จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1860 ทั้งหมดเป็นเรื่องหลอกลวง
บทที่ 1860 ทั้งหมดเป็นเรื่องหลอกลวง
สุดยอดฝีมือผุดขึ้นเหมือนกับดอกเห็ด และได้บุกเบิกโลกใบใหม่ขึ้น
เมื่อภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าถึงตอนนี้แล้ว ทุกอย่างก็หายไปหมดเลย มันโดนทำลายไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลินหยุนได้มองเห็นสิ่งที่แตกต่างจากออกไป
ภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้ได้เล่าเรื่องราวการพัฒนาและรุ่งเรืองของยุคบรรพกาลอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่นั้นได้เล่าถึงการล่มสลายของชนเผ่านี้
แต่จากภาพจิตรกรรมพวกนี้ก็สามารถมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆในยุคบรรพกาล ยกตัวอย่างเช่น ยุคนั้นมีสุดยอดฝีมือปรากฏตัวและบุกเบิกหมื่นจักรวาล
สมัยนั้น หมื่นจักรวาลได้เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง และเป็นการเริ่มต้นของการแบ่งแยกชนเผ่า
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะเป็นแบบนั้น แต่เพื่อความอยู่รอด เพื่อหมื่นจักรวาล ทุกชนเผ่าก็ได้ร่วมมือกัน
หลินหยุนมองดูอยู่สักพัก เขามองเห็นไหมจัญไรไร้เงาได้บินมาถึงภาพวาดจิตรกรรมฝ่าผนังอันหนึ่ง
เมื่อหลินหยุนมองเห็น เขาก็อดไม่ได้ก็เลยเดินเข้าไปดู ภาพจิตรกรรมฝ่าผนังนี้ได้วาดมารฟ้าตัวหนึ่งอยู่ ด้านหน้าของมารฟ้าตัวนั้นมียอดฝีมือจากเผ่ามนุษย์อยู่
มนุษย์คนนี้มีความสูงประมาณร้อยฟุต และเขากำลังต่อสู้กับมารฟ้าอย่างดุเดือด
หน้าผากของยอดฝีมือเผ่ามนุษย์นั้น ดูเหมือนจะมีสัญลักษณ์แปลกๆอันหนึ่งอยู่
ก่อนหน้านี้หลินหยุนไม่ได้สังเกตดีๆ แต่ตอนนี้หลินหยุนมองดูอย่างละเอียด ทำให้เขาพบว่าสัญลักษณ์อันนี้เหมือนมีชีวิตอยู่
เหมือนมันถูกฝั่งไว้บนภาพวาดจิตรกรรมฝ่าผนังเลย!
หลินหยุนสะบัดมือ และสัญลักษณ์ก็พุ่งมาหาหลินหยุนทันที
เมื่อจับมันไว้ในมือ ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย
หลินหยุนปล่อยพลังจิตวิญญาณเข้าไปด้านในสัญลักษณ์ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกมีอะไรแปลกๆเลย เรื่องนี้ทำให้หลินหยุนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเบาๆ
เมื่อหลินหยุนอยากจะวางสัญลักษณ์กลับไป จู่ๆก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น ทำให้พื้นที่ขนาดใหญ่แห่งนี้เกิดแรงสั่นสะเทือนทันที
สายตาของหลินหยุนเปล่งประกาย ขณะที่เขากำลังจะพาไหมจัญไรไร้เงาจากไป เขาก็มองเห็นอัญมณีที่อยู่บนกำแพงทั้งแปดด้านเปล่งแสงสว่างออกมา
อัญมณีแปดอันปลดปล่อยแสงสีเหลืองอ่อนๆออกมา ทำให้พื้นที่แห่งนี้สว่างขึ้นมาทันที
จากนั้น ก็มีพลังบางอย่างที่แข็งแกร่งมากๆจนเกิดคำบรรยายปะทุออกมา
มันไม่ได้ให้โอกาสหลินหยุนได้เตรียมตัวเลย!
หลินหยุนมองเห็นมีร่างกายของยักษ์ตัวหนึ่งปรากฏด้านในแสงสีเหลือง
เขาไม่ใช่คนจริงๆ และไม่ใช่จิตวิญญาณด้วย
ดูเหมือนมันแปรสภาพมาจากเลือดสารจิง
หลินหยุนหายใจเร็วด้วยความตกใจ!
