จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1852 เล็กมากๆ
บทที่ 1852 เล็กมากๆ
หลังจากเดินทางมาแล้วสองวัน ทุกอย่างก็ปกติดี เขาไม่ได้เจอเรื่องอันตรายใดๆเลย และหลินหยุนก็ไม่ได้เจอเรื่องที่ตัวเองสนใจเลย
พูดกันตามตรงเลยว่าหลินหยุนไม่เจออะไรเลยต่างหาก
หลินหยุนเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองเดินวนอยู่ที่เดิมหรือเปล่า
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลินหยุนกำลังคิดจะเปลี่ยนไปเดินอีกทิศทางหนึ่ง จู่ๆด้านหน้าก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
หมอกสีเทาที่อยู่ด้านหน้าค่อยๆหายไป ทำให้เขามองเห็นทุกอย่างมากขึ้น
เมื่อหมอกสีเทาลดลงเรื่อยๆ ทำให้พลังจิตวิญญาณของเขาสามารถตรวจสอบได้ไกลขึ้น
ผ่านไปไม่นาน หลินหยุนก็มองเห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าอย่างชัดเจน มันคือหุบเขาแห่งหนึ่ง
ด้านข้างของหุบเขา คือภูเขาใหญ่สองลูก
อย่างไรก็ตาม ภูเขาที่อยู่ทั้งสองฝั่งได้แตกสลายเหมือนกัน
ภูเขา โดนพลังที่คาดคิดไม่ถึงทำลายจนแตกสลาย ทำให้เส้นทางที่อยู่ตรงกลางภูเขาทั้งสองลูกโดนปิดทันที
ในขณะที่หลินหยุนกำลังมองภูเขาสองลูกอยู่ จู่ๆเขาก็เบิกตากว้างและหายใจเร็วด้วยความตกใจ
ถึงแม้เขาจะเคยเจอเหตุการณ์มานับไม่ถ้วน แต่เขาก็ไม่เคยมองเห็นเหตุการณ์ที่ย่ำแย่ขนาดนี้มาก่อน
เขามองเห็นภูเขาที่อยู่ด้านซ้าย มีศพของอสุรกายที่ใหญ่มากๆและสูงกว่าพันฟุตโดนหอกยาวอันหนึ่งตรึงไว้บนภูเขาลูกนั้น
อสุรกายตัวนี้ไม่ใช่นักบำเพ็ญเซียนจากหมื่นชนเผ่า
ไม่ต้องพูดถึงรูปร่างของมัน แค่พูดถึงสายเลือดเพียงอย่างเดียว มันไม่ใช่สายเลือดของยอดฝีมือจากหมื่นชนเผ่าอยู่แล้ว
หมื่นชนเผ่า ถึงแม้จะต่างจากเผ่ามนุษย์ แต่พวกเขามีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันเผ่ามนุษย์
นั่นก็คือร่องรอยของสายเลือด
มีตำนานเล่าว่า อันที่จริงสมัยนั้นเผ่ามนุษย์ก็เป็นหนึ่งในหมื่นชนเผ่า เพียงแต่เผ่ามนุษย์เติบโตและพัฒนาเร็วจนเกินไป
จากการเปลี่ยนแปลงหลายในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้เผ่ามนุษย์ออกจากหมื่นชนเผ่า
แน่นอนว่าในหมื่นชนเผ่าก็มีตำนานเรื่องนี้อยู่ ตำนานเล่าว่าหมื่นจักรวาลมีบรรพบุรุษคนเดียวกัน
แน่นอนว่ามันก็เป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น
ตอนนี้ไม่มีใครพูดแบบนี้อีกแล้ว
ไม่เพียงแค่หมื่นชนเผ่ากับเผ่ามนุษย์มีความแตกต่างที่ชัดเจน
หมื่นชนเผ่ามีชนเผ่าต่างๆเยอะมากๆ พวกเขาใช้ชีวิตในแบบฉบับของตัวเอง เพียงแต่ตอนนี้เผ่ามนุษย์แข็งแกร่งมากๆ ทำให้หมื่นชนเผ่าจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อรักษาชนเผ่าของตัวเองเอาไว้
อสุรกายที่โดนหอกแทงจนเสียชีวิตอยู่บนภูเขา พลังสายเลือดของเขาต่างจากหมื่นชนเผ่ามากๆ
ดังนั้น เขาไม่ใช่ชนเผ่าที่มาจากหมื่นชนเผ่าอย่างแน่นอน
หมื่นชนเผ่าไม่ได้มีชนเผ่าที่น่ากลัวขนาดนี้อยู่แล้ว
ส่วนภูเขาอีกลูกที่แตกสลายนั้น มียอดฝีมือคนหนึ่งจากหมื่นชนเผ่า
เขาคือกิเลน
เผ่ากิเลนไฟ!
