จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1763 คุกเข่าขอโทษ
บทที่ 1763 คุกเข่าขอโทษ
จูอวิ๋นซานพูด “ถึงแม้พวกเขาไม่สังหารฉัน พวกเขาก็ต้องโยนฉันเข้าไปขุดเหล็กเมฆอยู่แล้ว!”
หลินหยุนหัวเราะเบาๆและพูด “ใช่แล้ว ดูเหมือนคุณน่าจะคิดออกแล้ว นี่คือผลลัพธ์ที่สาม และเป็นผลลัพธ์ที่ฉันต้องการที่สุด!”
“ไม่ว่าจะพูดยังไง การมาคุกเข่าขอโทษครั้งนี้ จุดประสงค์ของเขาก็คือให้ตระกูลอู๋ส่งเขาเข้าไปขุดเหล็กเมฆ ถ้าเขาสามารถเข้าไปในเขาเหล็กได้ เขาก็สำเร็จไปหนึ่งก้าวแล้ว!”
จูอวิ๋นซานหายใจเร็วด้วยความตกใจ “เข้าไปขุดเหล็กเมฆเหรอ? ผู้มีพระคุณ ทำไมถึงต้องทำแบบนี้?”
หลินหยุนพูด “เพราะเขาเหล็กของตระกูลอู๋นั้น ด้านในหุบเขาไม่ได้มีแค่เหล็กเมฆอย่างเดียวเท่านั้น!”
เมื่อจูอวิ๋นซานได้ยิน สายตาของเขาเปล่งประกาย “ผู้มีพระคุณ ด้านใน……เขาเหล็กมีอะไรอยู่กันแน่?”
สำหรับคำพูดของหลินหยุน จูอวิ๋นซานรู้สึกเหลือเชื่อมากๆ
เพราะเมื่อสักครู่หลินหยุนพึ่งพูดว่าตัวเองไม่ใช่นักบำเพ็ญเซียนของที่นี่ แต่เขากลับรู้เรื่องที่ตระกูลอู๋ครอบครองเขาเหล็กมาหลายพันปีด้วย
ในเวลานี้ จูอวิ๋นซานรู้สึกสงสัยมากๆเกี่ยวกับฐานะที่แท้จริงของหลินหยุน!
หลินหยุนพูด “ด้านล่างเขาเหล็ก มีค่ายกลอยู่อันหนึ่ง ถ้าใช้ค่ายกลอันนี้ปิดผนึกโลกเล็กๆแห่งหนึ่งเอาไว้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน จูอวิ๋นซานรู้สึกว่าสมองของตัวเองว่างเปล่าทันที เขานึกว่าตัวเองหูฝาดด้วยซ้ำ!
หลินหยุนพูดด้วยสีหน้านิ่งสงบ “คุณไม่ได้หูฝาด ด้านล่างเขาเหล็กได้ปิดผนึกโลกเล็กๆใบหนึ่งเอาไว้ แต่โลกใบนั้นเล็กมากๆและไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่!”
“จุดประสงค์ที่ฉันให้คุณเข้าไปในเขาเหล็ก เพื่อหาค่ายกลอันนั้นให้เจอ หลังจากหาเจอแล้ว ให้เอาแท่นค่ายกลอันนี้วางไว้ด้านใน!ภารกิจของคุณก็ถือว่าสำเร็จแล้ว!”
“ถ้าคุณทำสำเร็จ ฉันจะช่วยคุณแก้แค้น! และช่วยเพิ่มพลังให้คุณ!”
จูอวิ๋นซานหายใจเข้าลึกๆ หลังจากนิ่งเงียบไปสักพัก เขาก็พยักหน้าและพูด “ได้! ผู้มีพระคุณ ฉันรับปากทำเรื่องนี้!”
หลินหยุนพูด “โอเค ตอนนี้คุณก็ลบข้อมูลเกี่ยวกับโลกใบเล็กๆในความทรงจำของตัวเองได้เลย!”
จูอวิ๋นซานอึ้งไปสักพัก จากนั้นก็พยักหน้า เขาลงมือลบข้อมูลเกี่ยวกับโลกใบเล็กๆออกจากความทรงจำของตัวเองทันที!
เมื่อหลินหยุนมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เขาก็พยักหน้าเบาๆและพูด “โอเค พวกเราพูดถึงแค่นี้ก็พอ สำหรับเรื่องที่เหลือนั้น คุณก็ไปจัดการเองละกัน!”
เมื่อพูดจบ หลินหยุนก็หันหลังและบินจากไป เมื่อมองเห็นหลินหยุนจากไป ในเวลานี้ จูอวิ๋นซานยืนอึ้งอยู่กับที่
ตอนนี้เขาอยากจะรู้มากๆ หลินหยุนเป็นใครมาจากไหนกันแน่!
อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาสามารถรับรู้ได้ในเวลานี้
หลังจากเขาเก็บตัวฝึกฝนในวิมานสองวัน จูอวิ๋นซานเดินออกมาจากวิมานและตรงไปยังตะวันออกเฉียงเหนือ
เขาบินผ่านเมืองหงเย่และมาถึงเมืองอู๋เทียนอย่างรวดเร็ว!
เมืองอู๋เทียนนั้น ใช้ชื่อของบรรพบุรุษตระกูลอู๋ตั้งขึ้น ด้านหลังเป็นเขาเหล็กที่เป็นทรัพยากรหลักของตระกูลอู๋
เมื่อจูอวิ๋นซานมาถึงเมืองอู๋เทียน มีคนจำนวนมากมองเห็นเขา ทำให้ทุกคนเบิกตากว้าง และรู้สึกเหลือเชื่อมากๆ
ถึงแม้จูอวิ๋นซานจะถูกหลินหยุนช่วยชีวิตเอาไว้ แต่เขาล่วงเกินผิดใจกับคนของตระกูลอู๋
ตอนนี้เขามาถึงเมืองอู๋เทียนอย่างเปิดเผย เขามาหาเรื่องตายชัดๆ
ตอนที่อยู่เมืองหงเย่ ชายหนุ่มคนนั้นสามารถช่วยชีวิตจูอวิ๋นซานไวได้ แต่ตอนนี้เขาอยู่เมืองอู๋เทียน ถึงแม้ชายหนุ่มคนนั้นจะปรากฏตัวที่นี่อีกครั้ง ก็ช่วยชีวิตจูอวิ๋นซานไว้ไม่ได้อย่างแน่นอน!
จูอวิ๋นซานเป็นผู้ฝึกอิสระที่มีชื่อเสียงมากๆในยานเป่ยและบริเวณรอบๆ
เพราะเขาเป็นยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะตอนกลาง ดังนั้นคนที่ไม่รู้จักเขามีน้อยมากๆ
ในเวลานี้ เมื่อทุกคนมองเห็นจูอวิ๋นซานบินมา มีคนจำนวนไม่น้อยเบิกตากว้างและสนทนากัน
“จูอวิ๋นซานคนนี้บ้าไปแล้วใช่ไหม?”
“อุตส่าห์หนีรอดไปได้ แต่ก็ยังกล้ากลับมาที่เมืองอู๋เทียนเพื่อแก้แค้นตระกูลอู๋เพียงคนเดียวอีกเหรอ?”
“เขาน่าจะบ้าไปแล้วจริงๆ! ไม่งั้นคงไม่ทำเรื่องโง่ๆแบบนี้อยู่แล้ว!”
“เฮ้อ เป็นคนดีแท้ๆ คิดไม่ถึงจริงๆ จะเจอเหตุการณ์ไม่ดีแบบนี้! เธอก็เป็นยอดฝีมือแดนดั่งเทพและเป็นคู่ฝึกฝนของเขาเท่านั้น ปล่อยเธอไปก็ไม่ใช่เรื่องยากอยู่แล้ว?”
“ฮ่าๆๆ นักบำเพ็ญเซียนเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ คงปล่อยเรื่องนี้ไปแล้ว แต่พวกเราก็น่าจะเข้าใจไอ้จูเป็นอย่างดี ไอ้จูไม่ใช่คนประเภทนั้น!”
“เขาคงจะรักคู่ฝึกฝนของเขามากๆ!”
“ดังนั้นเมื่อเจอเรื่องแบบนี้ มันทำให้เขาเสียใจมากๆจนบ้าไปเลย มันก็เป็นเรื่องปกติ เรื่องนี้พวกเราก็สามารถเข้าใจได้!”
“……”
ตอนนี้มีคนจำนวนมากต่างสนทนาเรื่องนี้ ในเวลานี้ ยอดฝีมือของตระกูลอู๋ก็มองเห็นจูอวิ๋นซานแล้ว
ก่อนที่จูอวิ๋นซานจะเข้าในเมือง อู๋อานที่ทำร้ายจูอวิ๋นซานจนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่เมืองหงเย่ เขารีบบินออกมาจากตระกูลอู๋ทันที
ในเวลานี้ จูอวิ๋นซานได้เข้าเมืองมาแล้ว เขาบินมาถึงด้านหน้าของตระกูลอู๋
เมื่อมองเห็นจูอวิ๋นซาน อู๋อานเปล่งเสียงเย็นชาออกมา “คิดไม่ถึงจริงๆ แกยังกล้ามาที่ตระกูลอู๋ด้วยตัวเองอีก! แกอยากหาเรื่องตายใช่ไหม!”
