จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1667 กลับมายังบริเวณเขตแดน
บทที่ 1667 กลับมายังบริเวณเขตแดน
สถานที่แห่งที่คืออาณาเขตของเขา และก็อยู่ใกล้กับอาณาเขตของเย่หยู่
เย่หยู่ ก็คือลูกศิษย์ของสำนักบูรพาคนนั้นที่หลินหยุนเคยพบเจอก่อนหน้านี้
แต่กลิ่นอายลมหายใจที่หลงเหลือในที่แห่งนี้ในเวลานี้นั้น ไม่ใช่ของเย่หยู่แต่อย่างใด
“ไม่ถูกต้อง! ”
“หรือว่าอาณาเขตบริเวณนี้ ยังจะมีคนอื่นนอกจากเย่หยู่ด้วย? ”
“แต่กลิ่นอายลมหายใจแบบนี้……”
“คือใครกัน? ”
“ถ้าหากมายึดครองอาณาเขตแห่งนี้ของเย่หยู่ เย่หยู่เองไม่มีทางที่จะไม่รับรู้? ”
“จากนิสัยอันเผด็จการและดุดันของเย่หยู่แล้ว เป็นไปได้อย่างไรที่จะปล่อยให้ผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่น เข้ามาล่าสังหารในอาณาเขตของตนเองได้? ”
“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ”
“แบบนี้คงจะน่าสนุกขึ้นไม่น้อยแล้ว! ”
“อยากจะเห็นจริง ๆ ว่า คนผู้นี้ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันนั้นจะมีลักษณะเช่นไร”
หลินหยุนไม่รับรู้เรื่องดังกล่าวแน่นอน เพราะเขาได้ออกไปจากที่แห่งนี้ในระยะอันไกลโพ้นแล้ว
ค้นหาตลอดทาง และสังหารไปตลอดทางด้วยเช่นกัน
เมื่อมาถึงวันที่สิบ
แก้วหินปีศาจระดับสี่ในตัวหลินหยุนนั้นไม่ได้เพิ่มจำนวนขึ้นเท่าไร แต่แก้วหินปีศาจระดับห้าเพิ่มมากขึ้นเกินกว่าหลักร้อยแล้ว
ส่วนสัตว์อสูรระดับหก หลินหยุนก็สังหารได้หนึ่งตน
ซึ่งก็คือลิงหิมะ
การสังหารลิงหิมะนั้น หลินหยุนเองก็ต้องเสียพละกำลังไปไม่น้อยเช่นกัน
อีกทั้งยังไปรบกวนสัตว์อสูรระดับหกอีกสองตัวด้วย
ถ้าหากหลบหนีได้ไม่รวดเร็วพอ เกรงว่าหลินหยุนคงจะต้องจบชีวิตลงภายในทุ่งน้ำแข็งที่อันตรายแห่งนี้เป็นแน่
แต่หลังจากที่การต่อสู้ครั้งนี้ผ่านพ้นไป หลินหยุนเองก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเช่นกัน
จึงหาสถานที่แห่งหนึ่ง เพื่อฟื้นฟูร่างกายเป็นเวลาห้าวัน ถึงจะฟื้นฟูกลับคืนมาเป็นปกติได้
วันนี้ หลินหยุนเดินออกมาจากภายใต้ชั้นน้ำแข็ง
ถอนหายใจยาว และพูดเบา ๆ กับตนเองว่า “ยังเหลือเวลาอีกครึ่งเดือน ไม่สามารถที่จะเข้าไปยังบริเวณส่วนลึกได้อีกแล้ว! ”
“จะต้องค้นหาในทิศทางแนวนอนเพื่อสังหารสัตว์อสูรให้มากขึ้น! ”
“เวลาครึ่งเดือน ถ้าหากโชคดีหน่อยล่ะก็ คงจะสามารถสังหารได้อีกหลายหมื่นตน”
ห้าวันมานี้ เสียเวลาไปมากทีเดียว
ไม่อย่างนั้น ก็คงสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับห้าได้มากขึ้นอีก
แต่ตอนนี้หลินหยุนก็ถือว่าได้สั่งสมประสบการณ์เอาไว้บ้างแล้ว
เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายลมหายใจของสัตว์อสูรระดับหก ก็จะต้องหลบหนีไปทันที
อย่าได้เข้าใกล้เด็ดขาด
หลินหยุนกระโดดย่ำขึ้นไปในอากาศ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก
สิบวันหลังจากนั้น
หลินหยุนก็ได้สังหารสัตว์อสูรระดับห้าไปอีกเกือบห้าร้อยตน
ถ้าหากคำนวณเป็นแก้วหินปีศาจระดับสี่ อย่างนั้นตอนนี้เขาก็จะมีแก้วหินปีศาจระดับสี่ ที่จำนวนเกือบจะสองหมื่นก้อนแล้ว
แต่ในขณะนี้
ในที่สุดก็มีคนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะลูกศิษย์ของสี่สำนักใหญ่นั้น ที่ต่างก็พบว่าในอาณาเขตล่าสัตว์ของพวกเขา มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญปรากฏตัวขึ้น
แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังไม่สามารถค้นพบได้ว่าคนผู้นี้คือใครกันแน่!