ถึงแม้ร่างกายของเขาจะใหญ่มากๆ แต่เขาสูงแค่ห้าร้อยฟุตและสูงได้แค่ครึ่งหนึ่งของอสุรกายเท่านั้น
ตอนนี้กิเลนตัวนั้นโดนหมัดที่ใหญ่มากๆ ต่อยทะลุเข้าไปในร่างกายของมัน ทำให้ร่างกายของมันถูกตรึงอยู่บนภูเขาเหมือนกัน
ส่วนแขนของอสุรกายตัวนั้นห้อยลงไป แต่มือของเขากลับหายไปแล้ว
มือของมันน่าจะโดนตัดขาดก่อนที่เขาจะเสียชีวิต และเขาคงต่อยหมัดออกไปอย่างสุดกำลัง
ทำให้ยอดฝีมือสองคนนี้เสียชีวิตไปพร้อมๆกัน
ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานมากๆแล้ว แต่ในเวลานี้ รังสีฆ่าฟันของสุดยอดฝีมือสองคนนี้ ไม่สามารถใช้คำพูดมาอธิบายได้
เมื่อมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้สีหน้าของหลินหยุนเปลี่ยนไปทันที
“เผ่ากิเลนไฟ เป็นชนเผ่าที่เกิดมาเพื่อเป็นสุดยอดนักสู้!”
“กิเลนไฟที่มีร่างกายสูงใหญ่ถึงห้าร้อยฟุต……”
“บางทีพลังของเขาอาจจะเกินห้าสิบเต๋าไปแล้ว!”
“แม้แต่ตัวเองในชาติที่แล้ว ก็คงสู้กิเลนไฟตัวนี้ไม่ได้!”
ชาติที่แล้ว หลินหยุนเคยต่อสู้กับกษัตริย์กิเลนของเผ่ากิเลนมาแล้ว
กษัตริย์กิเลนคนนั้นเป็นสุดยอดฝีมือที่ฝึกฝนและสามารถควบคุมต้าเต๋ายี่สิบอันได้แล้ว
แต่ตอนนั้น หลินหยุนฝึกฝนและควบคุมต้าเต๋าไม่ถึงยี่สิบอัน แต่ก็ห่างกันไม่มากแล้ว
อย่างไรก็ตาม กษัตริย์กิเลนที่ฝึกฝนและควบคุมต้าเต๋ายี่สิบอันนั้น ร่างกายของมันก็สูงใหญ่แค่สองร้อยฟุตเท่านั้น!
หมื่นชนเผ่าก็เป็นอย่างนี้แหละ
พลังแข็งแกร่งแค่ไหนจะขึ้นอยู่กับขนาดของร่างกาย!
ร่างกายยิ่งใหญ่ พลังก็จะยิ่งแข็งแกร่ง
ดังนั้นหลินหยุนคาดเดาว่าสุดยอดฝีมือของเผ่ากิเลนไฟคนนี้ น่าจะเป็นยอดฝีมือที่ฝึกฝนและควบคุมต้าเต๋าห้าสิบอัน เรื่องนี้มันมีความเป็นไปได้สูง
หลินหยุนหายใจเข้าลึกๆอีกครั้งและพูดพึมพำ “สถานที่แห่งนี้น่าจะเป็นซากอารยธรรมราชวงศ์ของยุคบรรพกาลจริงๆ!”
“ยุคบรรพกาล เผ่ามนุษย์ปกครองหมื่นจักรวาล หมื่นชนเผ่าฟังคำสั่งของเผ่ามนุษย์ ดังนั้น สถานที่แห่งนี้มียอดฝีมือของเผ่ากิเลนมาต่อสู้กับอสุรกายนอกจักรวาล มันก็เป็นเรื่องปกติ!”
“เพราะหมื่นจักรวาลแห่งนี้ เป็นจักรวาลของเผ่ามนุษย์และหมื่นชนเผ่า!”
“ถ้าโดนอสุรกายนอกจักรวาลบุกรุกเข้ามา จักรวาลแห่งนี้คงสูญสลายอย่างแน่นอน!”
“มันคืออสุรกายนอกจักรวาลจริงๆเหรอ?”
“มันเป็นเผ่าพันธุ์ที่แปลกประหลาดมากๆ!”
“อย่างไรก็ตาม……นอกจักรวาลที่พูดถึงนั้น มันเป็นยังไงกันแน่?”
“อสุรกายนอกจักรวาลพวกนี้ ทำไมพวกมันถึงมีแค่ในช่วงยุคบรรพกาลเท่านั้น?”
“หรือว่าอสุรกายนอกจักรวาลมีจำนวนที่จำกัดเหรอ?”
