จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1708 กลับไปที่ตระกูล
บทที่ 1708 กลับไปที่ตระกูล
เมื่อเห็นชายผู้นั้นมาถึง จี้ฝานซิงก็พูดขึ้นว่า “พี่ชาย ทำไมพี่ถึงมาที่นี่ล่ะ? ”
ชายผู้นั้นหัวเราะและพูดขึ้นว่า “เป็นเวลานานแล้วที่ไม่ได้พบเจอกับน้องสาว ดังนั้นผู้เป็นพี่ชายจึงกลับมาหาสักหน่อย ทำไม ไม่เห็นจะแนะนำคนที่อยู่ด้านข้างผู้นี้หน่อยเหรอ? ”
จี้ฝานซิงพูดขึ้นว่า “นี่คือคุณชายหลินหยุน คุณชายหลินหยุน นี่คือจี้ฮ่าวเป็นพี่ชายของฉัน”
หลินหยุนพยักหน้าไปทางอีกฝ่ายหนึ่งเล็กน้อย เพื่อเป็นการทักทาย
จี้ฮ่าวเองก็มองมาทางหลินหยุน พร้อมกับหัวเราะและพูดขึ้นว่า “ที่แท้คนผู้นี้ก็คือคุณชายหลินหยุน คุณชายหลิน คฤหาสน์หลังนี้ของน้องสาวของฉัน ยังไม่เคยมีคนนอกเข้ามาด้านในเลยสักคน ที่เธอยอมให้นายอาศัยอยู่ที่นี่ได้ ดูเหมือนว่า ความสัมพันธ์ของพวกเธอทั้งสองจะไม่ธรรมดาเลย! ”
จี้ฝานซิงได้ยินดังนั้น ก็พูดขึ้นว่า “พี่ชาย พูดไร้สาระอะไร? ”
จี้ฮ่าวพูดว่า “หรือว่าฉันพูดผิดไป? เพื่อคุณชายหลินหยุน แม้แต่ป่าไม้หมึกของพวกเราตระกูลจี้เธอยังจะยอมตัดใจส่งมอบให้กับตระกูลเสิ่นได้ ความสัมพันธ์ของพวกเธอนี้ ยังจะปกติธรรมดาอยู่อีกเหรอ? ”
จี้ฝานซิงพูดขึ้นว่า “พี่ชาย ฉันเป็นคนที่จัดการดูแลป่าไม้หมึก ฉันจะจัดการอย่างไร ก็เป็นเรื่องของฉัน พี่ชายอย่าได้พูดมากเกินไปนัก! ”
จี้ฮ่าวยิ้มและพูดขึ้นว่า “แน่นอนอยู่แล้ว แต่ฉันก็จะกลับมาดูหน่อยว่า คุณชายหลินหยุนผู้นี้ มีลักษณะเป็นอย่างไรกันแน่ ที่สามารถทำให้น้องสาวของฉันยอมเสียสละได้มากขนาดนี้เลย! ”
เห็นได้ชัดว่าจี้ฝานซิงไม่อยากให้จี้ฮ่าวพูดเรื่องเหล่านี้อีก จึงพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยพอใจว่า “ถ้าหากพี่ชายไม่มีธุระอย่างอื่นแล้ว ก็เชิญกลับไปได้แล้ว! ”
จี้ฮ่าวหัวเราะขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับมองไปที่หลินหยุนและพูดว่า “คุณชายหลินหยุน นายเห็นแล้วล่ะสิว่า ต่อให้เป็นพี่ชายอย่างฉันนี้ หากต้องการที่จะพักอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน เธอเองก็ยังไม่อนุญาตเลย! ”
จี้ฮ่าวพูดว่า “หรือว่าฉันพูดผิดไป? เพื่อคุณชายหลินหยุน แม้แต่ป่าไม้หมึกของพวกเราตระกูลจี้เธอยังจะยอมตัดใจส่งมอบให้กับตระกูลเสิ่นได้ ความสัมพันธ์ของพวกเธอนี้ ยังจะปกติธรรมดาอยู่อีกเหรอ? ”
