จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์ - บทที่ 1912 เทพธิดาโลกรัก
บทที่ 1912 เทพธิดาโลกรัก
ในตำหนักที่มีลักษณะเป็นดาบยักษ์นั้น ไม่ได้มีเสียงอะไรตอบกลับออกมาเลย
สายตาของหลินหยุนเย็นชาทันที
หลินหยุนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและหายตัวไป วินาทีต่อมา ต้าเต๋าแห่งดาบของเขาก็ปะทุออกมา
นี่เป็นต้าเต๋าแห่งดาบที่แตกต่างจากต้าเต๋าแห่งดาบของจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ย
ต้าเต๋าแห่งดาบที่หลินหยุนฝึกฝนสำเร็จนั้น มีรังสีฆ่าฟันที่ไม่ค่อยรุนแรงมากนัก
ในต้าเต๋าแห่งดาบนั้น ต้าเต๋าแห่งดาบของหลินหยุนเป็นต้าเต๋าที่โจมตีและต้านรับได้
ส่วนพลังต้าเต๋าแห่งดาบของจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยนั้นเป็นต้าเต๋าแห่งดาบสั้น มันมีรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงมากๆ มันเป็นต้าเต๋าที่ป่าเถื่อนและเหี้ยมโหดสุดๆ
อย่างไรก็ตาม ต้าเต๋าแห่งดาบของหลินหยุนในตอนนี้ก็แข็งแกร่งมากๆเช่นกัน
ต้าเต๋าแห่งดาบของหลินหยุนโจมตีใส่ตำหนักที่มีลักษณะคล้ายดาบยักษ์ทันที
ในชั่วพริบตา ตำหนักสั่นสะเทือน มีแสงแห่งต้าเต๋าสีฟ้าพุ่งออกมา จากนั้นก็แตกสลาย ในเวลานี้ มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากตำหนัก มันเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาและอวดดีมากๆ มีรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงมากๆพุ่งออกมาและต้านรับพลังต้าเต๋าของหลินหยุนเอาไว้ และทำลายพลังต้าเต๋าของหลินหยุนจนสลายหายไป
สายตาของหลินหยุนเย็นชามากๆ จากนั้นเขาก็มองเห็นชายวัยกลางคนที่ใส่ชุดสีฟ้า เป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยสูงมากนักและมีพลังที่น่ากลัวมากๆพุ่งออกมาจากตำหนักแห่งนั้น
เมื่อมองเห็นหลินหยุน ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว สีหน้าของเขาแย่มากๆ
การแต่งตัวของหลินหยุน ทำให้เขานึกอะไรบางอย่างออก ทำให้เขารู้สึกแย่มากๆ “แกกล้ามากที่ลงมือโจมตีโลกดาบของพวกเรา”
หลินหยุนหัวเราะออกมา เขากลัวอีกฝ่ายไม่ยอมปรากฏตัว แต่ตอนนี้อีกฝ่ายปรากฏตัวแล้ว เรื่องที่เหลือก็คงจัดการได้ง่ายขึ้น ถ้าคนๆนี้หลบซ่อนอยู่ในตำหนักตลอด ถ้าอยากจะจับตัวอีกฝ่ายคงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย
หลินหยุนพูดอย่างเย็นชา “ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แกต้องรู้อยู่เรื่องเดียว ฉันเป็นคนที่แกไม่ควรล่วงเกินและผิดใจด้วยก็พอ!”
เมื่อจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยได้ยินก็โกรธทันที “ล่วงเกินผิดใจไม่ได้เหรอ? แกอวดเก่งมากเกินไปแล้ว ไม่ว่าแกจะเป็นใคร วันนี้แกต้องตายอยู่ที่นี่……”
เขายังไม่ทันพูดจบ หลินหยุนก็ลงมือแล้ว
หลินหยุนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว พลังต้าเต๋าแห่งมิติปะทุออกมา เมื่อหลินหยุนปรากฏตัวข้างๆจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ย เขาก็จับอีกฝ่ายเอาไว้ และปิดผนึกพลังต้าเต๋าของอีกฝ่ายเอาไว้
อีกฝ่ายไม่สามารถต้านรับได้เลย
พลังของเป่ยเสวี่ยแข็งแกร่งกว่าติงเสวียนกับเต้าเฉิงเพียงแค่นิดเดียว แต่พลังของเขาก็มีจำกัดเหมือนกัน
เมื่ออยู่ต่อหน้าหลินหยุน เขาไม่สามารถตอบโต้ได้อยู่แล้ว
ยอดฝีมือจำนวนมากของโลกดาบมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเขาตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ และหายใจเร็วด้วยความตกใจ
“ผู้หญิง”ที่สวยมากๆและดูแล้วไม่ได้ร้ายกาจอะไรเลย แต่พลังของอีกฝ่ายแข็งแกร่งมากๆจนน่ากลัว มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากๆ!
