จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1773 เขตเศษดาว
บทที่ 1773 เขตเศษดาว
จูอวิ๋นซานรู้สึกอึ้งไปเลย นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดว่าพรสวรรค์ของเขายังไม่พอ
ตอนนี้เขาอายุยังไม่เกินห้าร้อยปีเลย
แต่เขาสามารถฝึกฝนถึงแดนสู่ธรรมะตอนปลายแล้ว
แน่นอนว่าเขาได้รับการช่วยเหลือจากหลินหยุนถึงทำได้
มิฉะนั้น ถ้าเขาอยากจะฝึกฝนถึงแดนสู่ธรรมะตอนปลาย มันคงเป็นเรื่องที่ยากมากๆ บางทีอาจจะต้องใช้เวลายาวนานมากๆก็ได้
บางทีเขาอาจจะต้องเจอเรื่องที่โชคดีมากๆถึงจะทำได้ บางทีชั่วชีวิตของเขา อาจจะเป็นแค่ยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะเท่านั้น
แต่ตอนนี้ เขามั่นใจในตัวเองมากๆ เขาสามารถฝึกฝนถึงแดนที่อยู่สูงกว่าแดนสู่ธรรมะ
ถึงแม้ชั่วชีวิตของเขาจะเป็นแค่ยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะ แต่ด้วยอายุของเขาในตอนนี้ ก็ไม่ควรพูดว่าพรสวรรค์ของเขาธรรมดามากๆ
แต่หลินหยุนกลับพูดคำเหล่านี้ออกมา เรื่องที่เขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆ
หลินหยุนเห็นสีหน้าท่าทางของเขา เขาอดไม่ได้ก็เลยพูดเบาๆ “พรสวรรค์ของคุณ ถ้าเอาไปเทียบกับนักบำเพ็ญเซียนทั่วไป พรสวรรค์ของคุณก็ไม่เลวเลย แต่ถ้าคุณอยากติดตามและอยู่ใกล้ๆฉัน พรสวรรค์แค่นี้มันยังไม่พอจริงๆ!”
“ดังนั้น ฉันหวังว่าต่อจากนี้คุณจะฝึกฝนอย่างหนัก!”
“ถ้าคุณติดตามอยู่ข้างกายฉัน คุณจะเจอเรื่องโชคดีไม่น้อยเลย ฉันก็สามารถชี้แนะคุณได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับความขยันของคุณเอง!”
“เส้นทางของนักบำเพ็ญเซียนนั้น มันคือการแย่งชิงกับฟ้าดิน สิ่งสำคัญที่สุด ไม่ใช่พรสวรรค์ของคนๆนั้น แต่เป็นความมุ่งมานะและความขยัน จิตใจที่แน่วแน่และฝักใฝ่ในพลังต้าเต๋าต่างหาก!”
“ถ้าคุณกล้าทะยานไปข้างหน้า คุณอาจจะเดินไปถึงจุดสูงสุดได้!”
“โอเค เรื่องนี้ฉันจะพูดเพียงแค่นี้ก่อน”
“ส่วนคู่ฝึกฝนของคุณ หลังจากนี้คุณคิดจะทำยังไง?”
“ฉันมองออกว่าจิตใจของคุณไม่ได้แล้งน้ำใจขนาดนั้น!”
“ถ้าคุณจัดการเรื่องนี้ไม่ดี อนาคตข้างหน้าเรื่องนี้ก็จะกลายเป็นอุปสรรคต่อจิตใจของคุณ มันจะส่งผลไม่ดีต่อการบำเพ็ญเซียนของคุณได้!”
“ดังนั้น คุณต้องตัดสินใจตามที่จิตใจของคุณเรียกร้อง!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน ทำให้จิตใจของจูอวิ๋นซานสั่นสะท้าน เขาพยักหน้าด้วยความจริงจังและพูด “ผู้มีพระคุณ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะตัดสินใจตามที่จิตใจของฉันต้องการ!”
หลินหยุนพยักหน้าและพูด “ถ้าทำได้ก็ดีมากๆ! มีอีกเรื่องหนึ่ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป คุณไม่ต้องเรียกฉันว่าผู้มีพระคุณ ฉันชื่อหลินหยุน มีอีกชื่อคือชางฉอง! คุณเรียกฉันว่าคุณชายก็พอ!”
จูอวิ๋นซานรีบพยักหน้า เขาโค้งคำนับและพูดอย่างเคารพ “ได้ครับ คุณชาย!”
หลินหยุนพยักหน้าเบาๆและพูด “ฉันให้เวลาคุณสามวัน รีบไปจัดการเรื่องคู่ฝึกฝนของคุณให้เสร็จ และจัดการปัญหาที่อยู่ตรงนี้ให้หมด เพราะพวกเราจะออกจากยานเป่ยแล้ว!”