ขณะที่พูด จี้ฮ่าวก็หันหน้ามองไปที่จี้ฝานซิงและพูดว่า “ครั้งนี้ที่ฉันมา นอกจากจะมาพบเจอกับคุณชายหลินหยุนแล้ว แน่นอนว่ายังมีอีกเรื่องหนึ่ง ในวันขึ้นเก้าค่ำเดือนหน้านี้ คือวันเกิดของคุณแม่ น้องสาวอย่าได้ลืมจัดเตรียมของขวัญด้วยล่ะ อีกทั้ง อย่าลืมที่จะกลับไปก่อนล่วงหน้าด้วย! ”
“ไม่อย่างนั้นแล้ว จะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะเอาได้! ”
“พวกเราที่เป็นบ้านหลักนั้นมีเพียงแค่เธอกับฉันสองพี่น้อง ตอนนี้ภายในตระกูล ตัวพี่เองยิ่งรู้สึกว่าจะไร้เรี่ยวแรงลงไปทุกที ยืนหยัดคนเดียวต่อไปไม่ไหวแล้ว! ”
“น้องสาว พี่เองก็เคยได้พูดกับเธอก่อนหน้านี้แล้ว หวังว่าเธอจะกลับมาที่ตระกูลในเร็ววัน! ”
“ไม่อย่างนั้นแล้ว ลำพังตัวพี่เองคนเดียว เกรงว่าคงอีกไม่นาน ก็จะไม่อาจรักษากิจการทั้งหมดนี้เอาไว้ได้แล้ว ซึ่งกิจการเหล่านี้ในตอนนั้นคุณพ่อถึงกับต้องแลกมันมาด้วยชีวิต! ”
“ฉันไม่ต้องการที่จะให้กิจการเหล่านี้ ถูกแย่งชิงไปจากพวกเรา! ”
“เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ใช่จะเพียงถูกแย่งชิงไปอย่างง่ายดายเท่านี้แล้ว เธอกับฉันสองพี่น้อง จะยังคงสามารถอยู่ในตระกูลได้อย่างปลอดภัยหรือไม่นั้น ก็ยังคงเป็นคำถามอยู่! ”
“หวังว่าเธอจะตั้งใจพิจารณาไตร่ตรองปัญหาเหล่านี้! ”
ขณะที่พูด จี้ฮ่าวก็หันหลังเพื่อจะเดินจากไป แต่ก็ยังหันกลับมาพูดอีกว่า “ใช่แล้ว เมื่อถึงตอนนั้น ก็พาคุณชายหลินหยุนไปด้วยสิ! เพื่อให้คุณชายหลินหยุนได้รับทราบว่า ถ้าหากคิดที่จะอยู่ด้วยกันกับเธอ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ได้รับการดูแลอะไรจากตระกูลจี้แล้ว ยังจะต้องประสบกับความกดดันอันมหาศาลด้วย! การที่ให้คุณชายหลินหยุนรับรู้ถึงแรงกดดันนี้ก่อนล่วงหน้านั้น ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี! ”
เมื่อพูดจบ ไม่ทันรอให้จี้ฝานซิงชี้แจงอะไร ร่างของจี้ฮ่าวก็กระพริบ หายวับไปกับที่ทันที
เมื่อเห็นว่า จี้ฮ่าวจากไปแล้ว จี้ฝานซิงก็รีบมองไปทางหลินหยุน และพูดขึ้นว่า “คุณชายหลิน พี่ชายของฉันไม่รับรู้อะไร คุณอย่าได้ใส่ใจกับคำพูดของเขาเลย! ”
หลินหยุนส่ายศีรษะไปมา และพูดว่า “เมื่อครู่นี้พี่ชายของคุณพูดว่า บ้านหลักเหลือเพียงแค่พวกคุณสองพี่น้องแล้ว มันหมายความว่าอย่างไร? ”
เขาไม่ได้สอบถาม เรื่องที่เกี่ยวกับการส่งมอบป่าไม้หมึกให้กับตระกูลเสิ่น
ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่เรื่องเท็จแต่อย่างใด
โดยป่าไม้หมึกนั้น ก็น่าจะเป็นสถานที่ที่มีทรัพยากรที่ไม่เลวแห่งหนึ่ง
เรื่องนี้จึงไม่มีอะไรที่ต้องพูดถึงอีกแล้ว
หลินหยุนรับรู้เพียงว่า ตนเองจะต้องจดจำเอาไว้ก็พอแล้ว