หัวหน้าของพวกเขา เป็นยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงมากๆในหมื่นจักรวาล แต่ถูกอีกฝ่ายจับตัวเอาไว้และไม่สามารถตอบโต้ได้เลย คนๆนี้ต้องแข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่
เรื่องนี้คาดเดาไม่ได้จริงๆ!
ไม่เพียงแค่ยอดฝีมือทุกคนในโลกดาบตกตะลึงด้วยความหวาดกลัว แม้แต่จ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยเองก็หวาดกลัวเหมือนกัน เมื่อมองเห็นหลินหยุนที่อยู่ใกล้มากๆ ทำให้สีหน้าของเขาแย่มากๆ
“แกเป็นใครกันแน่? ฉันขอเตือนแก แม่ของฉันเป็นเทพธิดาที่สามของโลกรัก ถ้าแกกล้าทำอะไรฉัน แกก็จะเป็นศัตรูกับโลกรัก เมื่อถึงตอนนั้น ในหมื่นจักรวาลไม่มีใครสามารถปกป้องแกได้อยู่แล้ว!”
โลกรัก
เป็นหนึ่งในสุดยอดสำนักของหมื่นจักรวาล
มีข่าวลือว่ามีมหากษัตริย์อยู่ แต่มันก็เป็นแค่ข่าวลือเท่านั้น
ในสุดยอดสำนักพวกนี้ พวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งที่สุด
แต่โลกรักมีพลังต้าเต๋าที่แตกต่างจากที่อื่น เพราะนักบำเพ็ญเซียนทั้งหมดเป็นผู้หญิง พวกเขามีสัมผัสที่ดีกับสำนักอื่นๆในหมื่นจักรวาล และไม่มีใครกล้าล่วงเกินผิดใจกับโลกรัก
เมื่อสักครู่ตอนที่มองเห็นหลินหยุน จ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยนึกว่าหลินหยุนคือคนที่แม่ของตัวเองส่งมา เดิมทีเขาไม่อยากจะสนใจหลินหยุนเลย นี่ก็คือเหตุผลที่เขาไม่ออกมาพบหน้าหลินหยุนตั้งแต่แรก
เพราะแม่ส่งคนมาหาเขา เพื่อเรียกเขากลับไปดุด่าตลอด
แต่เขาคาดคิดไม่ถึงจริงๆ อีกฝ่ายจะแข็งแกร่งขนาดนี้ แค่ลงมือก็จับเขาได้อย่างง่ายดาย ทำให้เขาไม่มีโอกาสตอบโต้เลย ทำให้เขาเข้าใจทันที คนๆนี้ไม่ใช่คนที่แม่ของตัวเองส่งมา
ตอนนี้เขาเริ่มกังวลใจแล้ว
เดิมทีเขาเกลียดความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับโลกรัก เขาไม่อยากจะพูดถึงด้วยซ้ำ เพราะเขาไม่อยากจะถูกคนอื่นพูดว่าเขาอาศัยความสัมพันธ์ของโลกรักจนทำให้เขามีอำนาจอย่างทุกวันนี้
แต่ตอนนี้ชีวิตของตัวเองอยู่ในกำมือของคนอื่น เขาก็รีบพูดถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับโลกรักออกมา
หลินหยุนอดไม่ได้ก็เลยหัวเราะอย่างเย็นชา เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและพาจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยออกจากโลกดาบ ทำให้ยอดฝีมือของโลกดาบกังวลทันที ตอนนี้พวกเขาสบตากัน……
หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน
มีกลุ่มดวงดาวที่กว้างใหญ่ที่อยู่ทางทิศใต้ของโลกดาบ หลินหยุนจับตัวจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยมาถึงที่นี่ จากนั้นก็พูดอย่างเย็นชา”ดวงดาวแห่งนี้ น่าจะเป็นสถานที่ที่อยู่ของแม่แกใช่ไหม?”