“หลังจากผ่านยุคบรรพกาลมาแล้ว หลังจากบุกรุกเข้ามาในครั้งนั้น พวกมันโดนสังหารทั้งหมดเลยเหรอ?ดังนั้นในยุคหลังๆที่ผ่านมา พวกมันถึงไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย”
“นอกจักรวาลเป็นสถานที่แบบไหนกันแน่?”
“ในยุคบรรพกาล ถ้าพูดว่าอสุรกายนอกจักรวาลสามารถบุกเข้ามาในหมื่นจักรวาลได้ ถ้างั้นยอดฝีมือของเผ่ามนุษย์และหมื่นชนเผ่าก็สามารถออกไปจากหมื่นจักรวาลได้ และสามารถเดินทางไปนอกจักรวาลได้ใช่ไหม?”
เมื่อมองเห็นเหตุการณ์ที่น่ากลัวขนาดนี้ ทำให้หลินหยุนเกิดคำถามมากมายขึ้นในจิตใจ
มันเป็นเรื่องที่เขาหาคำตอบไม่ได้และเป็นปัญหาที่ไม่มีคำตอบ
ชาติที่แล้วเขาต่อสู้กับภัยอัสนี
เหตุผลข้อหนึ่งก็คือ เขาอยากจะรู้ เมื่อหลุดพ้นจากฟ้าดินแห่งนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
แต่น่าเสียดาย เขาทำไม่สำเร็จ
ในจิตใจของเขาสงสัยมากๆเกี่ยวกับหมื่นจักรวาลแห่งนี้
เมื่อมองเห็นอสุรกายกับกิเลนเสียชีวิตไปพร้อมกันในหุบเขาแห่งนี้ บนท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงมากๆ
บนท้องฟ้า ราวกับมันเต็มไปด้วยเสียงคำรามด้วยความโกรธของสุดยอดฝีมือจากเผ่ากิเลน
สายตาของหลินหยุนมองไปที่ศพของทั้งสองคน และมองไปที่หอกยาวเล่มนั้นด้วย
พวกมันต่างเป็นสมบัติล่ำค่าที่หาคำพูดมาอธิบายไม่ได้
อย่างน้อยในหมื่นจักรวาลในตอนนี้ มันไม่มีสมบัติล้ำค่าแบบนี้อย่างแน่นอน
หอกยาวเล่มนี้ มันเหนือกว่าอาวุธเต๋าที่สร้างขึ้นโดยธรรมชาติเล่มนั้นที่หลินหยุนครอบครองอยู่
อย่างไรก็ตาม สมบัติล้ำค่าขนาดนี้ เขาทำได้เพียงยืนมองเฉยๆเท่านั้น เพราะหลินหยุนไม่สามารถเอามันออกมาได้
ถ้ามันสามารถเอาออกมาได้ มันคงเหลือไม่ถึงตอนนี้อยู่แล้ว
หลินหยุนส่ายหัวเบาๆและพูดพึมพำ “เพื่อหมื่นจักรวาลและหมื่นชนเผ่า ดูเหมือนสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามนุษย์หรือหมื่นชนเผ่า พวกเขาต้องสูญเสียครั้งใหญ่อย่างแน่นอน!”
แต่มีเรื่องหนึ่งที่หลินหยุนไม่เข้าใจเลย
ทำไมยุคสมัยนี้ ถึงไม่มีสุดยอดฝีมือขนาดนั้นปรากฏอีกแล้ว
หลินหยุนในสมัยนั้น เขาฝึกฝนและควบคุมต้าเต๋าได้สามสิบกว่าอันแล้ว เขาก็ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของหมื่นจักรวาลแล้ว
ถึงแม้จะไม่ได้เป็นสุดยอดฝีมืออันดับหนึ่ง แต่เขาก็อยู่สามอันดับแรก
แต่เมื่อมองจากตอนนี้ เมื่อเทียบกับยุคบรรพกาล พวกเขาห่างไกลกันมากๆ
“ถ้าสามารถหาวิชาอันลึกล้ำของยุคบรรพกาลได้ บางทีการฝึกฝนในอนาคตข้างหน้า มันจะช่วยให้เขาฝึกฝนได้แข็งแกร่งมากขึ้น!”
เส้นทางของนักบำเพ็ญเซียน สานต่อความรู้ของบรรพบุรุษและแสวงหาความจริงของพลังต้าเต๋า
นี่คือความสำคัญของการแสวงหา
แสวงหาพลังเต๋า แสวงหาพลังเต๋า
ถ้าอยู่ในชาติที่แล้ว หลินหยุนคงคิดแค่ตัวคนเดียว และแสวงหาพลังเต๋าของตัวเองเท่านั้น
แต่ในชาตินี้ หลังจากที่เขาเดินเข้าสู่เส้นทางหมื่นเต๋า เขาไม่ได้คิดแบบนั้นอีกแล้ว