จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1800 ยอดฝีมือมาถึง
บทที่ 1800 ยอดฝีมือมาถึง
เมื่อเหมินชิงพูดถึงตรงนี้แล้ว ก็ตั้งใจหยุดชะงักลงชั่วครู่ และทำเป็นหรี่ตาลง แล้วก็กวาดสายตามองไปที่ใบหน้าของทุกคน
แน่นอนว่า เขาไม่ไปสนใจระดับอื่นอยู่แล้ว
โดยผู้ที่ไม่ถึงขั้นแดนสู่ธรรมะไม่อยู่ในสายตาของเขาเลย
เมื่อมองเห็นสายตาของยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะคนอื่น ๆ แล้ว เขาก็หัวเราะ และพูดขึ้นว่า “ที่กำหนดกฎเกณฑ์แบบนี้เอาไว้ ก็ต้องการที่จะดูว่าสมบัติล้ำค่าชิ้นนี้ มีบุญสัมพันธ์กับใคร! ”
“เวลาสิบวินาที ที่จริงแล้วก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเวลานานสักเท่าไร! ”
“แน่นอนว่า สำหรับผู้บำเพ็ญขั้นแดนที่แตกต่างกัน ก็จะมีมุมมองในกฎเกณฑ์ดังกล่าวที่ไม่เหมือนกัน สำหรับยอดฝีมือแดนจิตปฐมหรือแดนดั่งเทพแล้ว สิบวินาทีนั้นไม่ถือว่าสั้นเลย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ยังมีพวกเราแดนสู่ธรรมะรวมอยู่ด้วย! ”
“แต่นี่คือวิธีการที่ดีที่สุดแล้ว! ”
“เพียงแค่ครอบครองสมบัติล้ำค่าไว้ให้ได้สิบวินาที อย่างนั้นแล้วไม่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะมพลังบำเพ็ญขั้นแดนไหน ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถที่จะไปแย่งชิงได้แล้ว! ”
“ไม่อย่างนั้นแล้ว หากทุกคนลงมือพร้อมกัน ก็จะเกิดการสังหารผู้บำเพ็ญเซียนที่เข้าร่วมแย่งชิงกันขึ้น โดยกฎเกณฑ์การแย่งชิง ก็มีอยู่ด้วยกันสองข้อ ประมาณนี้ ซึ่งฉันเองในตอนนี้สามารถที่จะคิดได้เพียงเท่านี้แล้ว! ”
“ต่อจากนี้ หากยังมีสหายคนใดที่มีความคิดที่ดีกว่า ก็สามารถพูดกันออกมาได้เลย! ”
เมื่อเหมินชิงพูดจบลง โปหลานแห่งเผ่าวอกทิพย์นั้นก็พูดขึ้นว่า “ฉันคิดว่าสายเหมินชิงพูดได้เป็นอย่างดีแล้ว! ฉันไม่มีความเห็นอะไรอีก! ”
เมื่อโปหลานพูดจบ ยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะคนอื่น ต่างก็ทยอยพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเหมินชิง
เหมินชิงพยักหน้าและพูดว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นก็ตกลงทำตามกฎเกณฑ์นี้เลย! แน่นอนว่า ยังมีเวลาเหลืออยู่อีกสองถึงสามวัน ก่อนที่สมบัติล้ำค่าจะถือกำเนิดขึ้น บางทีอาจจะยังมียอดฝีมือในจักรวาลมาถึงอีกก็เป็นได้! ”
“เมื่อถึงเวลานั้นถ้าเกิดมีการเปลี่ยนแปลงอะไร ตอนนั้นก็ค่อยมาพูดกัน ถ้าหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็จะยึดเอากฎเกณฑ์ดังกล่าวนี้มาใช้ในการแย่งชิงสมบัติล้ำค่า! ”
พวกยอดฝีมือแดนจิตปฐมและแดนดั่งเทพ ต่างก็มีสีหน้าที่ย่ำแย่
แต่กลับไม่มีใครที่จะกล้าพูดออกมา
พวกเขาต่างก็เข้าใจอย่างชัดเจนว่า
เมื่ออยู่ต่อหน้าของยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะ พวกเขาก็เป็นเพียงมดแมลงเท่านั้น ไม่มีสิทธิที่จะพูดอะไรออกไป หากพูดออกไปแล้วเกิดการล่วงเกินยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะคนใดเข้า ก็มีโอกาสที่จะจบสิ้นชีวิตลงในทันที!
