จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1896 เข้าใจในฉับพลัน
บทที่ 1896 เข้าใจในฉับพลัน
เจียซินกล่าวว่า “คุณกำลังคิดว่า บรรพกาลยอดฝีมือผู้เก่งกาจเหล่านั้น ทรงพลังมากจนถึงจุดนั้นแล้วถึงจะสามารถเปิดหมื่นโลกได้
“ฉันคิดว่าคุณมั่นใจเกินไปแล้ว ทำไมพวกเขาไม่เป็นคนแรกที่เปิดโลกก่อน จากนั้นค่อยไปยังจุดที่น่าเหลือเชื่อนั่น?”
หลินหยุนได้ยิน ดวงตาเปลี่ยนไปทันที และเขาก็ส่ายหัวไม่หยุด “นี่มันเป็นไปไม่ได้! ถ้าไม่ใช่แดนอย่างต้าเต๋า 40 50 เต๋าแบบนั้นก่อน แล้วพวกเขาจะเปิดโลกได้อย่างไร?”
ถ้าการเปิดโลก มันง่ายอย่างนั้นจริงๆ งั้นจักรวาลแห่งนี้ ก็ไม่ได้ง่ายๆเหมือนหมื่นโลกหรอก!
ด้วยการบำเพ็ญตนชาติที่แล้วของหลินหยุน
ขณะที่เขาลงมือสร้างจิตแห่งโลกชางฉอง ที่จริงก็มีอยู่ 2 ตัวเลือก
แบบที่หนึ่ง ก็คืออยู่ที่สวรรค์
ผลลัพธ์ก็คือเป็นอย่างตอนนี้
เขาเลือกที่จะอยู่บนท้องฟ้าทางตอนเหนือซึ่งอยู่ไม่ไกลจากภพศักดิ์สิทธิ์เต่ามังกร
แบบที่สอง ก็คือค้นหาโลกใบเล็กๆที่จักรวาลก่อตัวขึ้นขึ้นโดยธรรมชาติ
โลกเล็กๆเช่นนี้ เป็นจักรวาลผ่านการก่อตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ และค่อยๆจุติออกมาอย่างช้าๆ
ชี่ทิพย์บ้างก็มีกลิ่นหอมกรุ่น บ้างก็เต็มไปด้วยพลังต้าเต๋า บ้างก็เต็มไปด้วยพลังต้าเต๋าหนึ่งชนิดหรือต้าเต๋าหลายชนิด
แน่นอน ที่มากกว่าก็คือพื้นที่ที่เสื่อมโทรม ซึ่งไม่มีอะไรเลย
แถมยังไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆเลย
ดังนั้นโลกใบเล็กที่ก่อตัวแบบธรรมชาติเช่นนี้ ข้อแรกหาได้ยาก ข้อสองไม่มีกฎเกณฑ์แห่งโลกที่สมบูรณ์
จึงไม่เหมาะสม
สุดท้ายหลินหยุนเลือกที่จะเปิดโลกชางฉองที่จักรวาล
แต่หมื่นโลกที่แท้จริงที่ถูกบุกเบิกนั้น มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง!
นั่นล้วนแล้วเป็นสุดยอดฝีมือของเผ่าอื่นๆ ใช้พลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่น่าตกใจเปิดมันออกมา!
ถ้าหากไม่มีพลังของ 40 เต๋า งั้นก็ไม่ต้องคิดเลย
เจียซินกลับพูดว่า “งั้นคุณคิดว่า จะเปิดโลกหนึ่ง นอกจากต้องการพลังที่แข็งแกร่งแล้ว ยังต้องการอะไรอีก? หรือว่า การเปิดโลก ต้องการพลังที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานถึงจะได้งั้นเหรอ?”
หลินหยุนกล่าว “หมายความว่าไง? ถ้าไม่มีพลังอันทรงพลังและไร้ขอบเขต เราจะเปิดโลกได้อย่างไร? ”
เมื่อเขาพูดออกมา ตัวเขาเองก็พบว่า เหมือนเรื่องมันจะไม่เป็นอย่างนี้เลย “ไม่ใช่! เหมือนว่ามันไม่ใช่เป็นเช่นนี้……”
“ถ้าหากจักรวาลเป็นวงกลม งั้นในยุคบรรพกาล ยอดฝีมือผู้เก่งกาจของเผ่าอื่นๆเหล่านั้นที่เปิดโลกออกมา ก็เท่ากับการที่เกิดวงกลมเล็กๆ ขึ้นรอบขอบวงกลมใหญ่ และเปิดทีละวงๆ ”
“พลังน่ะเหรอ แน่นอนว่ามันสำคัญมากๆ แต่ว่า การฉีกนภาแยกออกจากกัน หลังจากที่เข้าสู่ความว่างเปล่า และมีความสามารถพอที่จะต้านทานกับลมกางที่ไม่หมดไม่สิ้นในความว่างเปล่า นั่นก็อาจจะเป็นไปได้……”
“จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือสามารถทำให้โลกที่เพิ่งเปิดในพื้นที่ความว่างเปล่ามีความเสถียรได้……”
“ไม่เลว! แบบนี้แหละ!”
