนยาไม่อยากจะพูดออกมา ถ้างั้นฉันคงต้องจับตัวนายไว้ก่อน!”
หอกกระดูกที่อยู่ในมือของชายวัยกลางคนถูกโยนออกไป และพุ่งเข้าไปหาหลินหยุน!
ภายในชั่วพริบตา ท้องฟ้าสั่นสะเทือนราวกับมันกำลังหวาดกลัว
ราวกับท้องฟ้าจะแตกสลายเพราะการโจมตีของหอกกระดูกอันนี้
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกายทันที เพลงกระบี่พลังผกผันโจมตีออกไปอีกครั้ง พลังของมันทรงพลังมากๆจนหาคำมาอธิบายได้ยาก!
“ตูม——”
ภายในชั่วพริบตา ก็มีเสียงดังสะเทือนฟ้าสะเทือนดินเกิดขึ้นทันที
หลินหยุนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ร่างกายของเขาปลิวออกไปและเขาก็กระอักเลือดสดออกมาหนึ่งคำ
ถ้าก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เผาเลือดสารจิงจำนวนมาก จนถึงตอนนี้พลังของเขายังฟื้นฟูได้ไม่หมด บางทีเขาอาจจะรับการโจมตีครั้งนี้ได้
แต่ตอนนี้หลินหยุนตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ อย่ามองว่าอีกฝ่ายแค่โจมตีด้วยกฎเกณฑ์แห่งหอก แต่พลังของมันน่ากลัวและแข็งแกร่งมากๆ
ด้านการเคลื่อนไหว เพราะวิชาของหลินหยุนพิเศษกว่า ทำให้เขาสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วพอๆกับอีกฝ่าย แต่ถ้าต้องต่อสู้กันซึ้งๆหน้า ความแตกต่างด้านพลังของพวกเขาได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนแล้ว
ชายวัยกลางคนหัวเราะอย่างโหดเหี้ยม”เด็กหนุ่ม เป็นยังไงบ้าง? นายยังอยากจะต่อสู้อีกเหรอ?”
หลินหยุนเช็ดเลือดที่อยู่ในมุมปาก เขาหายใจลึกๆและก้าวเท้าออกไป วินาทีต่อมา มีร่างรางเทพเซียนที่ใหญ่มากๆปรากฏตัวทันที
ร่างรางเทพเซียนถือกระบี่ยักษ์ไว้ในมือ และโจมตีใส่ชายวัยกลางคน ทำให้สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนไป
เขาไม่อยากจะเชื่อ เด็กหนุ่มที่ฝึกฝนถึงแดนจิตปฐม แต่กลับสามารถปลดปล่อยวิชาอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ออกมา
พลังดาบสกัดนภาของหลินหยุนปะทุออกมา
ชายวัยกลางคนตะโกนออกมา หอกกระดูกที่อยู่ในมือก็เปล่งแสงออกมาและโยนใส่ร่างรางเทพเซียนทันที
วินาทีต่อมา ร่างรางเทพเซียนก็แตกสลาย และหอกกระดูกก็ตกลงมาเหมือนกัน
แต่ในเวลานี้ หลินหยุนกระอักเลือดสดออกมาอีกครั้ง มีแส้วิญญาณก็พุ่งออกมาและโจมตีโดนร่างกายของชายวัยกลางคน
ชายวัยกลางคนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เขาจับศีรษะของตัวเองเอาไว้ ขณะที่เขายังตอบสนองไม่ได้ หลินหยุนก็มาถึงด้านหน้าของเขาแล้ว และใช้กระบี่แทงทะลุหน้าท้องของอีกฝ่าย
พลังจิตวิญญาณของเจียซินพุ่งออกมา และปิดผนึกพลังของชายวัยกลางคนเอาไว้