ดังนั้น ใครก็ไม่อยากที่จะประสบกับเคราะห์ร้ายนี้แน่นอน
สำหรับทางด้านของหลินหยุนสามคนนี้ จินจิ่วถึงกับส่งเสียงฮึอย่างเย็นชาขึ้นอย่างไม่พอใจ และพูดขึ้นว่า “ไอ้คนหลอกลวง! ทำมาเป็นพูดดีว่า จะให้โอกาสกับทุกคนในการแย่งชิงสมบัติล้ำค่า! พูดตามตรงแล้วก็เพื่อตัวพวกเขาเองนั่นแหละ! ”
ฉินหมิงได้ยินดังนั้น ก็พลันตกใจ สีหน้าเปลี่ยนไปทันที รีบมองไปทางจินจิ่วและพูดว่า “สหายจินจิ่ว อย่าได้พูดสุ่มสี่สุ่มห้าไป พวกยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะต่างก็อยู่กันที่นี่ หากว่าพวกเขาได้ยินเข้าพวกเราก็จะจบสิ้นกันทันที! ”
จินจิ่วได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว
โดยได้มองไปที่พวกยอดฝีมือกี่คนนั้นอย่างระมัดระวัง เห็นว่าไม่มีใครมีการเคลื่อนไหว จึงเบาใจลงได้บ้าง
ส่วนทางหลินหยุน ก็ไม่ได้ไปสนใจพวกเขาสองคนนั้น
ตอนนี้เขากำลังครุ่นคิดปัญหาหนึ่งอยู่ในใจ นั่นก็คือจะแจ้งเรื่องไปยังหวูเหวยดีหรือไม่!
ตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะวิเคราะห์สถานการณ์ในบริเวณนี้ได้อย่างถูกต้อง
แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่า ไม่ใช่การถือกำเนิดขึ้นของสมบัติล้ำค่าอะไรหรอก แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะแน่ใจได้
ถ้าหากมีสมบัติล้ำค่าถือกำเนิดขึ้นมาจริง ๆ แล้วเขาไม่สามารถที่จะครอบครองมาได้ เมื่อถึงตอนนั้น ก็เกรงว่าจะไม่สามารถอธิบายชี้แจงต่อหวูเหวยได้อย่างชัดเจน
คิดถึงตรงนี้แล้วหลินหยุนจึงได้แอบหยิบป้ายหยกแสดงตัวตนสีขาวออกมา แล้วก็ส่งข่าวสถานการณ์ในที่แห่งนี้ให้กับหวูเหวยทราบ
“หัวหน้าเขต สถานการณ์ของที่แห่งนี้ก็เป็นดังนี้แล้ว ดังนั้น ถ้าหากต้องการที่จะลงมือแย่งชิงจริง ๆ ล่ะก็ จะต้องส่งยอดฝีมือขั้นที่เหนือกว่าแดนสู่ธรรมะมาจะเป็นการดีที่สุด! ”
“แต่ว่า ยอดฝีมือขั้นที่เหนือกว่าแดนสู่ธรรมะที่หัวหน้าเขตมีอยู่นั้น เวลานี้คงจะไปยังโลกครุฑทองกันหมดแล้วล่ะสิ? ถ้าอย่างนั้นก็จะต้องส่งยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะตอนปลายมาแล้ว! ”
“ไม่อย่างนั้น คงยากที่จะสามารถแย่งชิงมาครองได้! ”
ป้ายหยกเกิดแสงกะพริบ เสียงของหวูเหวยก็ดังขึ้นภายในหัวสมองของหลินหยุน “ตอนนี้ยังไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าอะไรที่จะถือกำเนิดขึ้นใช่ไหม? ”
หลินหยุนส่ายศีรษะและพูดว่า “ไม่สามารถวิเคราะห์ได้ แต่ยอดฝีมือในพื้นที่ของโลกเขาทองนั้น จะสามารถวิเคราะห์ได้หรือไม่นั้น ก็ไม่อาจทราบได้แล้ว! ”
หวูเหวยพูดว่า “ถ้าเป็นอย่างที่นายพูด ตอนนี้ที่ฉันไม่มียอดฝีมือขั้นที่เหนือกว่าแดนสู่ธรรมะเหลืออยู่เลย! ส่วนแดนสู่ธรรมะนั้น ก็มีไม่กี่คน ฉันสามารถส่งไปได้แค่สามคน และไม่ใช่ว่าทั้งสามคนจะคือแดนสู่ธรรมะตอนปลาย! ”
“มีเพียงคนเดียวที่มีพลังบำเพ็ญแดนสู่ธรรมะตอนปลายอย่างแท้จริง ส่วนอีกสองคนต่างก็คือผู้บำเพ็ญเซียนแดนสู่ธรรมะระยะกลาง! ”
“รวมกับนายด้วย ก็เป็นทั้งหมดสี่คน! ”
“ฉันจะรีบส่งตัวพวกเขาทั้งสามคนไปให้เร็วที่สุด เมื่อถึงตอนนั้น พวกนายจะต้องร่วมมือกันอย่างดีที่สุด หากว่ามีสมบัติล้ำค่าถือกำเนิดขึ้นจริง ๆ จะต้องนำมันมาครอบครองให้ได้”
“ถ้าหากประสบความเร็จ ฉันก็จะสะสมผลงานของนายเอาไว้อีกครั้ง! ”
หลินหยุนชะงักชั่วครู่ ขมวดคิ้วและพูดขึ้นว่า “ความหมายของหัวหน้าเขตคือ ให้ฉันรับฟังและร่วมมือกับคนที่มา? หรือว่า ให้ฉันเป็นคนควบคุมดูแลคนที่มา? ”
