จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1798 แสงแห่งอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์
บทที่ 1798 แสงแห่งอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์
ฉินหมิงได้ยินดังนั้น ก็ส่ายมือไปมาอย่างถ่อมตน และพูดว่า “ที่ไหนกันล่ะ สหายมู่ฉองพูดชมกันเกินไปแล้ว! ฉันว่าไอ้จินจิ่วนี้คงจะไม่พูดเรื่องดี ๆ เกี่ยวกับฉันแน่เลยล่ะสิ? ”
จินจิ่วพลันหัวเราะฮ่าฮ่าขึ้น
หลังจากพูดคุยทักทายกันครู่หนึ่งแล้ว จินจิ่วก็มองไปที่ฉินหมิงและพูดขึ้นว่า “สถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแล้ว? ”
ฉินหมิงได้ยินดังนั้น ก็มีสีหน้าท่าทางที่จริงจังขึ้น สูดหายใจลึกและพูดว่า “คงน่าจะใกล้แล้ว จากเวลาที่ลำแสงสีเขียวได้ปรากฏขึ้นนั้น รวมถึงความเร็วในการสะสมพละกำลัง คาดว่าอย่างมากภายในครึ่งเดือนนี้ สมบัติล้ำค่าในหุบเขานี้ ก็จะถือกำเนิดขึ้นแล้ว! ”
จินจิ่วพยักหน้า และถามต่อว่า “ส่วนที่ว่าสมบัติล้ำค่าคืออะไร ที่นี่มีการคาดเดาอย่างไรกันบ้าง? ”
ฉินหมิงส่ายศีรษะ และพูดว่า “ในช่วงที่ผ่านมานี้ นอกจากที่ฉันจะสำรวจอยู่ที่นี่แล้ว ก็ยังได้ครุ่นคิดทบทวนอย่างหนักว่า หุบเทียนเมี่ยนี้ ในอดีตเคยมียอดฝีมือคนไหนที่เคยมาได้บุกเบิกวิมานหรืออย่างอื่นในที่แห่งนี้มาก่อนบ้างหรือไม่”
“แต่ว่า ก็ไม่พบเจอข้อมูลอะไร! ”
“พวกเราล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเซียนในบริเวณใกล้กับเมืองจิงเฟิง สำหรับหุบเทียนเมี่ยนี้ ที่จริงก็เข้าใจกันอย่างที่สุด ถึงแม้จะเป็นวิมาน ก็คงจะไม่ใช่สถานที่ที่ดีอะไรมากนักหรอก! ”
“ก่อนหน้านี้มีผู้บำเพ็ญเซียนแดนดั่งเทพตอนกลางคนหนึ่ง โดยที่คนนี้ฉันก็ยังพอรับรู้และเข้าใจอยู่บ้าง ก็คือกุ่ยเมี่ย ไอ้คนนี้มีวิชาบำเพ็ญที่แปลกประหลาด ซึ่งไม่มีผู้ใดยอมรับ จึงต้องตัดสินใจมาบุกเบิกวิมานในที่แห่งนี้! ”
“นอกจากไอ้กุ่ยเมี่ยนี้แล้ว ผู้บำเพ็ญเซียนทั่วไป ไม่มีทางที่จะมาบุกเบิกวิมานในสถานที่แห่งนี้แน่นอน! ”
จินจิ่วพยักหน้า และพูดว่า “กุ่ยเมี่ยนั้นฉันเองก็พอรับรู้มาบ้าง ในบรรดาผู้บำเพ็ญแดนดั่งเทพ พลังบำเพ็ญของเขาคนนี้ แม้ว่าจะเพียงแค่ตอนกลาง ต่อเมื่อฉันต้องเผชิญหน้าด้วยแล้ว ก็ไม่สามารถที่จะประมาทได้อย่างเด็ดขาด! ”
“โดยคาดคิดไม่ถึงเหมือนกันว่า ในที่สุดก็ต้องมาจบชีวิตลงไปแล้ว! ”
ขณะที่จินจิ่วพูดนั้น ก็ได้มองไปยังสถานที่ตรงบริเวณขอบเขตของหุบเขา พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ทำไมถึงมากันแค่สามคนนี้ล่ะ? สำนักหลิวหลี สำนักเจว๋หวู และสำนักฉื้อฉานต่างก็ไม่มากันเลยเหรอ! ”
ฉินหมิงพูดว่า “แม้ว่ายอดฝีมือของสามสำนักนั้นยังไม่มา แต่ผู้มีอิทธิพลในสังกัดของสำนักอื่น ๆ นั้น ต่างก็มาถึงกันแล้ว! มีคนส่งข่าวมาบอกว่า พวกเขาก็ยังคงสงบนิ่งโดยที่ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งรอบข้างใด ๆ แต่ว่า อีกไม่นานก็คงจะถึงแล้ว! ”
“ปัญหาในตอนนี้คือ ไม่รู้ว่าจะมียอดฝีมือในจักรวาลมาที่นี่อีกจำนวนเท่าไร ได้ยินมาว่าเรื่องนี้ได้ถูกแพร่กระจายออกไปอย่างกว้างขวางแล้ว! ”
“ถ้าหากยอดฝีมือในจักรวาลมากันไม่กี่คน บางทีผู้บำเพ็ญเซียนแบบพวกเรา ในโลกเขาทองนี้ อาจจะมีโอกาสอยู่บ้างก็เป็นได้! ”
“ถ้าหากมียอดฝีมือในจักรวาลมากันเป็นจำนวนมาก อย่างนั้นพวกเราก็คงจะไม่มีโอกาสอะไรโดยสิ้นเชิง! ”
นี่ก็คือความจำใจของผู้บำเพ็ญเซียนในโลกเล็ก
อันที่จริงนี่คือโชคชะตาและวาสนาของพวกผู้บำเพ็ญเซียนในโลกเล็กของพวกเขา แต่เมื่อข่าวสารถูกแพร่กระจายออกไป ก็จะนำมาสู่การช่วงชิงกันของยอดฝีมือในจักรวาล!