“และความเสถียร ก็ต้องการสมบัติที่เพียงพอที่จะกดขี่ฟ้าดิน!”
“เมื่อมีสมบัติล้ำค่าที่สามารถกดขี่ได้ โลกจะเกิดความเสถียร!
“จากนั้น จากนั้นเป็นอะไร……”
“ใช่แล้ว! จากนั้นก็เป็นกฎเกณฑ์ต้าเต๋า!”
“อย่างเช่นโลกครุฑทอง ก็เปิดมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล ในโลกครุฑทอง ก็มีเผ่าครุฑทองรวมถึงพลังต้าเต๋าที่สอดคล้องกัน!”
“นี่ก็แสดงว่า จุดเริ่มต้นที่เปิดโลกบรรพกาล บรรพบุรุษครุฑทองได้ผสมผสานต้าเต๋าของเขา กับโลกครุฑทองที่ได้เปิดออกมาแล้ว!”
“เมื่อเป็นเช่นนี้……บรรพบุรุษครุฑทองก็กลายเป็นโลกครุฑทอง โลกครุฑทองก็กลายเป็นบรรพบุรุษครุฑทอง……นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำไมกษัตริย์เผ่าอื่นๆ จะต้องมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งขึ้น ในขณะที่อยู่บนโลกนี้!”
“และหลังจากที่ ‘เปลี่ยน’จากโลกให้เป็นตัวเอง……”
“จำนวนของต้าเต๋าที่พลังของโลกสามารถต้านทานได้ จะต้องมีมากกว่าที่ร่างกายจะต้านทานได้อย่างแน่นอน!”
“ถูกต้อง!”
“จะต้องเป็นเช่นนี้!”
“ฮ่าๆๆๆๆๆ!”
“ฉันเข้าใจแล้ว!”
“ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้ว!”
“เจียซิน คุณเป็นคนที่ทำให้ฉันรู้แจ้งในทันที!”
“เดิมทีสาเหตุที่จักรวาลปรากฏเขาขึ้นมา ไม่ใช่พวกยอดฝีมือผู้เก่งกาจเหล่านั้นที่ต้องการให้เผ่าพันธุ์ที่สูญพันธุ์ค้นหาโลกใหม่!”
“อย่างน้อย นี่มันไม่ใช่แนวคิดหลักแน่นอน!”
“พวกเขาต้องการไปถึงดินแดนอื่น ดังนั้นจึงเลือกที่จะเปิดโลก!”
“ฮ่าๆๆๆ!”
“ถ้าหากไม่เปิดโลก พวกเขาไม่อาจไปถึงระดับที่สามารถต่อต้านความน่าสะพรึงกลัวของมารฟ้าได้แน่!”
เนื่องจากคำพูดหนึ่งของเจียซิน หลินหยุนเข้าใจโดยสิ้นเชิงแล้ว!
ที่แท้เขาคิดผิดมาตลอด!
หลังจากเปลี่ยนความคิด ทันใดนั้นหลินหยุนก็คิดได้ว่าสิ่งที่รบกวนใจเขามานานมากๆ คำถามที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีคำตอบ
เขาคิดมาเสมอ ว่ายอดฝีมือผู้เก่งกาจยุคบรรพกาลเหล่านั้นหลังจากที่ได้ไปถึงแดนนั่นแล้ว ถึงจะเลือกเปิดโลก!
แต่เขาคิดผิด
ที่แท้ยอดฝีมือเหล่านั้น เพราะเปิดโลกก่อนแล้ว จากนั้นพวกเขาจึงกลายเป็นยอดฝีมือเช่นนั้น!
หลินหยุนรู้สึกว่าตนเองรู้แจ้งในทันใด
เขาคิดออกได้หลายเรื่อง
และพบการแก้ปัญหาที่ไม่สามารถเปิดโลกได้อย่างต่อเนื่อง!