ทำให้พวกเขารำคาญใจอย่างที่สุด!
แต่ก็ต้องจำใจ
เพราะว่าคนผู้นั้น ทำให้พวกเขาลดจำนวนการสังหารสัตว์อสูรระดับสูงลงไปอย่างมากทีเดียว
หลินหยุนไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้ ตำแหน่งที่เขาอยู่นั้นอยู่ในทุ่งน้ำแข็งส่วนลึกเข้าไปอีก
อีกทั้งล้วนแต่สังหารสัตว์อสูรระดับห้าทั้งสิ้น
เมื่อมาถึงวันที่ยี่สิบห้า
สัตว์อสูรที่หลินหยุนสังหารไปนั้น มีจำนวนถึงหนึ่งพันตนแล้ว
จำนวนของสัตว์อสูรระดับสี่ก็เกินหนึ่งหมื่นตนไปแล้ว
วันนี้
หลังจากที่ได้สังหารสัตว์อสูรระดับห้าหนึ่งตน หลินหยุนก็เริ่มที่จะเดินทางกลับ
แก้วหินปีศาจเหล่านี้ถือว่าเป็นจำนวนที่มากมายแล้ว!
การแข่งขันล่าสัตว์ แบ่งออกเป็นการจัดอันดับของสำนัก และยังมีการจัดอันดับส่วนบุคคลด้วย
อันดับของสำนัก ก็คือการจัดอันดับตารางรายชื่อ จัดสรรทรัพยากร ส่วนการจัดอันดับส่วนบุคคลนั้น ก็คือมีของรางวัลมอบให้!
งานล่าสัตว์ในครั้งนี้ ข้อจำกัดในการเข้าร่วม ก็คือเป็นผู้บำเพ็ญเซียนแดนจิตปฐม
ดังนั้น รางวัลส่วนบุคคล สามอันดับแรกก็คือสิ่งรองรับ!
ซึ่งก็ถือว่าเป็นของรางวัลที่เหมาะสมอย่างที่สุด
หลินหยุนเองก็ให้ความสำคัญอย่างมาก
แม้อาจจะไม่คิดว่าสิ่งรองรับที่เป็นของรางวัลนั้น จะเหมาะสมสำหรับเขามากนัก แต่ก็เป็นสมบัติล้ำค่าสูงสุดพรสวรรค์
เพราะสิ่งรองรับทุกชิ้น ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่า
สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นทรัพยากรจำนวนมากได้
นี่คือสิ่งที่ถูกต้องแน่นอน!
ซึ่งมองไปโดยรอบทั่วทั้งจักรวาลก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน!