สิ่งที่เขาแปลกใจนั้นก็คือ คำพูดที่ว่าทำไมบ้านหลัก ถึงได้หลงเหลือเพียงแค่พวกเขาสองคนพี่น้อง
จี้ฝานซิงได้ยินดังนั้น จึงถอนหายใจ และพูดขึ้นว่า “ตระกูลจี้ของพวกเรา ล้วนถ่ายทอดให้แต่กับผู้หญิง คุณแม่ของพวกเรา ก็คือเจ้าบ้านของตระกูลจี้ในรุ่นนี้”
“หลายปีก่อนหน้านี้ คุณพ่อของฉันเข้ามาอยู่ในตระกูลจี้ และแต่งงานกับคุณแม่ของฉัน โดยให้กำเนิดพี่ชายและตัวฉัน จากนั้นคุณแม่ของฉันก็ได้แต่งงานอีกสามครั้ง”
“แบบนี้จึงได้ก่อตั้งเป็นบ้านที่แยกสาขาขึ้น”
“นี่ก็แบบเดียวกันกับที่ว่า ตระกูลที่มีผู้ชายเป็นผู้นำ แต่งงานมีภรรยาหลายคน ฉันพูดแบบนี้ คุณเองก็คงจะพอเข้าใจได้แล้วใช่ไหมล่ะ? ”
หลินหยุนพยักหน้า เขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า ตระกูลจี้จะมีการดำรงอยู่ในลักษณะนี้
แต่ก็ไม่มีอะไรที่จะไม่สามารถเข้าใจได้
หมื่นจักรวาลนี้ แม้ว่าจะกำหนดให้ผู้ชายเป็นฝ่ายที่เป็นผู้นำ แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าจะไม่มีผู้หญิงที่เป็นผู้นำได้ในแบบตระกูลจี้นี้
หมื่นจักรวาลนี้ อาศัยเพียงแต่พลังความสามารถ
โดยไม่สนว่าจะเป็นชนเผ่าไหน และยิ่งไม่สนว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง
หลินหยุนพยักหน้า และถามต่อว่า “แล้วที่พี่ชายของคุณพูดว่า เขายืนหยัดตามลำพังคนเดียวได้ยากลำบากนั้น มันหมายความว่าอย่างไร? บ้านสาขาอื่นไม่เต็มใจที่จะเห็นพวกคุณสองพี่น้องควบคุมดูแลทรัพยากรอย่างนั้นเหรอ? ”
จี้ฝานซิงพูดว่า “ถูกต้อง! ในอดีตคุณพ่อมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณแม่มาก และยอมสละชีวิตของตนเอง เพื่อความยิ่งใหญ่ของตระกูลจี้ ดังนั้นคุณแม่จึงให้โอกาสฉันและพี่ชายของฉันควบคุมดูแลทรัพยากรจำนวนมาก! ”
“ถ้าหากคุณพ่อยังคงมีชีวิตอยู่ ก็คงจะไม่เป็นปัญหาอะไรอย่างแน่นอน แต่คุณพ่อได้เสียชีวิตลงไปนานแล้ว ซึ่งในช่วงกี่ปีมานี้ คุณแม่ก็เก็บตัวบำเพ็ญฝึกฝนมาโดยตลอด โดยที่ไม่ได้ใส่ใจและสอบถามเรื่องราวของตระกูลอะไรมากนัก! ”
“เรื่องภายในตระกูลนั้น ล้วนเป็นคุณน้าที่คอยจัดการดูแลทั้งหมด! ”
“ส่วนการแก่งแย่งชิงดีกันของแต่ละบ้านสาขานั้น คุณน้าเองก็ยากที่จะไปจัดการอย่างสิ้นเชิงได้! ”
“จึงทำให้บ้านสาขาอื่น ๆ ทนนิ่งนอนใจต่อไปไม่ไหวแล้ว! ”
“นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม ขนาดมีสถานะเป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลจี้ ต้องการที่จะให้ตระกูลเสิ่นล้มเลิกการแก้แค้นกับนายลง กระทั่งมอบป่าไม้หมึกให้แล้ว ถือเป็นการให้เกียรติต่อตระกูลเสิ่นอย่างมากพอ แต่ตระกูลเสิ่นกลับยังกล้าที่จะลอบลงมือทำร้ายนายอีกยังไงล่ะ! ”