โดยยอดฝีมือที่มาช่วงชิงสมบัติล้ำค่าที่โลกเล็กนั้น อย่างน้อยก็อยู่ในแดนสู่ธรรมะ!
ทั่วทั้งโลกเขาทองนี้ มียอดฝีมือแดนสู่ธรรมะในพื้นที่ ประมาณหกหรือเจ็ดคนเท่านั้นเอง!
นี่ยังจะต้องรวมของทุกเผ่าเข้ากันด้วย
หลินหยุนฟังสองคนนั้นสนทนากันไปพลาง และก็สำรวจลำแสงสีเขียวที่พุ่งทะยานขึ้นขอบฟ้าอย่างละเอียดไปพลางด้วย
ลำแสงนี้มีระดับชั้นที่สูงมาก
ซึ่งไม่ใช่ลำแสงธรรมดาทั่วไป
ด้วยพลังความแข็งแกร่งที่มีอยู่ในตอนนี้ เป็นจริงที่ว่า ต่อให้ยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะ ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ไม่นาน ถ้าหากไม่รีบหลบหนีออกมาจากตรงนั้น ก็จะมีอันตรายถึงขั้นจบชีวิตลงภายใต้ลำแสงดังกล่าวนี้!
แต่ว่า ลำแสงนี้ ดูจะไม่เหมือนกับลำแสงที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวของสมบัติล้ำค่า ซึ่งจะเหมือนกับลำแสงแห่งอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เสียมากกว่า
มีตำนานเล่าว่า ยุคโบราณกาล มีเผ่าหงส์
ต่อมาได้แปรเปลี่ยนเป็นเผ่านกยูง
โดยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แห่งดวงชะตาประจำเผ่านกยูงนั้น ก็คือราศีเทพห้าสี
ตำนานเล่าว่า ยุคโบราณกาล ผู้ยิ่งใหญ่ข่งเซวียนที่เป็นหัวหน้าเผ่านกยูง ได้ทำการปรับแก้ไขราศีเทพดวงชะตานี้กลายเป็นห้าสีได้
จนแทบไร้คู่ต่อกร ไปทั่วทั้งยุคโบราณกาล!
แข็งแกร่งทรงพลังจนน่ากลัวเหลือเกิน!
นี่ก็คืออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ราศีเทพที่โบราณที่สุด และทรงพลังที่สุด ของทุกเผ่าในจักรวาล
หลังจากนั้นยุคโบราณกาลก็ล่มสลายลง
เผ่านกยูงเองก็ค่อย ๆ สาบสูญไปด้วยเช่นกัน
เผ่าอื่น ๆ ก็เริ่มคิดค้นอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ราศีเทพขึ้นมากันอีกไม่น้อย
ในจำนวนนั้นที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือราศีทองพระพุทธของสำนักพระธรรม!
สำนักพระธรรมมีความเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในยุคนิศากาล!
ราศีทองพระพุทธ แทบจะเทียบเท่าได้กับราศีเทพห้าสีของเผ่านกยูงแล้ว!
แน่นอนว่า อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ใดจะทรงพลังหรืออ่อนด้อยกว่านั้น ก็ไม่อาจเป็นที่ทราบได้
สรุปว่า อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ราศีเทพทั้งสองนี้ ก็คืออิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาลแล้ว!
โดยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่รองลงมาจากอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ราศีเทพทั้งสองอย่างนี้ ก็มีอยู่อีกไม่น้อย
แต่ก็ไม่สามารถที่จะมาเทียบเคียงกับสองอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์นี้แล้ว!
ซึ่งที่พูดว่าอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ราศีเทพทรงพลังอย่างมากนั้น!
มันก็คือเรื่องจริง!
หมื่นจักรวาลนี้ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ราศีเทพมีความแข็งแกร่งทรงพลังเป็นอย่างมาก!
ส่วนเวลานี้ลำแสงสีเขียวนั้น ที่บางทีคนอื่นอาจจะมองว่า ถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวสมบัติล้ำค่าเอง แต่ในมุมมองของหลินหยุนแล้ว กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น!