โดยในขณะที่เดินทางกลับนั้น หลินหยุนก็ไม่ได้มุ่งหน้าลงไปทิศใต้ แต่วนรอบหนึ่ง เพื่อไปยังอาณาเขตที่ก่อนหน้านี้ได้พบเจอกับลูกศิษย์ของสำนักบูรพาคนนั้น
ที่นั่นยังมีของสะสมของเขาอยู่
เขาจำเป็นต้องไปนำมันกลับมา
หนึ่งวันหลังจากนั้น
ในที่สุดหลินหยุนก็กลับมาถึงยังอาณาเขตนั้นแล้ว
แต่กลับไม่พบร่องรอยของเย่หยู่
ทำให้เขาถึงกับขมวดคิ้วขึ้น
ในขณะนั้นเอง เจียซินก็พูดขึ้นว่า “อย่าร้อนใจไป น่าจะกลับไปยังบริเวณเขตแดนในช่วงก่อนนี้แล้ว! พวกเขาเหล่านี้ คงจะไม่ปล่อยพวกลูกศิษย์ของสำนักเล็ก ๆ เหล่านั้นหรอก ก่อนที่จะออกไปจากที่นี่นั้น คงจะต้องเกิดการปล้นกันสักรอบ! ”
หลินหยุนพยักหน้า อดที่จะหัวเราะไม่ได้ และพูดขึ้นว่า “น่าจะจริงอย่างที่พูดอย่างนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาปล้นกันไปเถอะ พวกเขาไปปล้นพวกสำนักเล็ก จากนั้นฉันก็ค่อยไปปล้นพวกเขาอีกครั้ง! ”
หลินหยุนกระโดดขึ้นไปในอากาศ และมุ่งหน้าไปยังบริเวณเขตแดนอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปอีกหนึ่งวัน
ในที่สุดหลินหยุนก็พบกับคนสองคนที่อยู่เบื้องหน้า
หนึ่งคนในนั้น ก็คือลูกศิษย์ของสำนักบูรพาคนก่อนนี้ ส่วนอีกคนหนึ่ง ก็คือผู้เก่งกาจก่อนหน้านี้ ซึ่งพลังบำเพ็ญของทั้งสองคนล้วนอยู่ในแดนจิตปฐมตอนปลาย
ต่างก็แข็งแกร่งทรงพลังเป็นอย่างมาก!
เวลานี้ ทั้งสองคนยืนลอยตัวอยู่กลางอากาศ ชายหนุ่มที่มีเพลงกระบี่ที่เก่งกาจไร้เทียมทานนั้นก็พูดขึ้นว่า “พี่เย่หยู่ หลังจากนั้นคุณก็ไม่ได้พบเจอกับคนผู้นั้นอีกเลยอย่างนั้นเหรอ? ”
เย่หยู่มีสีหน้าย่ำแย่ และพูดว่า “ไม่เลย! คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะกล้าบุกรุกอาณาเขตล่าสัตว์ของฉัน ช่างชั่วช้าเสียจริง! รอให้ออกไปก่อนแล้วหากถูกฉันพบเจอตัวเข้า จะต้องสังหารเขาลงให้ได้! ”
ชายหนุ่มที่มีเพลงกระบี่ที่เก่งกาจไร้เทียมทานนั้นก็พูดขึ้นด้วยความแค้นว่า “ฉันเองก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน ฉันว่าคนผู้นี้ไม่เพียงแต่จะบุกรุกอาณาเขตของพวกเรา ส่วนพื้นที่ของพวกสัตว์อสูรระดับห้านั้น ก็เกรงว่าเขาคงจะช่วงชิงไปเป็นจำนวนมากแล้วด้วย! ”
เย่หยู่พูดเสียงแข็งขึ้นว่า “ฮึ! ไม่ว่าอย่างไร เขาคงจะต้องปรากฏตัวออกมาเป็นแน่! ฉันคิดว่าเขายังสามารถหลบไปที่ไหนได้อีก? บางทีอาจจะตายอยู่ด้านในแล้วก็ไม่แน่! ”
ชายหนุ่มที่มีเพลงกระบี่ที่เก่งกาจไร้เทียมทานพูดขึ้นว่า “ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้! พวกเราเพียงแค่เฝ้ารออยู่ที่ตรงนี้! ถึงอย่างไรคนที่ออกมา ต่างก็ต้องฝ่าด่านของพวกเราออกไปทั้งนั้น! ”
