จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1769 ความแค้นเก่าและความแค้นใหญ่ ควรชำระพร้อมกันได้แล้ว
บทที่ 1769 ความแค้นเก่าและความแค้นใหญ่ ควรชำระพร้อมกันได้แล้ว
อย่างก็ตาม ถึงแม้จะรู้สึกตกใจมากๆ แต่สีหน้าของผู้นำตระกูลอู๋นิ่งสงบและเคร่งขรึมมากๆ เขามองหลินหยุนและพูด “คุณเป็นใครกันแน่? คุณชื่ออะไร? คุณมาจากไหน?”
หลินหยุนหัวเราะเบาๆเท่านั้น สำหรับการตอบสนองของตระกูลอู๋นั้น เขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลย “ทำไม ตอนนี้พวกคุณกำลังคิดอยู่ใช่ไหม ฉันคงมีฐานะที่ไม่ธรรมดา พวกคุณไม่รู้ว่าจะจัดการปัญหานี้ยังไงใช่ไหม?”
“ถ้าปล่อยฉันจากไปอย่างนี้ พวกคุณคงรู้สึกไม่พอใจ!”
“แต่ถ้าไม่ปล่อยตัวฉันไป พวกคุณก็กังวลว่าฉันมีฐานะที่ไม่ธรรมดา และตระกูลเล็กๆอย่างตระกูลอู๋ไม่สามารถล่วงเกินผิดใจได้ใช่ไหม!”
“ดังนั้น ตอนนี้พวกคุณกำลังหลอกถามฉันอยู่ ถ้าให้ดีที่สุดก็รู้ฐานะที่แท้จริงของฉันก่อน จากนั้นค่อยคิดว่าวิธีอื่นๆต่อ!”
“ฉันพูดถูกใช่ไหม?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน ทำให้สีหน้าของผู้นำตระกูลอู๋กับอู๋อานแย่มากๆ
หลินหยุนนิ่งเงียบไปชั่วครู่และพูด “เดิมทีก่อนหน้านี้ ฉันอยากจะฆ่าล้างตระกูลอู๋ของพวกคุณเหมือนกัน เพราะตระกูลอู๋ชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่! เย่อหยิ่งอวดดีและทำแต่เรื่องชั่วๆ เรื่องนี้ฉันเกลียดมากๆ!”
“อย่างไรก็ตาม หลายพันปีที่ผ่านมา พวกคุณเฝ้าดูเขาเหล็กได้ไม่เลวเลย! พวกคุณก็ถือได้ว่ายังมีความดีอยู่บ้าง!”
“ดังนั้น ฉันจะให้โอกาสครั้งสุดท้ายกับตระกูลอู๋!”
“อันที่จริงเรื่องนี้ง่ายมากๆ ขอแค่ตระกูลอู๋ยอมมอบคุณชายอู๋ฮวนให้จูอวิ๋นซาน ฉันก็จะไม่ถือสาตระกูลอู๋อีก!”
“มิฉะนั้น ตระกูลอู๋ของพวกคุณก็ไม่ควรอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน มองเห็นสีหน้าอันนิ่งสงบของหลินหยุน ทำให้ผู้นำตระกูลอู๋รู้สึกหวั่นไหว
ในเวลานี้ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำยังไง
เพราะท่าทางของหลินหยุนนั้น มันน่ากลัวมากๆ
เขานิ่งสงบและไม่กลัวอะไรเลย!
เมื่อมองเห็นสีหน้าของผู้นำตระกูลอู๋มีความลังเลอยู่ ทำให้หลินหยุนขมวดคิ้วและพูดอย่างเย็นชา “ถ้าคุณตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ได้ ก็ให้ยอดฝีมือที่เหนือกว่าแดนสู่ธรรมะของตระกูลอู๋ออกมาตัดสินใจเรื่องนี้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน ทำให้ผู้นำตระกูลอู๋นั่งนิ่งไม่ไหวแล้ว เขาลุกขึ้นมาทันที เขาหายใจเร็วด้วยความตกใจและพูด “คุณ……คุณรู้ได้ยังไงว่าตระกูลอู๋ของเรามียอดฝีมือที่เหนือกว่าแดนสู่ธรรมะ?”
หลินหยุนเปล่งเสียงเย็นชาออกมาและพูด “ฉันรู้เรื่องทุกอย่างของตระกูลอู๋! แม้แต่ความลับสูงสุดของตระกูลอู๋ฉันก็รู้เหมือนกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆเลย?”