ขณะที่อู๋อานพูดอยู่ เขาก็ลงมือทันที แต่ในเวลานี้ เกิดเรื่องที่ทำให้ทุกคนคาดคิดไม่ถึงขึ้น
ทุกคนมองเห็นจูอวิ๋นซานคุกเข่ากลางอากาศ จากนั้นก็พูดอย่างเคร่งขรึม “ท่านสาม จูอวิ๋นซานมาที่นี่ในครั้งนี้ ไม่ได้มาแก้แค้นตระกูลอู๋ แต่ฉันมาเพื่อคุกเข่าขอโทษตระกูลอู๋ต่างหาก!”
จูอวิ๋นซานคุกเข่าและพูดคำนี้ออกมา ทำให้ทุกคนคาดคิดไม่ถึงจริงๆ
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์อึ้งไปเลย
จูอวิ๋นซานคนนี้ไม่เพียงแค่บ้าเท่านั้น แต่อาการของเขาหนักมากจริงๆ!
อู๋อานก็คาดคิดไม่ถึงจริงๆว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ในเวลานี้ เขามองจูอวิ๋นซานแล้วพูด “จูอวิ๋นซาน เมื่อกี้แกพูดอะไรนะ?”
จูอวิ๋นซานเอ่ยปากพูด “ท่านสาม ข้าน้อยจูอวิ๋นซาน มาที่นี่ในวันนี้ไม่ได้มาแก้แค้นตระกูลอู๋! แต่ข้าน้อยมาเพื่อคุกเข่าขอโทษท่านสามกับคุณชายอู๋ฮวน!”
“หลายวันที่ผ่านมา ฉันได้สงบสติจิตใจของตัวเองและคิดทบทวนมาอย่างดีแล้ว!”
“ตระกูลอู๋เป็นตระกูลอันดับหนึ่งของยานเป่ย สืบทอดตระกูลมาหลายพันปี ตระกูลอู๋แข็งแกร่งและมีอิทธิพลมากๆ!”
“ไม่ใช่ตระกูลที่ยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะตอนกลางอย่างฉันสามารถต่อกรได้! ฉันไม่มีความสามารถและความกล้าพอที่จะเป็นศัตรูกับตระกูลอู๋”
“อย่างไรก็ตาม ฉันไม่สามารถออกจากยานเป่ยได้อยู่แล้ว!”
“ทุกสิ่งทุกอย่างของฉันจูอวิ๋นซานสร้างขึ้น ล้วนแล้วแต่อยู่ที่ยานเป่ย!”
“ถ้าฉันจากไปจริง ฉันก็คงหมดอนาคตอย่างแน่นอน!”
“ดังนั้น ฉันก็เลยคิดทบทวนมาอย่างดีแล้ว!”
“การมาที่นี่ในครั้งนี้ ฉันมาเพื่อคุกเข่าขอโทษท่านสามกับคุณชายอู๋ฮวน และหวังว่าตระกูลอู๋จะยอมรับคำขอโทษจากฉัน!”
“ไม่ว่าจะลงโทษฉันยังไง ขอแค่ไว้ชีวิตฉัน แค่นี้ฉันก็พอใจมากๆแล้ว!”
“ท่านสาม หวังว่าคุณจะให้โอกาสฉันสักครั้ง!”
อู๋อานอึ้งไปเลย สายตาของเขามองไปที่จูอวิ๋นซาน
สายตาของจูอวิ๋นซานแน่วแน่มากๆ เขาตั้งใจมากๆเช่นกัน มองไม่ออกเลยว่าเขากำลังพูดโกหกอยู่
อย่างไรก็ตาม เขาไม่อยากจะเชื่ออยู่แล้ว
อู๋อานหายใจเข้าลึกๆและมองหน้าจูอวิ๋นซานแล้วถาม “คุณคิดอย่างนี้จริงๆเหรอ?”
เมื่อจูอวิ๋นซานได้ยิน เขาก็พยักหน้าและพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านสาม อย่างสงสัยในตัวของฉันเลย! ฉันไม่มีทางเลือกจริงๆ!และฉันก็คิดทบทวนมาอย่างดีแล้ว การเป็นศัตรูกับตระกูลอู๋ มันไม่ต่างอะไรกับการหาเรื่องตายเลย!”
อู๋อานหัวเราะอย่างเย่อหยิ่ง สายตาของเขาเปล่งประกายและพูด “ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ตระกูลอู๋ของเราก็อาจจะยอมรับคำขอโทษจากคุณก็ได้ แต่มีเงื่อนไขอยู่หนึ่งข้อ!”
จูอวิ๋นซานพูด “ท่านสาม ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขอะไร ฉันก็รับปากได้เพียงแต่……”