สีหน้าของจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยเปลี่ยนไปและพูด “จุดประสงค์ของแกคือแม่ของฉันใช่ไหม?”
หลินหยุนพูด “แกพูดมากเกินไปแล้ว!”
ขณะพูด หลินหยุนพุ่งไปข้างหน้าต่อ และเข้าไปในกลุ่มดวงดาวที่อยู่ด้านหน้า ตรงนี้คือสถานที่อยู่ของเทพธิดาที่สามและเป็นแม่ของจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยด้วย
เมื่อทั้งสองคนพุ่งเข้ามาในดวงดาวแห่งนี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามา เมื่อมองเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ จ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยรีบพูดทันที “ป้าป๋าย รีบเรียกคุณแม่มาช่วยฉันเดี๋ยวนี้!”
ผู้หญิงคนนั้นมองหน้าจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยหนึ่งครั้ง จากนั้นก็มองหน้าหลินหยุนและพูดอย่างเย็นชา “คุณผู้ชาย เชิญเข้ามาได้เลย!”
หลินหยุนพยักหน้า คนพวกนี้เข้าใจสถานการณ์ดีจริงๆ
เทพธิดาที่สามคนนี้ ไม่ได้โง่เหมือนลูกชายตัวเองเลย
จับลูกชายของเขาเอาไว้แต่ไม่ได้สังหาร และพาลูกชายมาหาเธอที่ดวงดาวแห่งนี้ นี่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าหลินหยุนไม่ได้คิดจะมาสังหารเธอ!
ในเมื่ออีกฝ่ายกล้ามาที่นี่ มันแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้กลัวเธออยู่แล้ว
เมื่อเป็นแบบนี้ จะต้องทำยังไง พวกเธอก็รู้ดีอยู่แล้ว
หลังจากเดินผ่านสวนดอกไม้ ผู้หญิงคนนั้นก็พาหลินหยุนและจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยเข้าไปในเกาะที่ลอยอยู่กลางอากาศ สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีพลังต้าเต๋าที่แข็งแกร่งอะไรเลย
แต่มีพลังชีวิตที่เยอะมากๆ
ตรงกลางเกาะมีศาลาแปดเหลี่ยมอยู่
ในเวลานี้ มีผู้หญิงวัยกลางคนกำลังอยู่ในศาลาแปดเหลี่ยมที่อยู่ไม่ไกลมากนัก ตอนนี้เธอกำลังตัดกิ่งดอกไม้อย่างใจจดใจจ่อ
ดอกไม้มีหลายชนิดและมีหลายสี แต่มันไม่ได้เป็นดอกไม้หายาก แต่เป็นดอกไม้ธรรมดาทั่วไปเท่านั้น
ทั้งสามคนบินลงมาจากท้องฟ้า ผู้หญิงวัยรุ่นหันหน้ากลับไปมองหลินหยุนและพูดอย่างเย็นชา “เทพธิดากำลังยุ่งอยู่ คุณรออยู่ตรงนี้สักพัก!”
หลินหยุนไม่ได้พูดอะไรเลย เขาปล่อยตัวจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยทันที เป่ยเสวี่ยรีบออกห่างจากหลินหยุน
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายก็คือ เขาไม่ได้วิ่งเข้าไปหาแม่ของตัวเอง เขาไม่ได้โกรธมากๆจนบอกให้แม่ของตัวเองสังหารหลินหยุน
เขาเดินเข้าไปในศาลาแปดเหลี่ยม เขามองหน้าหลินหยุนด้วยสายตาเคียดแค้น แต่กลับไม่พูดอะไรออกมา
และในเวลานี้ ร่างกายของหลินหยุนมีแสงสว่างปรากฏ ทำให้ร่างเดิมของหลินหยุนปรากฏ จากนั้นเขาก็พูดกับเทพธิดา “สหาย คุณควรว่างกรรไกรที่อยู่ในมือก่อน ฉันเป็นคนที่มีความอดทนจำกัด มิฉะนั้น ศาลาแปดเหลี่ยมของสหายคงปกป้องชีวิตของลูกชายได้ยาก!”
ศาลาแปดเหลี่ยมมีค่ายกลอยู่ แต่หลินหยุนกล้าปล่อยตัวจ้าวครองเต๋าเป่ยเสวี่ยไป แน่นอนว่าเขาไม่สนใจเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว
การปล่อยตัว คือการแสดงความจริงใจ
การสังหาร คือพลังที่แท้จริงของเขา