หลินหยุนใช้มือจับอีกฝ่ายเอาไว้ จากนั้นก็พุ่งไปยังทิศตะวันออกอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเวลาผ่านไปครึ่งเดือน หลินหยุนหาสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งได้ เขาก็เลยปล่อยชายวัยกลางคน ดวงตาของอีกฝ่ายแดงมากๆและเขาไม่มีความเย่อหยิ่งอวดดีเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
ส่วนหลินหยุนในเวลานี้ เขาได้แผนผังดาวจักรวาลมาจากอีกฝ่ายนานแล้ว
ถึงแม้แผนผังดาวจักรวาลอันนี้จะไม่ค่อยละเอียดมากนัก แต่มันก็ทำให้หลินหยุนรู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่
อยู่เขตเหม่าของสนามรบหมื่นจักรวาล เป็นสถานที่อยู่รอบนอกมากๆ
ห่างจากเมืองที่อยู่ใกล้ที่สุด ต้องใช้เวลาเดินทางหนึ่งปี
สถานที่แห่งนั้นเรียกว่าเมืองมู่เหมียน
บริเวณของเมืองมู่เหมียนอยู่นั้นก็เป็นที่ๆห่างไกลมากๆและเล็กมากๆเช่นกัน และไม่ได้อยู่ในสิบสองอาณาเขตด้วย
เจ้าของเมืองแห่งนี้ มีชื่อว่านักพรตมู่เหมียน
หลินหยุนมองหน้าชายวัยกลางคนและพูด “นักพรตมู่เหมียนของเมืองมู่เหมียน มีความเกี่ยวข้องกับวงศ์สกุลน้ำดำของพวกคุณใช่ไหม?”
ชายวัยกลางคนอึ้งไปชั่วครู่ จากนั้นก็รีบปฏิเสธ”มันจะเป็นไปได้ยังไง? วงศ์สกุลโบราณกาลอย่างพวกเรา เป็นไปไม่ได้ที่จะมีความเกี่ยวข้องกับนักบำเพ็ญเซียนจากหมื่นจักรวาลอยู่แล้ว!”
หลินหยุนพูดอย่างเย็นชา”ฉันไม่ได้สนใจวงศ์สกุลน้ำดำของพวกคุณอยู่แล้ว คุณเล่าเมืองมู่เหมียนให้ฉันฟังหน่อย และเล่าเรื่องของนักพรตมู่เหมียนด้วย! บางทีฉันอาจจะไว้ชีวิตคุณก็ได้!”
ชายวัยกลางคนเปล่งเสียไม่พอใจออกมาและพูด “นายไม่กล้าสังหารฉันหรอก อย่าคิดว่านายหนีมาไกลแล้ว แต่ถ้านายกล้าสังหารฉันจริงๆ ผู้อาวุโสของชนเผ่าเราจะต้องรับรู้เรื่องนี้ทันที เมื่อถึงตอนนั้น นายอยากหนีก็คงหนีไม่พ้นอยู่แล้ว!”
หลินหยุนพยักหน้า เขาไม่ได้ปฏิเสธและเอ่ยปากพูด “คุณพูดถูกแล้ว! ถึงแม้ตอนนี้ฉันไม่สังหารคุณ แต่ถ้าฉันพาคุณออกจากบริเวณนี้ เมื่อถึงตอนนั้น ผู้อาวุโสที่ฝึกฝนถึงแดนสู่ธรรมะของชนเผ่าคุณ คงไม่กล้าออกมาและไม่มีเวลามาไล่ตามฉันอย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน สีหน้าของชายวัยกลางคนแย่ลงทันที
หลินหยุนพูด “ถ้าให้ดี คุณยอมร่วมมือกับฉันจะดีกว่า! มิฉะนั้น จุดจบจะเป็นยังไง ฉันคิดว่าคุณน่าจะรู้ดี! แต่ถ้าคุณยอมร่วมมือกับฉัน ก่อนจะถึงเมืองมู่เหมียนฉันอาจจะปล่อยตัวคุณไป!”
ชายวัยกลางคนเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งและพูด “นายจะยอมปล่อยตัวฉันไปจริงๆเหรอ?”
หลินหยุนพูด “ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร!”