เย่หยู่พยักหน้าด้วยสีหน้าที่หม่นหมองอย่างที่สุด
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ทางทิศตะวันตกก็มีเงาร่างของสองยอดฝีมือกำลังเดินทางกลับมา
ทั้งสองคนนี้คือผู้ชายคนหนึ่งและผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งต่างก็แข็งแกร่งอย่างที่สุด
หลินหยุนรู้จักสองคนนี้ คนหนึ่งคือลูกศิษย์ของสำนักดาบลอย อีกคนหนึ่งคือลูกศิษย์ของสำนักจินต์
เมื่อทั้งสี่คนมารวมตัวกัน หลังจากที่ลูกศิษย์สำนักดาบลอยกับลูกศิษย์สำนักกระบี่ ต่างก็จ้องสบตาซึ่งกันและกันแล้ว ก็พากันส่งเสียงฮึขึ้นอย่างเย็นชา
สองสำนักนี้คือคู่แค้นกัน
ลูกศิษย์ภายในสำนักก็เป็นแบบนี้เช่นเดียวกัน
หลังจากที่ทั้งสี่คนรวมตัวกัน ก็มีผู้บำเพ็ญเซียนของสำนักเล็กต่าง ๆ จำนวนไม่น้อยทยอยกันกลับออกมา
โดยทุกคน เมื่อเห็นพวกเขาทั้งสี่คนนี้แล้ว ต่างก็มีสีหน้าที่ย่ำแย่กันทั้งหมด
ไม่นานนัก คนของสำนักเล็กก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น
ผ่านไปเพียงชั่วครู่ก็มีจำนวนเกินกว่าสองร้อยคนแล้ว
เย่หยู่พูดขึ้นอย่างหนักแน่นว่า “คิดว่าพวกนายทุกคนคงจะเตรียมใจมาพร้อมแล้วสินะ คำพูดที่พร่ำเพรื่อฉันก็คงจะไม่ต้องพูดอีก! จงมอบแก้วหินปีศาจจำนวนครึ่งหนึ่งในตัวของทุกคนออกมาเถอะ! ”
ได้ยินที่เขาพูด สีหน้าของทุกคนก็ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
ในจำนวนนั้นมีผู้บำเพ็ญเซียนหญิงของสำนักเล็กแห่งหนึ่ง ที่มีรูปร่างหน้าตาที่ไม่เลว ได้เดินขึ้นมาด้านหน้า พร้อมกับทำความเคารพให้กับทั้งสี่คนที่นำโดยเย่หยู่ จากนั้นก็อ้อนวอนขอร้องอย่างอ่อนโยนว่า “คุณชายทั้งสี่ ฉันมาจากสำนักเสี่ยวหลิน ครั้งนี้ไล่ล่าแก้วหินปีศาจระดับสามได้เพียงหลักร้อยเท่านั้นเอง! ”
“คุณชายทั้งสี่ แก้วหินปีศาจระดับสามนั้น ทุกท่านคงจะไม่ให้ความสนใจหรอกปล่อยให้ฉันเก็บเอาไว้เองได้หรือไม่? ”
ได้ยินที่หญิงสาวพูด เย่หยู่ก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันที แล้วก็ใช้ฝ่ามือตบผ่านอากาศไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งไม่มีท่าทีที่จะสงสารหญิงสาวสวยเสียเลย
ฝ่ายหญิงนั้นมีพลังบำเพ็ญแดนยาทองขั้นสูงสุด จะสามารถต้านทานพลังได้ที่ไหนกัน จึงถูกตบอย่างแรงจนกระเด็นลอยออกไป และกระอักเลือดออกมา แม้ว่าจะไม่ถึงตาย แต่ก็ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักเลย!
เย่หยู่หัวเราะอย่างเย็นชา “อย่าได้มาทำอะไรที่เปล่าประโยชน์เหล่านี้ต่อหน้าของฉันอีก! ”