จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1670 พุ่งทะยานขึ้น
บทที่ 1670 พุ่งทะยานขึ้น
ถ้าหากว่าสามคน ร่วมกันสังหารเย่หยู่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อย่างใด
สูดหายใจลึก ทั้งสามคนจ้องมองสบตากัน แล้วก็รีบหันไปยกมือแสดงความเคารพและพูดว่า “ท่าน พวกเราสามคนขอตัวก่อน! ”
พูดจบ ก็หันหลังและเหาะเหินจากไปทันที
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ทั้งสามท่านไม่ต้องการมีชื่อติดอันดับแล้วเหรอ? ”
ทั้งสามคนหยุดชะงัก หันกลับมาพูดว่า “ไม่แล้ว! นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะสามารถได้รับได้! ”
หลินหยุนยิ้มและพูดขึ้นว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นทั้งสามท่านจะเก็บแก้วหินปีศาจในตัวไว้เพื่ออะไรกัน นำออกมามอบให้กับฉันครึ่งหนึ่ง ไม่ดีกว่าเหรอ? ”
ทั้งสามคนมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที และพูดว่า “ท่าน อย่าได้ทำตัวเกินเลยไปจะดีที่สุด! เรื่องที่ท่านสังหารเย่หยู่นั้น พวกเราสามารถที่จะไม่พูดออกไปได้ อย่างน้อยก่อนหน้าที่สำนักบูรพาทำการตรวจสอบนั้นจะไม่พูดออกไป! แต่หากว่าท่านยังจะบีบบังคับกันแบบนี้ อย่างนั้นเราสามคนก็คงจะต้องร่วมลงมือต่อสู้แล้ว! ”
หลินหยุนได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะเยาะ “ต่อสู้? พวกนายมีคุณสมบัตินี้ด้วยเหรอ? ”
หลินหยุนกวัดแกว่งดาบเฮ่าเทียนในมือ ลำแสงกระบี่โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นก็ปิดล้อมตัวพวกเขาสามคนเอาไว้ด้านใน ต่อมา พลังจิตญาณของเจียซินก็กระหน่ำเข้าใส่ กักขังควบคุมตัวสามคนนั้นไว้อย่างแน่นหนา
แต่ภายใต้การขับเคลื่อนพลังบำเพ็ญอย่างบ้าคลั่งของทั้งสามคน ก็สามารถที่จะทำลายการกักขังลงได้ แต่ในขณะนั้นเอง หลินหยุนก็ปล่อยหมัดเข้าใส่ จนสามคนนั้นกระเด็นลอยไปไกล
ท่าดาวยักษ์ตกของสิบแปดท่าต้าเต๋า
พลังหมัดเดียว มีอานุภาพอันทรงพลัง ต่อให้เป็นดวงดาวก็ไม่สามารถที่จะต้านทานพลังนี้ได้
จนทำให้ทั้งสามคนกระเด็นลอยออกไปไกลในพริบตา
ทั้งสามคนมีสีหน้าขาวซีด ได้รับบาดเจ็บสาหัสและกระอักเลือดออกมา
สายตาที่มองไปยังหลินหยุนนั้น เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
พลังความสามารถที่หลินหยุนแสดงออกมานั้น ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน!
แข็งแกร่งเกินกว่าขั้นที่พวกเขาจะรับรู้และเข้าใจได้
นี่ยังคงเป็นแดนจิตปฐมตอนปลายอยู่อีกเหรอ?
ในบางระดับ หลินหยุนที่อยู่เบื้องหน้านี้ ยังจะน่าสะพรึงกลัวมากกว่าแดนดั่งเทพเสียอีก
ถ้าหากพวกเขารับรู้ว่า ผู้บำเพ็ญเซียนแดนดั่งเทพที่พ่ายแพ้และเสียชีวิตลงภายใต้น้ำมือของหลินหยุนนั้น ไม่ใช่จะมีเพียงแค่หนึ่งคนหรือสองคนแล้ว คาดว่าพวกเขาคงจะรู้สึกน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นอีกเป็นแน่!
ขณะนั้น ผู้บำเพ็ญเซียนหญิงของสำนักจินต์ เด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด โดยได้นำแก้วหินปีศาจจำนวนครึ่งหนึ่งมอบให้กับหลินหยุน จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก หันหลังแล้วก็เดินจากไป!
อีกสองคนเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วก็ทำตามแบบนั้นเช่นกัน
เมื่อรวมกับของเย่หยู่ทั้งหมด และแก้วหินปีศาจอีกครึ่งหนึ่งของทั้งสามคนนั้น เวลานี้จำนวนแก้วหินปีศาจของหลินหยุน เกือบจะสี่หมื่นก้อนแล้ว
ตัวเลขดังกล่าวนี้ เทียบเท่าได้กับจำนวนของสำนักจินต์ สำนักดาบลอย และสำนักกระบี่ที่ได้รับมาทั้งหมดแล้ว
สำหรับที่ว่าเรื่องนี้จะถูกเปิดเผยแพร่กระจายออกไปหรือไม่นั้น
หลินหยุนเองก็ไม่ได้กังวลใจเท่าไร อย่างน้อยในระยะเวลาอันสั้นนี้ ลูกศิษย์ของสามสำนักใหญ่นั้นต่างก็ไม่ได้โง่เขลา แม้ว่าคนที่ตายจะไม่ใช่พวกเขาที่สังหาร แต่หากสำนักบูรพาจะเชื่อมโยงไปยังพวกเขาแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก
สำนักของพวกเขา ไม่สามารถป้องกันความปลอดภัยให้กับพวกเขาได้
หลินหยุนเก็บรวบรวมแก้วหินปีศาจ แล้วก็มุ่งหน้าเดินทางอย่างรวดเร็ว จนไล่ตามสามคนนั้นที่อยู่เบื้องหน้าแล้ว
ทั้งสามคนมีสีหน้าที่ย่ำแย่อย่างที่สุด แต่กลับหมดหนทาง
เมืองล่าบูรพา
ตอนที่เข้าเมือง หลินหยุนได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์บ้างเล็กน้อย
รออยู่หนึ่งวัน จนกระทั่ง เมื่อครบกำหนดเวลาลง งานล่าสัตว์ในครั้งนี้ ก็สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ
แต่ว่า เย่หยู่กลับยังไม่กลับออกมา
ผู้บำเพ็ญเซียนวัยกลางคนของสำนักบูรพาคนหนึ่ง กระวนกระวายใจเป็นอย่างมาก
โดยมองไปที่ทั้งสามคนของสำนักจินต์ สำนักกระบี่ และสำนักดาบลอย พร้อมกับถามขึ้นอย่างหนักแน่นว่า “พวกนายสามคนไม่เห็นเย่หยู่กันหรืออย่างไร? ”
ทั้งสามคนสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ลูกศิษย์สำนักกระบี่พูดขึ้นว่า “รายงานผู้อาวุโส พวกเราพบเจอแล้ว ในช่วงสองวันก่อนที่จะกลับออกมา พวกเรายังอยู่กันกับพี่เย่หยู่เลย แต่หลังจากนั้นพี่เย่หยู่ก็ได้เข้าไปในบริเวณส่วนลึกของทุ่งน้ำแข็งอีกครั้ง โดยที่ไม่ได้บอกกับพวกเราว่าจะไปทำอะไร! ”
ลูกศิษย์สำนักดาบลอยก็พยักหน้า “ผู้อาวุโส เป็นเช่นนี้จริง ๆ ยังไม่ทันรอให้พวกเราถาม พี่เย่หยู่ก็รีบร้อนเดินจากไปแล้ว! ”
ชายวัยกลางคนสีหน้าหม่นหมอง ขมวดคิ้วและพูดขึ้นว่า “หรือว่าจะยังไม่กลับออกมา? ไอ้เด็กคนนี้กำลังทำอะไรอยู่กันแน่? หรือเขาไม่รู้ว่า หากเกินเวลาแล้วยังไม่กลับออกมา ก็จะถูกคำนวณรวมเข้าไปด้วย? ”
ลูกศิษย์ของสำนักจินต์พูดขึ้นว่า “ผู้อาวุโส ศิษย์พี่เย่หยู่น่าจะคิดถึงเรื่องอะไรที่รีบร้อนเป็นพิเศษ ที่จริงแล้วทางสำนักบูรพาเอง ต่อให้ไม่คำนวณของศิษย์พี่เย่หยู่ ก็คงจะไม่มีสำนักไหนสามารถมาแข่งขันได้อยู่แล้ว! ”
ชายวัยกลางคนพยักหน้า ในที่สุดสีหน้าก็ดูดีขึ้นมาบ้าง ยิ้มเล็กน้อยและพูดขึ้นว่า “ฉันไม่ได้หมายความอย่างนี้ ก็แค่โมโหที่ไอ้เด็กนั่นไม่รู้จักเวลากาลเทศะก็เท่านั้นเอง! ”
“ตกลง พวกนายขึ้นมาด้านหน้า เพื่อส่งมอบจำนวนแก้วหินปีศาจที่ไล่ล่ามาได้กันเถอะ! ”
ลูกศิษย์สามสำนักใหญ่ทยอยกันขึ้นมาด้านหน้า เพื่อนับจำนวนแก้วหินปีศาจที่ตนเองไล่ล่ามาได้ แต่ว่า เมื่อเห็นจำนวนแก้วหินปีศาจของพวกเขาทั้งสามคนนั้นแล้ว ทุกคนต่างก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้น
เพราะว่าทั้งสามคนนี้ไม่มีผู้ใดที่มีแก้วหินปีศาจเกินสี่พันก้อนเลย
มันช่างน้อยมาก!
