จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1696 ต่อสู้กับจื่อหยุน
ตอนนี้ จื่อหยุนหายใจเข้าลึกๆ และโค้งคำนับจิ้งซือด้วยความเคารพและพูด “ขอบคุณประมุขจิ้งซือที่ไว้ชีวิตฉัน! ประมุขเขาจื่อหยุนจากสำนักบูรพาขอยืมพลังกฎเกณฑ์ห้าสายจากสำนักจินต์!ขอให้ประมุขจิ้งซืออนุญาตด้วย!”
จิ้งซือมองหน้าหลินหยุนหนึ่งครั้ง จากนั้นก็มีแสงสว่างปรากฏที่มือของเขา มีขวดยานัตถุ์หยกสองอันพุ่งไปหาจื่อหยุนทันที
จื่อหยุนยื่นมือออกมารับไว้ จากนั้นก็หยิบไม้ไผ่อันหนึ่งออกมา
เธอโยนขวดยานัตถุ์และไม้ไผ่ไปให้หลินหยุน
หลินหยุนยื่นมือออกมารับเอาไว้ เขาไม่ได้สนใจไม้ไผ่เลย ในสายตาของเขา ของพวกนี้ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
ไม้ไผ่คือสิ่งรองรับ มันไม่ได้ด้อยกว่าสิ่งรองรับที่เขาระเบิดทิ้งเลย
และมันแข็งแกร่งมากกว่าด้วยซ้ำ
ด้านในของขวดยานัตถุ์หยกสองอันนั้น มีกฎเกณฑ์สองอันอยู่
มันเป็นกฎเกณฑ์ห้าสายจริงๆ
จื่อหยุนพูดอย่างเคร่งขรึม “ปล่อยคนได้แล้ว!”
หลินหยุนสะบัดมือ ทำให้ค่ายกลบนยอดเขาหยุดทำงาน และมู่อี้ก็ปรากฏตัวอีกครั้ง มู่อี้ในตอนนี้มีบาดแผลเต็มไปหมด ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือดสดและบาดแผลก็น่ากลัวมากๆ
หลินหยุนบินไปบนยอดเขาและจับมู่อี้ขึ้นมา ตอนนี้มู่อี้เหลือพลังชีวิตแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น
หลินหยุนมองหน้าจื่อหยุนแล้วพูด “อย่าพูดว่าฉันไม่ให้โอกาสแก ในเมื่อพวกเราทำข้อตกลงกันแล้ว ฉันก็จะไม่ทำผิดคำพูดอย่างแน่นอน!”
เมื่อพูดจบ หลินหยุนก็โยนมู่อี้ไปให้จื่อหยุน
จื่อหยุนรีบรับร่างกายของมู่อี้เอาไว้ จากนั้นพลังของเธอก็ปะทุออกมา “หลินหยุน ในเมื่อพวกเราทำขอตกลงเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็คือเวลาตายของแกแล้ว!”
มีกฎเกณฑ์แห่งไม้ไผ่สีม่วงปรากฏทันที นี่คือพลังกฎเกณฑ์ของจื่อหยุน
หลินหยุนมองหน้าจื่อหยุนแล้วพูด “อย่าพูดว่าฉันไม่ให้โอกาสแก ในเมื่อพวกเราทำข้อตกลงกันแล้ว ฉันก็จะไม่ทำผิดคำพูดอย่างแน่นอน!”