จูอวิ๋นซานรับปากทันที จากนั้นเขาก็ออกจากวิมาน และตรงไปยังคฤหาสน์ของตัวเอง
มองเห็นจูอวิ๋นซานจากไป ฉินหลันกับจี้ฝานซิงก็เดินเข้ามาในวิมาน
ฉินหลันถามด้วยความสงสัย “คุณพูดอะไรกับเขาบ้าง?”
หลินหยุนส่ายหัวและพูด “ไม่ได้พูดอะไรเลย ฉันแค่ให้เขาคิดดูให้ดีๆ และตัดสินใจตามความต้องการของจิตใจตัวเองเท่านั้น!”
ฉินหลันพูด “ฉันรู้สึกว่าเขาคงตัดใจจากภรรยาคนนั้นไม่ได้หรอก!”
หลินหยุนหัวเราะเบาๆและพูด “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน!”
เวลาผ่านไปสามวัน
เป็นอย่างที่พวกเขาคาดเดาไว้เลย มันไม่ได้แตกต่างจากความคิดของพวกเขาเลย
จูอวิ๋นซานกลับมาแล้ว ไม่เพียงแค่เขากลับมาเพียงคนเดียว เขายังพาคู่ฝึกฝนที่ชื่อเนี่ยหยิ่นเหนียงกลับมาด้วย
เมื่อพวกเขาเดินมาถึงด้านหน้าของหลินหยุน เนี่ยหยิ่นเหนียงคุกเข่าให้หลินหยุนทันที
เธอคุกเข่าคำนับหลินหยุนตลอด
หลินหยุนพูดเบาๆ “ลุกขึ้นมาเถอะ ไม่ต้องทำความเคารพฉันขนาดนี้ก็ได้!”
จูอวิ๋นซานพูด “คุณชาย ฉันอยากพาเนี่ยหยิ่นเหนียงติดตามข้างกายคุณชายไปด้วย ไม่ทราบว่าคุณจะโอเคไหม?”
หลินหยุนพูด “หลังจากนี้ พวกเราจะไปที่สุดหล้าทะเลที่อยู่ส่วนลึกของหมื่นจักรวาล ดังนั้นพวกเราต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล!”
“แต่ตอนนี้บนตัวของฉัน มีหินทิพย์ชั้นสูงแค่สิบล้านก้อนเท่านั้น”
“มันอาจจะไม่พอใช้สำหรับการเดินทางครั้งนี้!”
“ดังนั้น ถ้าบนตัวของคุณมีทรัพยากรที่มากพอ คุณจะพาเธอไปด้วยก็ได้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน จูอวิ๋นซานดีใจมากๆและพูด “คุณชาย ฉันยังมีทรัพยากรอยู่ไม่น้อย หลายร้อยปีที่ผ่านมา ฉันสร้างฐานอำนาจในยานเป่ย ทำให้ฉันมีทรัพยากรไม่น้อย!”
ขณะพูด บนมือของจูอวิ๋นซานก็มีแสงสว่างปรากฏ จูอวิ๋นซานยืนแหวนเก็บของอันหนึ่งให้หลินหยุน
จูอวิ๋นซานพูด “คุณชาย ด้านในมีหินทิพย์ชั้นสูงอยู่แปดล้านก้อน และมีทรัพยากรอื่นๆอีกด้วย เมื่อถึงตอนนั้น ถ้าหินทิพย์ไม่พอใช้ พวกเขาก็ขายสิ่งของเหล่านั้นและเปลี่ยนเป็นหินทิพย์ได้เลย!”
“ถึงแม้อาจจะไม่เพียงพอให้พวกเราเดินทางถึงส่วนลึกของหมื่นจักรวาล แต่มันก็คงขาดอีกไม่มากแล้ว!”
หลินหยุนพยักหน้า เขาไม่ได้เกรงใจกับจูอวิ๋นซานเลย เขาเก็บแหวนเก็บของทันที
ตอนนี้เขามีหินทิพย์จำนวนยี่สิบล้านก้อนอยู่ในมือ มันเป็นจำนวนที่ไม่น้อยแล้ว!
หลินหยุนพูด “รีบไปเตรียมตัวเลย อีกสองสามวันพวกเราจะออกเดินทาง!”