แต่ก็ไม่มีใครที่จะพูดอะไร
หลังจากที่สามสำนักใหญ่นับจำนวนเสร็จแล้ว ส่วนที่เหลือก็คือสำนักเล็ก
ทุกคนต่างก็ทยอยกันขึ้นมาด้านหน้า
ไม่ผิดคาดแต่อย่างใด ผู้ที่มีจำนวนมากก็ประมาณหนึ่งถึงสองพันก้อน น้อยที่สุดก็หลักสิบ
โดยบนอากาศเหนือคฤหาสน์ บนหน้าจอภาพมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ ก็ได้แสดงตารางจัดอันดับของทั้งสองประเภทที่เปลี่ยนแปลงไปมาอยู่ตลอด
ตารางอันดับแรกก็คืออันดับรายชื่อสำนักที่อยู่ในเก้าเมือง
ส่วนอีกหนึ่งตารางอันดับก็คืออันดับรายชื่อตัวบุคคล
เป็นอย่างที่คาดคิดกันเอาไว้ไม่มีผิด ทั้งสองตารางอันดับ ต่างก็เป็นสำนักบูรพาที่ยึดครองอันดับหนึ่ง
อีกทั้งยังมีความห่างจากอันดับสองเป็นอย่างมาก
ในตารางอันดับของสำนัก สำนักบูรพาครองอันดับหนึ่งด้วยแก้วหินปีศาจจำนวนหนึ่งแสนเจ็ดพันก้อน
ส่วนอันดับถัดมานั้นก็คือสำนักกระบี่ ด้วยจำนวนแก้วหินปีศาจสี่หมื่นเจ็ดพันก้อน สำนักดาบลอย จำนวนสี่หมื่นห้าพันก้อน สำนักจินต์ สี่หมื่นหนึ่งพันก้อน
สามสำนักใหญ่ คิดไม่ถึงว่าจะไม่มีใครเกินห้าหมื่นก้อนเลย
ในส่วนของตารางอันดับบุคคล
รายชื่อที่อยู่ในแปดอันดับแรกนั้น ล้วนแต่เป็นลูกศิษย์ของสำนักบูรพา
อันดับหนึ่งจำนวนหนึ่งหมื่นสองพันก้อน
อันดับเก้าก็มีจำนวนหนึ่งหมื่นกี่ร้อยก้อน
ซึ่งต่างก็เกินหนึ่งหมื่นก้อนทั้งหมด
หลินหยุนเองก็เหมือนกับคนอื่น ที่กำลังมองดูตารางอันดับ
ถ้าหากเย่หยู่ไม่ได้ถูกเขาสังหารลงไปนั้น จากจำนวนแก้วหินปีศาจที่เขาได้รับ น่าจะอยู่ในอันดับที่สิบห้า
เพราะว่าทางฝั่งของพวกเขาถูกหลินหยุนแย่งชิงไปเป็นจำนวนมาก!
และในขณะนั้นเอง ก็ถึงคราวของหลินหยุนแล้ว เขาเดินขึ้นไปด้านหน้า ภายใต้แสงกระพริบชั่วครู่ แก้วหินปีศาจจำนวนหนึ่งหมื่นห้าพันก้อน ก็ปรากฏออกมา
จำนวนขนาดนี้ เพียงพอที่จะให้เขาขึ้นไปอยู่ในอันดับหนึ่งเลย!
เห็นแก้วหินปีศาจจำนวนมากขนาดนี้ ทุกคนต่างก็พากันสูดหายใจลึก จากนั้นก็ได้ยินผู้อาวุโสที่อยู่ด้านข้างพูดตะโกนเสียงดังว่า “หลินหยุน สำนักยีเจี้ยนจำนวน หนึ่งหมื่นสามพันก้อน! ”
ได้ยินเสียงตะโกนดังกล่าว สายตาของทุกคนต่างก็จับจ้องมองมาที่หลินหยุน
ที่มุมแห่งหนึ่ง ชายชราของสำนักยีเจี้ยน รวมไปถึงชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสองคน ต่างก็เบิกตาโพลงด้วยความเหลือเชื่อ
ในขณะนั้นเอง จำนวนแก้วหินปีศาจของสำนักยีเจี้ยน ก็พุ่งทะยานสูงขึ้นต่อเนื่อง
แซงหน้าแต่ละสำนักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เดิมที ชายหนุ่มและหญิงสาวของสำนักยีเจี้ยนนั้นก็ไล่ล่าได้มาในจำนวนที่ไม่น้อย แต่หญิงสาวคนนั้นได้ใช้ไปจำนวนมากเพื่อบรรลุสู่ขั้นแดนจิตปฐม ในตอนท้ายยังจะถูกบังคับให้มอบออกมาอีกครึ่งหนึ่ง
ท้ายที่สุดทั้งสองคนจึงนำกลับออกมาได้เพียงสองพันกว่าก้อนนิด ๆ
แทบจะอยู่ในอันดับที่เกือบสุดท้ายเลย
แต่เมื่อบวกกับแก้วหินปีศาจจำนวนมากมายของหลินหยุนที่หนึ่งหมื่นสามพันก้อนแล้ว
บนตารางอันดับรายชื่อสำนักนั้น อันดับของสำนักยีเจี้ยน ได้พุ่งพรวดขึ้นมาจากอันดับท้าย ๆ มายังยี่สิบอันดับแรกเลยทีเดียว