หวูเหวยได้ยินดังนั้น ก็แสยะยิ้มเล็กน้อย และพูดว่า “ไอ้เจ้านี่ช่างกล้าที่จะคิดจริง ๆ มีความกล้าหาญไม่น้อยเลยทีเดียว”
“นั่นเป็นถึงยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะตอนปลายคนหนึ่ง และแดนสู่ธรรมะระยะกลางอีกสองคน แม้ว่าฉันจะมอบให้นายเป็นคนจัดการดูแล นายกล้าที่จะสั่งการไหมล่ะ? ”
หลินหยุนส่งเสียงฮึและพูดว่า “กล้าแน่นอน! ในเมื่อมีคำสั่งของหัวหน้าเขต ฉันเองไม่มีอะไรที่ไม่กล้าอยู่แล้ว หรือว่าพวกเขากล้าที่จะลงมือกับฉันงั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาของฉันแล้วแต่มันเป็นปัญหาของหัวหน้าเขตเอง! ”
หวูเหวยหัวเราะ และพูดขึ้นว่า “พอได้แล้ว! ไอ้หนุ่มอย่าได้คิดมากเกินไป หากให้พวกเขาสามคนร่วมมือกับนาย ทำตามคำลั่งของนาย อย่างนั้นคงจะเป็นไปไม่ได้แน่นอน นายจะต้องให้ความร่วมมือและทำตามพวกเขาทั้งสามให้ดีก็พอ! ”
หลินหยุนเองก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะเขาก็ไม่ได้คิดที่จะแย่งชิงอำนาจจริง ๆ แต่อย่างใด จึงได้พูดกับหวูเหวยว่า “หัวหน้าเขต ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นฉันก็ขอพูดอะไรที่ไม่ดีเอาไว้ก่อนแล้วกัน! ”
หวูเหวยตกใจ และถามขึ้นว่า “หมายความว่าอะไร? ”
หลินหยุนพูดว่า “ฉันสามารถร่วมมือกับพวกเขาได้ แต่ถ้ารู้ดีว่าเป็นสถานการณ์ที่จะต้องตาย ฉันคงไม่สามารถที่จะเชื่อฟังความคิดเห็นและคำสั่งของพวกเขาได้! ”
”นอกจากนี้ ฉันจะแค่แนะนำสถานการณ์ของที่นี่ ให้กับพวกเขาทั้งสามคนอย่างละเอียด ส่วนที่เหลือนั้น ก็คงจะไม่ใช่หน้าที่อะไรของฉันแล้ว! “
“โดยตอนสุดท้ายจะได้รับสมบัติล้ำค่าหรือไม่นั้น หัวหน้าเขตก็อย่าคิดว่าฉันไม่ให้ความร่วมมือที่ดีกับพวกเขาก็แล้วกัน! ”
หวูเหวยหัวเราะและพูดว่า “ที่จริงแล้วนายก็รอเรื่องนี้จากฉันอยู่นั่นเอง! ก็ดีเลย ตอนนี้มียอดฝีมือแดนสู่ธรรมะอยู่ทั้งหมดสิบเอ็ดคน หากคิดที่จะแย่งชิงสมบัติล้ำค่า ก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากอยู่แล้ว! ”
“ยังยืนยันคำเดิม เพียงแค่นายให้ความร่วมมืออย่างดีกับพวกเขาทั้งสามคนนั้น ก็พอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นนายก็ไม่ต้องเกี่ยวข้องอะไรอีกแล้ว! ”
“อีกทั้ง นายเองก็อย่าทำเป็นอวดเก่งดึงดันเกินไปนัก! ”
“ต่อให้พลังการต่อสู้ของนายจะไม่ใช่แค่ขั้นแดนดั่งเทพตอนปลายเท่านั้น แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่ใช่ว่านายจะสามารถต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย! จะต้องระมัดระวังตัวโดยตลอด! ”
หลินหยุนพูดว่า “หัวหน้าเขตวางใจได้ ฉันรู้ดีว่าควรจะทำอย่างไร! หัวหน้าเขต ยังไงก็รีบให้พวกเขามาโดยเร็วที่สุด จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เป็นไปได้ที่อาจจะเกิดการแย่งชิงสมบัติล้ำค่าขึ้นในตลอดเวลา! ”
หลังจากที่เสร็จสิ้นการพูดคุยกับหวูเหวยแล้ว หลินหยุนเองก็หันหน้ามองไปที่ยอดฝีมือแดนสู่ธรรมะทั้งสิบเอ็ดคนนั้น เวลานี้ พวกเขาต่างก็กระจายยืนกันอยู่คนละจุด โดยที่จับจ้องมองไปยังบริเวณของหุบเขาที่อยู่ไกลออกไป
ด้านบนของหุบเขา อานุภาพของลำแสงสีเขียวนั้นก็ยังคงสะสมพลังอยู่อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลออกมามากแล้ว แต่เวลานี้ก็ยังคงรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่ทรงพลังเช่นเคย!