แต่ว่า……
ต่อให้เป็นอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ราศีเทพ ก็เหมือนจะอธิบายได้อย่างไม่แน่ชัด
เพราะว่าอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์คงไม่สามารถที่จะยืนยงอยู่ได้ยาวนานขนาดนี้
และยิ่งเป็นไม่ได้เลยที่จะสะสมพลังเชื่องช้าแบบนี้!
นับแต่ที่ลำแสงสีเขียวนี้ปรากฏขึ้น จนถึงตอนนี้ อย่างน้อยก็น่าจะสิบห้าวันแล้ว!
อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อย่างหนึ่ง ทำการสะสมพลังงานทีละเล็กทีละน้อย ด้วยเวลานานขนาดนี้ ซึ่งดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไรเลย!
แต่ว่า!
นี่คือพลังแห่งอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อย่างชัดเจน!
ถ้าหากว่า รอคอยให้อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์นี้สะสมพลังไปจนถึงระดับหนึ่งแล้ว เวลาที่ปะทุระเบิดขึ้นนั้น จะเกิดอะไรขึ้น?
เกรงว่าคงจะไม่มีสมบัติล้ำค่าอะไรหรอก แต่จะกลายเป็นการทำลายล้างเสียมากกว่า!
เมื่อพิจารณาจากระดับการสะสมพลังในระดับหนึ่งของอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ตอนนี้แล้ว ถ้าหากทำการสะสมต่อไปอีกอย่างน้อยครึ่งเดือน เกรงว่าจ้าวแห่งเต๋าก็คงจะต้านทานไม่ไหว!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแดนสู่ธรรมะในตอนนี้ หรือว่าขั้นที่เหนือกว่าแดนสู่ธรรมะเลย!
หลินหยุนสัมผัสรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายลมหายใจที่อันตรายอย่างหนึ่ง!
เพียงแต่ว่า ผู้ใดจะมีเวลาว่างมาก ถึงขนาดที่ทำการจัดวางในลักษณะแบบนี้?
อย่างที่ทราบกันว่า สิ่งนี้คงจะไม่ใช่ฝีมือของคนธรรมดากระทำขึ้นอย่างเด็ดขาด
ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญชั้นมหากษัตริย์ ก็คงไม่สามารถที่จะควบคุมอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ให้อยู่ในลักษณะนี้ได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า จะทำการปลดปล่อยพลังแห่งอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ที่เชื่องช้าแบบนี้เลย!
แม้ว่าท่ามกลางหุบเขาแห่งนี้ จะมียอดฝีมือชั้นมหากษัตริย์ ที่กำลังแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อยู่ ก็คงไม่สามารถที่จะกระทำการถึงขั้นนี้ได้!
แบบนี้ทำให้หลินหยุนรู้สึกหนักอกหนักใจขึ้นไปอีก
หรือว่าสมบัติล้ำค่าจะถือกำเนิดขึ้นจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ?
หลินหยุนในตอนนี้ ได้เกิดคำถามอย่างมากขึ้นในจิตใจ
ด้านข้าง
จินจิ่วกับฉินหมิงที่ยังคงพูดคุยกันอยู่ เห็นว่าหลินหยุนจ้องมองไปที่หุบเขาอยู่ตลอดเวลา ทั้งสองคนจึงได้สบตากัน แล้วจินจิ่วก็พูดขึ้นว่า “สหายมู่ฉอง มองอะไรเหรอ? ”
หลินหยุนตั้งสติกลับคืนมา แล้วก็ส่ายศีรษะเบา ๆ และพูดว่า “สหายทั้งสอง หรือว่าพวกเราจะลองเข้าไปดูใกล้ ๆ บริเวณขอบเขตของหุบเขากันสักหน่อยดีไหม? ”
ฉินหมิงได้ยินดังนั้น ก็พูดขึ้นว่า “ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ หุบเขานี้ยาวมาก พวกเราไม่อยากอยู่ที่นี่ ก็เดินเลยออกไปไกลหน่อยก็ได้! ”
หลินหยุนพยักหน้า มองไปที่จินจิ่ว แล้วจินจิ่วเองก็พยักหน้าตกลง
ทั้งสามคนเดินออกไปไกลจากบริเวณที่ลำแสงสีเขียวปกคลุม และเหาะเหินออกไปในบริเวณที่ผู้คนไม่มาก
ผ่านไปชั่วครู่ ทั้งสามคนก็ลอยตัวลงมา
พวกผู้บำเพ็ญเซียนแดนจิตปฐม รวมไปถึงผู้บำเพ็ญเซียนแดนยาทอง มองเห็นพวกเขาสามคนมาถึง ก็รีบถอยหลังหลบหลีก เพื่อเว้นที่ว่างให้กับพวกเขาสามคน!
แม้ว่าลำแสงสีเขียวบริเวณตรงนี้จะยังคงรุนแรงมากเหมือนเคย แต่เมื่อเทียบความรุนแรงกับบริเวณเขตใจกลางที่ยอดฝีมือรวมตัวกันมากมายนั้น ก็ยังคงห่างไกลกันลิบลับ!
ฉินหมิงเองไม่ได้เดินไปสำรวจดูที่ด้านหน้า เขาอยู่ที่นี่มาสิบกว่าวันแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไปสำรวจดูมากี่ครั้งแล้ว