อย่างไรก็ตาม ในจิตใจหลินหยุนก็รู้สึกประหม่านิดหน่อย
ตระกูลอู๋มียอดฝีมือที่เหนือกว่าแดนสู่ธรรมะอยู่จริงๆ
ในเวลานี้ มีชายชราคนหนึ่งบินเข้ามาในห้องประชุมทันที
เมื่อมองเห็นชายชรา ผู้นำตระกูลอู๋กับอู๋อานรีบโค้งคำนับให้ชายชราและพูด “ผู้อาวุโส!”
ชายชราพยักหน้าเบาๆ สายตาของเขามองไปที่หลินหยุน “ไม่ทราบว่าสหายน้อยมีชื่อว่าอะไร?”
หลินหยุนพูดอย่างเย็นชา “ฉันแซ่หลิน แค่นี้พอไหม?”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน ทำให้ร่างกายของชายชราสั่นไหว เขาพูดด้วยความตกใจ “สหายน้อย คุณแซ่หลินจริงๆเหรอ?”
หลินหยุนพูด “คุณยังไม่คู่ควรเรียกฉันว่าสหายน้อย!”
เมื่อชายชราได้ยิน เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเลย แต่เขากลับพยักหน้าและพูด “ใช่ๆๆ คุณ……คุณชายหลิน อันที่จริงตระกูลอู๋ของเราก็คาดเดาฐานะของคุณชายไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม พวกเรายังไม่ได้รับการยืนยันเท่านั้น”
หลินหยุนสะบัดมือ ไม่ให้ชายชราพูดต่อ หลินหยุนพูดเบาๆ “เมื่อสักครู่ฉันพูดแล้ว คุณก็น่าจะได้ยินแล้ว รีบส่งตัวอู๋ฮวนให้จูอวิ๋นซาน ตระกูลอู๋ของคุณจะปลอดภัย! มิฉะนั้น ผลลัพธ์จะเป็นยังไง พวกคุณน่าจะรู้ตัวดี!”
ชายชราหายใจเข้าลึก สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปและพูด “คุณชายหลิน คนรุ่นนี้ของตระกูลอู๋ มีอู๋ฮวนเป็นผู้ชายแค่คนเดียวเท่านั้น คุณชายหลินปล่อยอู๋ฮวนไปได้ไหม ทางด้านตระกูลอู๋จะชดใช้ให้สหายจูอวิ๋นซานเอง คุณชายหลินไว้ชีวิตอู๋ฮวนได้ไหม?”
เดิมทีหลินหยุนอยากจะปฏิเสธ แต่เมื่อคิดดูแล้ว เขาไม่อยากจะตัดสินใจแทนจูอวิ๋นซาน ตอนนี้เขามองหน้าจูอวิ๋นซานและถาม “สหายจู คุณมีความคิดเห็นยังไง?”
จูอวิ๋นซานมองหน้าหลินหยุนและพูด “ผู้มีพระคุณ อู๋ฮวนคนนี้ข่มขืนคู่ฝึกฝนของฉัน ความแค้นนี้ต้องใช้เลือดของมันมาชำระ แน่นอนว่าเรื่องนี้ขอให้ผู้มีพระคุณทวงความยุติธรรมให้ฉันด้วย!”
เมื่อหลินหยุนได้ยิน เขาก็พยักหน้าและมองชายชราของตระกูลอู๋แล้วพูด “คุณก็ได้ยินแล้ว เขาอยากได้ชีวิตของอู๋ฮวน! วันนี้ ยังไงซะ อู๋ฮวนก็ต้องตาย!”
สีหน้าของผู้อาวุโสตระกูลอู๋ลังเลมากๆ ผ่านไปสักพัก เขามองหน้าหลินหยุนแล้วพูด “คุณชายหลินหยุน มีวิธีไหนที่สามารถไว้ชีวิตอู๋ฮวนได้ไหม?”
สายตาของหลินหยุนเย็นชาทันที เขาเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและพูดอย่างเย็นชา “คุณคิดว่ามีเหรอ?”
ผู้อาวุโสตระกูลอู๋หายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็พยักหน้าและพูด “โอเค ทำตามที่คุณชายหลินพูด! ตระกูลอู๋ของเราจะมอบอู๋ฮวนให้สหายจูอวิ๋นซาน สหายจูอวิ๋นซานจะฆ่าจะแกงเขายังไงก็ได้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ผู้นำตระกูลอู๋เอ่ยปากพูด “ผู้อาวุโส!”