เจียซินสูดหายใจเข้าลึกๆ และรีบพูดว่า “ที่แท้ฉันแค่รู้สึกว่า ความคิดของคุณดื้อรั้นเกินไป กลับคิดไม่ถึงว่า คำพูดฉันแค่คำเดียว จะสามารถทำให้คุณคิดได้มากมายขนาดนี้!”
“แต่ว่า ฉันก็เห็นด้วยกับความคิดเหล่านี้ของคุณ!”
“ไม่เช่นนั้น อธิบายไม่ถูกจริงๆ ว่าทำไมยุคบรรพกาล จะสามารถปรากฏยอดฝีมือที่น่าทึ่งมากมายขนาดนั้น!”
“ฉันฟังที่คุณพูดที่ซากราชวงศ์ คุณได้เจอมารฟ้า 50 เต๋าและยอดฝีมือเผ่ากิเลน ไม่อยากจะเชื่อเลย!”
แต่ตามแนวคิดของคุณในตอนนี้ ทั้งหมดนั้นก็สามารถอธิบายได้แล้ว!”
หลินหยุนสูดหายใจเข้าลึกๆ พูดด้วยความตื่นเต้นอย่างยิ่งว่า “ถูกต้อง! นี่คือปัญหากวนใจฉันมาตลอด อีกอย่าง หลังจากที่ฉันได้รับการถ่ายทอดหมื่นเต๋าของเซียนเขาทอง ฉันก็คิดไม่ออกมาตลอดว่าทำไมสมัยก่อน เซียนเขาทองสามารถทำลายจักรวาลได้อย่างไร!”
“แต่ตอนนี้ ถ้าหากใช้แนวคิดนี้ งั้นก็สามารถอธิบายได้แล้ว!”
“เซียนเขาทองนั่นก็ต้องเป็นผู้เปิดโลกเช่นกัน!”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้……”
หลินหยุนหรี่ดวงตาทั้งสองลง
เจียซินกล่าวว่า “คุณจะเปิดโลกเหรอ?”
หลินหยุนพยักหน้าและพูดว่า “ถูกต้อง! ฉันจะเปิดโลก! ไม่อย่างนั้นฉันจะแข็งแกร่งไปทำไมกัน?”
เจียซินกล่าว “แต่จากการบำเพ็ญตนของคุณ จะสามารถเปิดโลกได้อย่างไร? แม้ว่าคุณสามารถเข้าสู่ความว่างเปล่าได้ ก็ไม่มีทางต่อต้านลมกางที่พัดกระโชก แค่เกรงว่าเพียงพริบตาเดียวก็ ตายหมดแม้แต่ศพก็ไม่เหลือ!”
“อีกอย่าง คุณจะมีสมบัติล้ำค่าที่ไหนมาปราบปรามโลกได้?”
หลินหยุนได้ยินดังนั้น อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ฉันมีพอดีเลย! เจียซิน คุณรอดูเถอะ! ฉันจะให้คุณเห็นมันกับตา ฉันหลินหยุนจะเปิดโลกอย่างไร!”
เมื่อพูดจบ หลินหยุนยื่นมือออกมาและชี้ไปที่กลางคิ้ว!
เลือดสารจิงหยดหนึ่งก็พุ่งออกมา!
แล้วก็หายไปทันที
จากนั้นการหายไปของเลือดสารจิง เขาไม่ได้จากไปไหน และก็ไม่ได้พยายามเปิดต้าเต๋าต่อไปด้วย
แต่นั่งขัดสมาธิแทน
หลังจากที่ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่ง ได้ติดตามการชี้ทางของชี่ของเลือดสารจิงหยดนั้น มาจนถึงที่สุดฟ้าจักรวาลแห่งนี้
นั่นก็คือเถ่หนิว!
อย่างที่เจียซินกล่าว
วันนี้ด้วยการบำเพ็ญตนชองหลินหยุน การฉีกนภาแยกออกจากกัน และเข้าสู่พื้นที่ความว่างเปล่า จะต้องทำได้อยู่แล้ว อีกอย่างสำหรับเขาแล้ว นี่ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย!
ความยากคือ เมื่อเข้าสู่ความว่างเปล่า เขาจะจัดการกับลมกางที่ไม่สิ้นสุดได้อย่างไร!
อาจตายสิ้นซากเพียงเวลาอันสั้น!
นอกจากจะโชคดีมากๆ เมื่อเข้าสู่ดินแดนแล้วไม่มีลมกางแรงๆ นั่นอาจจะมีโอกาสรอด