จากนั้นเขาก็มองเห็น สายตาอันลึกล้ำของยักษ์ตัวนี้กำลังมองมาที่ตัวเอง
หลินหยุนรีบบินถอยหลัง
จากนั้นเขาก็ได้ยินเงาของยักษ์ตัวนี้เอ่ยปากพูด “ผ่านมาหลายยุคสมัยแล้ว พลังของเลือดสารจิงหยดนี้ของฉัน ตอนนี้มันใกล้จะสูญสลายไปแล้ว! แต่คิดไม่ถึงจริงๆ วันนี้จะถูกเจ้าเปิดออก!”
“ลูกหลานของเผ่าคนเล็กเหรอ?”
“เจ้าสามารถมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้ มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเราเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ”
“ไม่เลวเลย!”
“พวกเราน่าจะได้รับชัยชนะ!”
“นอกจากได้รับชัยชนะ พวกเราไม่เหลือทางเลือกอื่นๆอีกแล้ว!”
“ยาวนานมาก!”
“ในที่สุดฉันก็ได้เห็นผลลัพธ์ที่ฉันต้องการแล้ว!”
“ตอนนี้ ฉันสามารถจากไปอย่างหายห่วงแล้ว!”
“ใช่แล้ว ลูกหลานของเผ่าคนเล็ก ชนเผ่าคนยักษ์ในยุคบรรพกาลของฉัน ตอนนี้ยังเหลืออยู่ไหม?”
หลินหยุนยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูด เงาของยักษ์ตัวนี้ก็พูดออกมาเยอะมากๆ หลินหยุนทำได้แค่ฟังอย่างเดียวเท่านั้น บางเรื่องหลินหยุนก็เข้าใจ แต่บางเรื่องหลินหยุนก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม หลินหยุนครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว และเข้าใจเรื่องบางอย่างทันที
เขาเรียกหลินหยุนเป็นลูกหลานของเผ่าคนเล็ก!
ส่วนตัวเขาเอง กลับเรียกตัวเองเป็นเผ่าคนยักษ์ในยุคบรรพกาล
มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ในยุคบรรพกาลนั้น เผ่ามนุษย์ไม่ได้มีแค่ชนเผ่าเดียวเท่านั้น
เขาพูดถึงเผ่าคนเล็กและตัวเขาเองที่เป็นเผ่าคนยักษ์ในยุคบรรพกาล มันก็มีสองชนเผ่าแล้ว!
อาจจะมีชนเผ่ามนุษย์อื่นๆอีกด้วย
แต่หมื่นจักรวาลในตอนนี้ ไม่ได้มีลูกหลานของเผ่าคนยักษ์ในยุคบรรพกาลแล้ว
หลินหยุนไม่รู้จริงๆว่าควรพูดความจริงออกไปไหม
ถ้าพูดความจริงออกไป มันอาจจะทำให้สุดยอดฝีมือคนนี้เจ็บปวดมากๆ
อย่างไรก็ตาม หลังจากครุ่นคิดชั่วครู่แล้ว หลินหยุนก็โค้งคำนับให้อีกฝ่ายและเอ่ยปากพูด “ผู้อาวุโส ตอนนี้ไม่ใช่ยุคบรรพกาลแล้ว หลังจากยุคบรรพกาลแล้ว หมื่นจักรวาลได้ผ่านยุคโบราณกาลกับยุคนิศากาลจนมาถึงยุคปัจจุบัน ตอนนี้คือยุคที่ถัดมาจากยุคนิศากาล”
“ส่วนเผ่าคนยักษ์ในยุคบรรพกาลนั้น ได้สูญสลายและหายไปจากประวัติศาสตร์อันยาวนานแล้ว!”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หลินหยุนก็รีบพูดต่อทันที “ไม่ได้มีเพียงแค่เผ่าคนยักษ์ในยุคบรรพกาลที่เป็นแบบนี้เท่านั้น ในหมื่นจักรวาลก็มีชนเผ่ามากมายสูญสลายและหายไปหมดแล้ว และมีชนเผ่าใหม่ๆขึ้นมาแทนที่!”
“แม้แต่เผ่าคนเล็กที่ผู้อาวุโสพูดถึง ข้าน้อยก็พึ่งได้ยินครั้งแรกเหมือนกัน!”