พลังกฎเกณฑ์เจ็ดอันหลอมรวมกัน พลังของมันสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน
พลังกฎเกณฑ์ของจื่อหยุนโจมตีลงมา และพุ่งมาหาหลินหยุน
หลินหยุนเปล่งเสียงเย็นชาออกมา กฎเกณฑ์เก้าอันพุ่งเข้าไปในกระบี่เฮ่าเทียบ เพลงกระบี่พลังผกผันโจมตีออกไป พลังกฎเกณฑ์ปะทะกันกลางอากาศ ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นทันที
พลังกฎเกณฑ์ของหลินหยุนแตกสลายในชั่วพริบตา แต่ก็ทำให้พลังกฎเกณฑ์ของจื่อหยุนไม่สามารถโจมตีลงมาได้อีก
เมื่อมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกคนหายใจเร็วด้วยความตกใจ
จิ้งซือที่ยืนนิ่งๆและมองดูอยู่กลางอากาศ เธอก็คาดคิดไม่ถึงจริงๆว่าหลินหยุนจะแข็งแกร่งขนาดนี้
ถึงแม้การปะทะของพลังกฎเกณฑ์ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าหลินหยุนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
จื่อหยุนก็ไม่ได้ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา เรื่องนี้เธอมองออกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม หลินหยุนเป็นคนที่น่ากลัวมากๆ ครั้งที่แล้วที่เธอเจอหน้าหลินหยุน เวลาผ่านไปไม่นานเลย
แต่เธอก็รู้สึกได้อย่างชัดเจน การเจอหน้าหลินหยุนแต่ละครั้ง ดูเหมือนหลินหยุนเปลี่ยนแปลงไปตลอด ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
สุดยอดอัจฉริยะแบบนี้ ไม่สามารถสรรหาคำมาอธิบายได้
เธอไม่เคยมองเห็นสุดยอดอัจฉริยะแบบหลินหยุนมาก่อน
อันที่จริงเธอก็เป็นสุดยอดอัจฉริยะเหมือนกัน!
มิฉะนั้น เธอไม่สามารถฝึกฝนถึงแดนสู่ธรรมะก่อนอายุห้าร้อยปีและกลายเป็นเจ้าสำนักของสำนักจินต์
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ทั่วทั้งดาวบูรพา ในระยะเวลาพันปีที่ผ่านมา พรสวรรค์ของเธออย่างน้อยก็อยู่สิบอันดับแรกอยู่แล้ว นี่คือการพูดแบบถ่อมตน ถ้าพูดแบบไม่ถ่อมตน พรสวรรค์ของเธออาจจะอยู่ห้าอันดับแรกก็ได้!
ถึงแม้จะเป็นแบบนี้ เธอก็ถามตัวเองเหมือนกัน แต่เมื่อเทียบกับหลินหยุน เธอเทียบไม่ติดเลย!
เธอรู้สึกว่าพรสวรรค์ของหลินหยุนน่ากลัวมากๆ!
ตอนนี้เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจน การตัดสินใจก่อนหน้านี้ เธอน่าจะคิดผิด!
ส่วนจื่อหยุนก็คิดแบบนี้เช่นกัน!
เธอคาดคิดไม่ถึงจริงๆ หลินหยุนสามารถรับมือพลังเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของเธอได้อย่างง่ายดาย
ใช้แล้ว พลังเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
มันเป็นพลังเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของเธอจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เธอรู้สึกว่าการโจมตีเมื่อสักครู่ ถึงแม้จะไม่สามารถสังหารหลินหยุนได้ แต่ก็คงทำให้หลินหยุนได้รับบาดเจ็บสาหัสทำให้หลินหยุนไม่มีพลังในการต่อสู้อีก!
เพราะเธอต้องการดูถูกเหยียบหยามหลินหยุน ดังนั้นเธอก็เลยไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดออกมา
หลินหยุนหายใจเข้าลึกๆ และพูดอย่างเย็นชา “ดูเหมือนแกที่เป็นหนึ่งในเก้าประมุขเขาของสำนักบูรพา ก็ไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่คาดคิดไว้เลย! แกกล้าดียังไงถึงมาพูดว่าจะสังหารฉันให้ตายภายในวันนี้?”
จื่อหยุนโกรธมากๆและพูด “เด็กหนุ่ม แกกล้ามากๆ ถ้าวันนี้ฉันไม่สังหารแกให้ตาย ฉันคงไม่มีหน้ากลับไปที่สำนักแล้ว!”
เมื่อพูดจบ พลังกฎเกณฑ์อันแข็งแกร่งของจื่อหยุนปะทุออกมา และโจมตีใส่หลินหยุนอีกครั้ง ครั้งนี้เธอไม่ได้เก็บซ่อนพลังไว้เลย
เธอปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา ท้องฟ้าสั่นสะเทือนไปหมด
สีหน้าของหลินหยุนเปลี่ยนไปทันที
เมื่อเทียบกับการโจมตีครั้งก่อน พลังของมันต่างกันหลายเท่า!