ชายวัยกลางคนหายใจเข้าลึกๆ เขานิ่งเงียบไปสักพักแล้วพูด “ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ฉันจะยอมร่วมมือกับนาย ฉันหวังว่านายจะทำตามสัญญาที่ให้กับฉันไว้!”
หลินหยุนไม่ได้พูดมากอีก เขาเดินตามทิศทางของแผนผังดาวจักรวาล และพาฉินหลันกับชายวัยกลางคนตรงไปยังทิศตะวันออก
หลังจากผ่านไปหนึ่งปี มีโลกร้างเล็กๆอันหนึ่ง ปรากฏตัวด้านหน้าของพวกเขาสามคน
และดาวดวงนี้ก็แตกสลายด้วย มีเพียงพื้นดินเล็กๆที่ยังมีสภาพสมบูรณ์อยู่
เมืองมู่เหมียนถูกสร้างไว้ด้านบนนั้น
บนท้องฟ้า ชายวัยกลางคนเอ่ยปากพูด “นั้นก็คือเมืองมู่เหมียน! เรื่องทั้งหมดที่ฉันรู้เกี่ยวกับเมืองแห่งนี้ ฉันก็ได้บอกนายไปหมดแล้ว! ตอนนี้นายปล่อยฉันไปได้หรือยัง?”
หลินหยุนพูด “ไม่ต้องรีบร้อน ถ้าฉันไม่เป็นอะไร ฉันปล่อยคุณจากไปอย่างแน่นอน! คุณรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน!”
ขณะพูด หลินหยุนพาฉินหลันบินไปที่เมืองมู่เหมียน
เมืองมู่เหมียนมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมากๆ จากคำพูดของชายวัยกลางคน เมืองนี้ฟังคำสั่งของนักพรตมู่เหมียนเพียงคนเดียว!
เมืองนี้ก็ไม่เคยมีนักบำเพ็ญเซียนจากภายนอกเข้ามาเลย!
และไม่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติด้วย
อย่างไรก็ตาม หลินหยุนจำเป็นต้องเข้าไปในเมือง เพราะมีเพียงในเมืองเท่านั้น ถึงจะมีแผนผังดาวจักรวาลที่ละเอียดมากอยู่
เมื่อหลินหยุนพาฉินหลันมาถึงหน้าประตูเมือง พวกเขาก็โดนทหารเฝ้าประตูหยุดเอาไว้
นักบำเพ็ญเซียนแดนจิตปฐมสองคนพูดด้วยสีหน้าเย็นชา”พวกคุณเป็นใคร? โปรดแสดงป้ายประจำตัวมู่เหมียนออกมา!”
หลินหยุนพูด”สวัสดีครับ พวกเราสองคนหลบหนีมาถึงที่นี่ และบังเอิญพบเห็นเมืองแห่งนี้ พวกเราไม่มีป้ายประจำตัวมู่เหมียน ไม่ทราบว่าพวกเราสองคนสามารถเข้าไปในเมืองได้ไหม?”
ทหารเฝ้าประตูสองคนได้ยิน พวกเขาก็สบตาทันที จากนั้นพวกเขาก็ขมวดคิ้วและพูด”หลบหนีมาเหรอ?”
หลินหยุนพยักหน้าและพูด”ใช่แล้ว!”
ทหารเฝ้าประตูนิ่งเงียบไปชั่วครู่และพูด”จ่ายหินทิพย์ชั้นสูงหนึ่งร้อยก้อนก็สามารถเข้าเมืองได้ แต่หลังจากเข้าเมืองแล้ว ต้องไปทำป้ายประจำตัวมู่เหมียนทันที มิฉะนั้นอาจจะถูกไล่ออกจากเมืองได้ทุกเมื่อ!”
หลินหยุนพยักหน้าและพูด”โอเค!”
ขณะพูด ในมือของหลินหยุนก็มีแสงสว่างปรากฏ เขาหยิบหินทิพย์ชั้นสูงที่ได้มาจากชายวัยกลางคนให้ทหารเฝ้าประตู