เมื่อท้องฟ้ามืดลง หลินหยุนยืนอยู่ด้านนอกวิมานเพียงคนเดียว เขาเงยหน้ามองพระจันทร์
ในความคิดของเขาปรากฏภาพของเย่เยว่
เขามาถึงหมื่นจักรวาล เวลาผ่านไปนานพอสมควรแล้ว
อย่างไรก็ตาม ตลอดเส้นทางที่เขาเดินผ่านมา เขาไม่พบเบาะแสของเย่เยว่เลย เรื่องนี้ทำให้เขากังวลใจมากๆ
ตอนนี้เย่เยว่อยู่ในส่วนลึกของหมื่นจักรวาลไหม
ตลอดเส้นทางที่เขาเดินผ่านมา เขาไม่พบร่องรอยของเย่เยว่แม้แต่นิดเดียว
ในความคิดของเขา อันที่จริงเย่เยว่ยากที่จะไปถึงส่วนลึกของหมื่นจักรวาล ด้วยพลังที่เธอมีอยู่ในตอนนั้น มันคงเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมากๆ
ประการแรก เพราะพลังของเธอยังอ่อนแอมากๆ เธอฝึกฝนถึงแค่แดนจิตปฐมเท่านั้น
ประการที่สอง การเข้าไปในส่วนลึกของหมื่นจักรวาล ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล เย่เยว่ไม่มีทรัพยากรที่เยอะขนาดนั้นอยู่แล้ว!
ดังนั้นเขาก็เลยสงสัย เย่เยว่ได้เข้าไปในส่วนลึกของหมื่นจักรวาลจริงๆหรือเปล่า!
ตอนนี้เรื่องที่เขากังวลมากๆมีอยู่เรื่องเดียว ถ้าเข้าไปในส่วนลึกของหมื่นจักรวาลแล้ว แต่หาร่องรอยของเย่เยว่ไม่เจอ เขาจะทำยังไง
ผ่านไปสักพัก หลินหยุนก็ถอนหายใจยาวๆออกมา
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาไปคิดเรื่องพวกนี้แล้ว คงทำได้แค่เดินทีละก้าวและดูสถานการณ์ไปทีละก้าวแล้ว!
เวลาผ่านไปสองวัน
หลินหยุนพาฉินหลันกับจี้ฝานซิงและคนอื่นๆออกจากยานเป่ย
และออกจากดาวบำเพ็ญเซียนดวงนี้
เมื่อเวลาผ่านไปห้าปี ทุกคนใช้หินทิพย์ที่มีอยู่จนหมดแล้ว
เพียงแต่ครั้งนี้ ห่างจากส่วนลึกของหมื่นจักรวาล มีเพียงดาวดวงหนึ่งเท่านั้นแล้ว
ทุกคนไม่ได้ออกไปหาทรัพยากรอื่นๆอีก พวกเขาเลือกที่จะใช้ของวิเศษที่ใช้ในการเหาะเหินเดินทางต่อ
นี่เป็นเพราะหลินหยุนอยากจะค้นหาร่องรอยของเย่เยว่ให้เจอ และดูสิว่าจะหาเบาะแสอะไรได้บ้างไหม
ถึงแม้ไม่ใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติ ใช้เพียงแค่ของวิเศษที่ใช้ในการเหาะเหิน ถ้าเดินทางอีกหลายสิบปี พวกเขาก็สามารถเดินทางถึงสุดหล้าทะเลแล้ว
ในวันนี้ ด้านหน้าของทุกคนมีดาวรกร้างที่ไม่ค่อยใหญ่มากนักปรากฏตัว
ทุกคนบินลงไปยังดาวรกร้างแห่งนั้น และพักผ่อนสักพัก
หลินหยุนเอ่ยปากพูดเบาๆ “เดินทางอีกหน่อย ด้านหน้าก็จะถึงเขตเศษดาวแล้ว!”
จูอวิ๋นซานเอ่ยปากถาม “คุณชาย อะไรคือเขตเศษดาว?”
หลินหยุนอธิบายเบาๆ “ตามตำนาน หลายทศวรรษที่ผ่านมา ในช่วงสุดท้ายของทศวรรษนั้น ได้เกิดสงครามขนาดใหญ่ขึ้น”
“และสถานที่แห่งนั้น เป็นหนึ่งในสนามรบที่ดุเดือดมากๆ”
“ตามตำนานมีระบุไว้ว่า มีสำนักมากว่าหมื่นสำนักสู้รบกันในสนามรบแห่งนี้”
“ทำให้ดาวบำเพ็ญเซียนขนาดใหญ่จำนวนมากแตกสลายในสนามรบแห่งนี้!”
“สุดท้ายแล้วมันก็กลายเป็นเขตวุ่นวาย!”
“มันก็เลยกลายเป็นเขตเศษดาว!”
“สนามรบแห่งนี้ จะใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะเล็กก็ไม่เล็ก แต่มันเป็นสถานที่อันตรายมากๆ!”