หลินหยุนก้าวเท้าออกไป ด้านหน้าของเขา มีบันไดเก้าขั้นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าปรากฏตัว
หลินหยุนก้าวเท้าขึ้นบันไดหลายๆขั้น
หลังจากเขาก้าวเท้าออกไป ทั่วทั้งฟ้าดินเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
จากนั้นก็มีพลังกดทับที่แข็งแกร่งมากๆพุ่งลงมาทันที
หลินหยุนก้าวเท้าออกไปห้าก้าว
เมื่อก้าวที่ห้าย่ำลงไป พลังกฎเกณฑ์อันน่ากลัวของจื่อหยุนก็หยุดทันที แต่ในเวลานี้จื่อหยุนใช้นิ้วมือจิ้มไปที่หว่างคิ้ว จากนั้นก็มีเลือดสดพุ่งออกมา
เมื่อพลังกฎเกณฑ์ดูดซับเลือดสารจิงของเธอแล้ว มันก็โจมตีลงมาอย่างบ้าคลั่ง
เมื่อหลินหยุนมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เขากดดันมากๆ เขาตะโกนออกมาและย่ำก้าวที่หกออกไป
เมื่อก้าวที่หกกำลังจะย่ำออกไป จู่ๆด้านหน้าของเขาก็มีพลังที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าขัดขวางเขาเอาไว้
หลินหยุนเผาเลือดสารจิงอย่างบ้าคลั่ง ทำให้พลังกฎเกณฑ์ปะทุออกมา ทำให้เขาย่ำก้าวที่หกได้สำเร็จ
เมื่อก้าวที่หกย่ำออกไปแล้ว ท้องฟ้าก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นอีกครั้ง
สายตาของทุกคนมองไม่ค่อยชัดเจน
ในเวลานี้ มีพลังที่แข็งแกร่งและทรงพลังมากๆ ราวกับมันออกมาจากอากาศ
มันทำลายพลังกฎเกณฑ์ของจื่อหยุนจนแตกสลายภายในชั่วพริบตา
อย่างไรก็ตาม หลินหยุนก็ตกลงมาจากท้องฟ้า เขากระอักเลือดสดออกมาไม่หยุด
แม้แต่ในจมูก ในใบหู ในดวงตาก็มีเลือดสดไหลออกมา
การฝืนย่ำก้าวที่หกออกไป พลังย้อนกลับทำร้ายตัวเอง มันน่ากลัวมากๆ!
ย่ำก้าวที่หก อย่างน้อยต้องฝึกฝนถึงแดนสู่ธรรมะ ถึงจะสามารถทำได้
สำหรับเขาในตอนนี้ มันยากเกินไปจริงๆ!
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองจื่อหยุนที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ตอนนี้เธอก็กระอักเลือดสดออกมาเหมือนกัน
ในสายตาอันเย็นชาของเธอ เมื่อมองหลินหยุนอีกครั้ง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เธอเหลือเชื่อมากๆ ขนาดตัวเองปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาแล้ว แต่อีกฝ่ายก็สามารถต่อสู้กับตัวเองได้อย่างสูสี
ถึงแม้อาการบาดเจ็บของเธอจะดีกว่าหลินหยุนหน่อย อย่างไรก็ตาม มันจะทำอะไรได้? เพราะเธอรู้ตัวดีว่าตัวเองสังหารหลินหยุนไม่ได้อยู่แล้ว!
เธอแข็งแกร่งกว่าหลินหยุน
เรื่องนี้ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ!
จื่อหยุนจ้องมองหลินหยุน แต่สีหน้าของเธอแย่มากๆ “ดีมากๆ! คิดไม่ถึงจริงๆว่าวันนี้ แกจะทำให้ฉัน‘เซอร์ไพรส์’ได้ถึงขนาดนี้! แกรอดูละกัน ถ้าฉันไม่สามารถสังหารแกได้ ฉันก็คงไม่ใช่จื่อหยุนอีกแล้ว!”
เมื่อพูดจบ เธอก็จับมู่อี้และจากไปทันที
สีหน้าของหลินหยุนขาวซีดมากๆ เขาเงยหน้าและทานโอสถจำนวนมากเข้าไป จากนั้นก็กลับไปที่ภูเขาเสี่ยวหยุน
หลินหยุนพาฉินหลันจากไปทันที
เมื่อมองเห็นหลินหยุนจากไป จิ้งซือกระซิบเบาๆ “ตอนนี้นายบาดเจ็บสาหัสอยู่ ถ้านายจากไปตอนนี้ ระหว่างทางคงเจอเรื่องอันตรายมากๆอย่างแน่นอน!”