เดิมทีหลินหยุนคิดว่าสุดยอดฝีมือคนนี้จะรู้สึกเสียใจบ้าง
อย่างไรก็ตาม อีกฝ่ายนิ่งเงียบไปสักพัก จากนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าและพูด “ไม่มีชนเผ่าไหนสามารถดำรงอยู่ได้ตลอดไป! นี่ก็คือพลังแห่งกาลเวลาที่น่ากลัวที่สุดของหมื่นจักรวาล!”
“หมื่นจักรวาล!”
“เป็นเซียนแล้ว!”
“แล้วจะทำอะไรได้?”
“มันเป็นเรื่องโกหก!”
“มันเป็นเรื่องหลอกลวงที่ถูกตั้งใจสร้างขึ้นมาเท่านั้น!”
เมื่อหลินหยุนได้ยิน สายตาของเขาเปล่งประกาย เขาหายใจเข้าลึกๆและเอ่ยปากถาม “ผู้อาวุโส เรื่องหลอกลวงที่คุณพูดถึงคืออะไรกันแน่?”
เมื่อได้ยินคำถามของหลินหยุน คนยักษ์ก็มองมาที่หลินหยุนอีกครั้ง จากนั้นก็หัวเราะอย่างโศกเศร้าและพูด “ดูไม่ออกจริงๆ คุณจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องหลอกลวงอีกครั้ง!”
ขณะพูด คนยักษ์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าๆๆๆ……น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ……ซู่ คุณเป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ!”
“ในที่สุดฉันก็มองคุณออกแล้ว!”
“หลายยุคสมัยที่ผ่านมา คุณพยายามบอกให้ฉันปล่อยวาง มันเป็นอย่างนี้นี่เอง! ฮ่าๆๆๆๆ……วันนี้ ฉันจะไม่ทำตามที่คุณต้องการ ฉันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณ ฉันจะมองดู มองดูว่าเรื่องหลอกลวงนี้ มันจะหลอกลวงไปอีกนานแค่ไหน!”
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ!”
ขณะที่หัวเราะอย่างบ้าคลั่งอยู่ คนยักษ์ได้มองไปที่หลินหยุนอีกครั้ง “เด็กหนุ่ม ระวังสิ่งที่อยู่เหนือศีรษะไว้ให้ดี! สิ่งที่เจ้ามองเห็น อาจจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้ เรื่องจริงเรื่องปลอม หวังว่าคุณจะตื่นจากวังวนอันใหญ่นี้โดยเร็ว มิฉะนั้น ฮ่าๆๆๆๆๆ……”
เมื่อพูดจบ ร่างกายของคนยักษ์ก็ค่อยๆสลายไป
อัญมณีแปดอันที่อยู่บนกำแพง ได้แตกสลายและไม่มีแสงสว่างอีกแล้ว
หลินหยุนมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้เขาหมดคำพูดไปเลย
เขาฟังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ สุดยอดฝีมือคนนั้นพูดอะไรกันแน่
เรื่องหลอกลวง!
อะไรคือเรื่องหลอกลวง?
หมื่นจักรวาลเป็นเรื่องหลอกลวงเหรอ?
มันเป็นไปได้ยังไง?
ซู่!
เป็นชื่อของคนๆหนึ่งเหรอ?
แล้วซู่เป็นใครกันแน่?
แล้วเรื่องหลอกลวงคืออะไรกันแน่?
และคนๆนี้ยังพูดว่าหลินหยุนคือจุดเริ่มต้นของเรื่องหลอกลวง……มันหมายความว่ายังไงกันแน่?
และบอกให้หลินหยุนรีบๆตื่นขึ้นมา!
เรื่องนี้หมายความว่าไง?
ตอนนี้เขาไม่ได้หลับใหล เขาจะตื่นได้ยังไง?
หรือว่าตอนนี้เขายังหลับใหลอยู่และยังไม่ตื่นเหรอ?
เรื่องนี้มันเป็นไปได้ยังไง?
จากนั้นหลินหยุนก็สัมผัสได้ ท้องฟ้าเกิดการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ตอนนี้เขาจะอยู่ใจกลางของภูเขาลูกนี้ แต่เขาก็สัมผัสได้ว่าท้องฟ้าด้านนอกเกิดการเปลี่ยนแปลง
หลินหยุนหายใจเข้าลึกๆและส่ายหัวแรงๆ เดิมทีเขาคิดจะทิ้งสัญลักษณ์ที่อยู่บนมือไป แต่เมื่อครุ่นคิดแล้ว เขาก็ไม่ได้ทิ้งมันและเก็บมันไว้ด้านในแหวนเก็บของ