“ก็เป็นเพราะ พวกเขาเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ภายในตระกูลนั้นฉันและพี่ชายของฉัน มีสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดี ถ้าหากเป็นช่วงหลายปีก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่กล้าโดยเด็ดขาด! ”
หลินหยุนพยักหน้า “มีอะไรที่ฉันสามารถช่วยเหลือได้ ก็บอกมาเลยโดยไม่ต้องเกรงใจ! ”
จี้ฝานซิงยิ้มเล็กน้อย ส่ายศีรษะ และพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอก ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องของฉันและพี่ชายของฉัน ซึ่งไม่สมควรที่จะนำนายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะมีสถานการณ์ที่ย่ำแย่ขนาดที่พี่ชายของฉันพูดหรอก อย่างมากที่สุดพวกเราก็แค่ออกมาจากตระกูลจี้ก็เท่านั้น! ”
หลินหยุนพยักหน้า โดยที่ไม่ได้พูดอะไรอีก
เวลาหนึ่งเดือนก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันที่จะได้จับปลาแรดอีกครั้ง หากตอนนี้จะยังคงจับอยู่อีก ก็ไม่มีทางที่จะไปเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพลังกฎเกณฑ์ได้แล้ว เหมือนว่าปลาแรดนั้นจะสูญสิ้นพลังไปจนหมดเกลี้ยงอย่างสิ้นเชิง
ขึ้นหกค่ำ
หลินหยุนเดินออกมาจากลานบ้าน เพื่อไปหาจี้ฝานซิง
หลินหยุนพูดขึ้นว่า “ในเมื่อพี่ชายของคุณได้เชิญฉันเอาไว้แล้ว อย่างนั้นฉันก็จะเดินทางไปที่ตระกูลของพวกคุณพร้อมกันกับคุณก็แล้วกัน! ”
จี้ฝานซิงพูดว่า “ไม่จำเป็นหรอก คุณอยู่ที่นี่ต่อไปเถอะ! ”
ในเมื่อจี้ฝานซิงไม่เต็มใจ หลินหยุนเองก็ไม่ได้ที่จะยืนกรานต่ออีก
พยักหน้า แล้วก็เดินกลับไปยังที่พัก
เห็นหลินหยุนกลับมาถึง ฉินหลันก็ถามขึ้นว่า “ทำไมถึงกลับมาแล้วล่ะ? ”
หลินหยุนพูดว่า “สหายจี้ไม่อยากให้ฉันไปด้วย ฉันเองก็ไม่ได้ยืนกรานอะไร โดยเคารพในความคิดของหล่อนก็แล้วกัน ฉันคิดดูแล้วว่า รอให้สหายจี้เดินทางกลับมา พวกเราก็จะไปจากที่นี่! ”
ฉินหลันพูดว่า “เสี่ยวหยุน แม่นางฝานซิงคนนี้ ฉันเห็นว่ากี่วันมานี้ ยิ่งจะดูเหมือนมีเรื่องหนักอกหนักใจมากขึ้น ก่อนหน้านี้ที่นายได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลของพวกหล่อนให้ฟังนั้น ฉันว่าในใจของแม่นางฝานซิง มีความกดดันไม่น้อย ฉันคิดว่า ไม่อย่างนั้นนายควรที่จะเดินทางไปกับหล่อนเพื่อดูสถานการณ์หน่อยว่าเป็นอย่างไร?