ชายชรายกมือขึ้นมาและพูด “ไม่ต้องพูดอีกแล้ว! รีบไปจับตัวอู๋ฮวนเข้ามา!”
อู๋อานในเวลานี้ สีหน้าของเขาแย่มากๆ ตั้งแต่ก่อตั้งตระกูลอู๋จนถึงยุคปัจจุบันที่ผ่านมาหลายพันปี ตระกูลอู๋ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
แต่ในวันนี้ พวกเขากลับทำอะไรไม่ได้เลย
ตอนนี้พวกเขาสามารถสังหารสองคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าได้อยู่แล้ว เพราะมีผู้อาวุโสที่มีพลังสูงกว่าแดนสู่ธรรมะอยู่ตรงนี้ เรื่องนี้พวกเขาทำได้สบายๆอยู่แล้ว!
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่กล้าทำเรื่องนี้!
เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังของเด็กหนุ่มคนนี้ ไม่ใช่บุคคลที่พวกเขาสามารถล่วงเกินผิดใจได้ และเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งมากๆจนพวกเขาไม่สามารถคาดการณ์ได้
ตอนนี้อู๋อานบินลงมาในคฤหาสน์ที่ตกแต่งอย่างหรูหรา อู๋ฮวนในเวลานี้กำลังอยู่ข้างๆภูเขาเทียม มีสาวใช้จำนวนมากค่อยปรนนิบัติเขาอยู่ เขาเอนนอนอยู่อย่างมีความสุข
เมื่อมองเห็นอู๋อานบินมา อู๋ฮวนหัวเราะและลุกขึ้นแล้วพูด “อาสาม ทำไมวันนี้ถึงมีเวลามาเยี่ยมฉันละ!”
อู๋อานหายใจเข้าลึกๆ สีหน้าของเขาแย่มากๆและพูด “เสี่ยวฮวนไปกันเถอะ ตามอาสามไปที่ห้องประชุม!”
ในเวลานี้ อู๋ฮวนมองเห็นสีหน้าแย่ๆของอู๋อาน ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้และถาม “อาสาม เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ? ทำไมสีหน้าของคุณถึงได้แย่ขนาดนี้?”
อู๋อานส่ายหัวและพูด “ไม่มีอะไร ตามฉันมาได้แล้ว!”
ขณะพูด เขาก็พาอู๋ฮวนมาถึงห้องประชุมของตระกูล
เมื่อเดินเข้ามาในห้องประชุม อู๋ฮวนก็มองเห็นหลินหยุนกับจูอวิ๋นซาน
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที เขารีบเดินเข้าไปหาหลินหยุนกับจูอวิ๋นซาน
“จูอวิ๋นซาน แกแน่มากๆที่กล้าทำเรื่องอย่างนี้? พูดมาเร็วๆ แกรู้ได้ยังไงว่าด้านล่างของเขาเหล็กมีความลับอยู่?”
“ถ้าวันนี้แกไม่ยอมพูดความจริงทุกอย่างออกมา ฉันจะฆ่าแกให้ตายอย่างทรมาน!”
เมื่อด่าจูอวิ๋นซานจบ เขาก็หันหน้ากลับไปมองหลินหยุนและพูดอย่างเคร่งขรึม “ยังมีแกด้วย ก่อนหน้านี้ตอนที่อยู่เมืองหงเย่ แกก็ลงมือทำลายแผนการของฉัน คิดไม่ถึงจริงๆ แกกับจูอวิ๋นซานรวมหัวกันและคิดไม่ดีกับตระกูลอู๋ของเรา!”
“แกไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้างเหรอ! แกไม่ลองตรวจสอบดูบ้างเหรอว่าตระกูลอู๋ของเราแข็งแกร่งแค่ไหน!”
“ไม่รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวเลย!”
“ตอนนี้เป็นโอกาสดีเลย ความแค้นเก่าและความแค้นใหม่ก็สะสางไปพร้อมกันเลย! ไอ้สาวเลว ตอนนี้แกตกมาอยู่ในมือของฉัน ฉันจะทำให้พวกแกสองคนตายทั้งเป็น!”
ขณะพูด เขาก็หันหน้ากลับไปมองผู้นำตระกูลอู๋แล้วพูด “คุณพ่อ มอบสองคนนี้ให้ฉันจัดการได้ไหม!”